Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
SEC Thailand
•
ติดตาม
1 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ
ข่าว ก.ล.ต. ประจำวันที่ 4 มี.ค. 2569
(1.) ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้ Thai ESG ลงทุนใน “หุ้นของบริษัทที่เข้าโครงการ JUMP+” ได้ เริ่ม 1 มี.ค. นี้
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund : Thai ESG) เพิ่มหุ้นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) และมีคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป ให้เป็นหลักทรัพย์ด้านความยั่งยืน ที่ Thai ESG สามารถลงทุนได้ เริ่มตั้งแต่ 1 มีนาคม 2569
เพื่อยกระดับบทบาทของตลาดทุนไทยในการสนับสนุน บจ. ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจด้านธรรมาภิบาลควบคู่กับการดำเนินการตามแผนการเติบโตของบริษัท รวมทั้งเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและเพิ่มความน่าสนใจของตลาดทุนไทยในระยะยาว
ก.ล.ต. ได้ออกประกาศ* ตามหลักการที่ได้รับมติเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ในการประชุมเมื่อเดือนธันวาคม 2568 โดยกำหนดให้หุ้นของ บจ. ที่เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย** และได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า เป็นหลักทรัพย์ด้านความยั่งยืนที่กองทุนรวม Thai ESG สามารถลงทุนได้
เพื่อยกระดับบทบาทของตลาดทุนไทยในการสนับสนุน บจ. ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการยกระดับคุณภาพของบริษัทด้านธรรมาภิบาลควบคู่กับการดำเนินการตามเป้าหมายและแผนการเติบโตของบริษัทอย่างมีคุณภาพ รวมถึงสนับสนุนการเปิดเผยข้อมูลและการสื่อสารต่อผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและเพิ่มความน่าสนใจของตลาดทุนไทยในระยะยาว โดยการปรับปรุงดังกล่าวยังครอบคลุมถึงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (Thailand ESG Extra Fund: Thai ESGX) ด้วย
นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ ก.ล.ต. ในฐานะโฆษก กล่าวว่า “การปรับปรุงหลักเกณฑ์ในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการใช้กลไกตลาดทุนส่งเสริมให้ บจ. ดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล มีทิศทางการเติบโตที่ชัดเจน และให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลและการสื่อสารกับผู้ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ผ่าน Thai ESG ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่มุ่งเน้นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืน และมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”
ทั้งนี้ การปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
หลังจากประกาศมีผลใช้บังคับ กองทุนรวม Thai ESG และ Thai ESGX สามารถลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินไทยที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืน (ESG) ได้ ดังนี้
o หุ้นกลุ่มความยั่งยืนใน SET หรือ mai ที่มีลักษณะ
(1) มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (E) หรือด้าน ESG
(2) มีการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผ่านการทวนสอบ
(3) มีธรรมาภิบาลดีเลิศและเปิดเผยแผนเพิ่มมูลค่ากิจการ (Corporate Value Up Plan: CVUP)
(4) เข้าร่วมโครงการ JUMP+ และมีคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป
o ตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน
o โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) กลุ่มความยั่งยืน
o หน่วยของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ที่มีความโดดเด่นด้าน E หรือ ESG
ข้อมูล ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 กองทุนรวม Thai ESG (รวม Thai ESGX) มีจำนวน 77 กองทุน ภายใต้การบริหารจัดการของ 19 บลจ. และมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม (NAV) ประมาณ 104,107 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 252% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567
หมายเหตุ :
* ประกาศที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ฉบับ ได้แก่ ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทน. 1/2569 เรื่อง การลงทุนของกองทุน (ฉบับที่ 35) รวมทั้งภาคผนวก 2
** โครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ บจ. จัดทำและดำเนินการตามเป้าหมายและแผนการเติบโตของบริษัทอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งรวมถึงแผนการยกระดับธรรมาภิบาล และส่งเสริมให้ บจ. จัดทำแผนด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) ตามความสมัครใจ ตลอดจนมีการเปิดเผยข้อมูลและการสื่อสารกับผู้ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับศักยภาพของ บจ. และเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุนในระยะยาว โดย บจ. สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการและจัดส่งแผน JUMP+ ให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569
(2.) ก.ล.ต. ปรับปรุงนิยามผู้ลงทุนสถาบันให้ครอบคลุมมากขึ้น และขยายประเภทเงินลงทุนที่สามารถลงทุนได้
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับนิยามผู้ลงทุนสถาบัน และคุณสมบัติด้านฐานะการเงินในส่วนของเงินลงทุน เพื่อให้นิยามผู้ลงทุนสถาบันมีความครอบคลุม เหมาะสมยิ่งขึ้น และสะท้อนฐานะการเงินของผู้ลงทุนได้อย่างแท้จริง โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
ตามที่ ก.ล.ต. มีแนวคิดในการปรับปรุงนิยามผู้ลงทุนสถาบัน (Institutional Investor: II) และเงินลงทุนในการพิจารณาฐานะการเงิน เพื่อให้หลักเกณฑ์มีความเหมาะสมมากขึ้น
คณะกรรมการ ก.ล.ต. จึงมีมติเห็นชอบหลักการปรับปรุงนิยามผู้ลงทุนสถาบันและเงินลงทุน ให้ครอบคลุมถึงผู้ประกอบธุรกิจและบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น สะท้อนฐานะการเงินของผู้ลงทุนได้อย่างแท้จริง รวมทั้งครอบคลุมผลิตภัณฑ์การลงทุนในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถให้บริการและแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงและความต้องการของผู้ลงทุน
ก.ล.ต. จึงออกประกาศ* เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
1. ปรับปรุงนิยามผู้ลงทุนสถาบัน โดยเพิ่มผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ผู้วางแผนการลงทุน (Investment Planner: IP) และผู้แนะนำการลงทุน (Investment Consultant: IC) เป็นผู้ลงทุนสถาบัน
2. ปรับปรุงนิยามเงินลงทุน ให้หมายถึง เงินลงทุนโดยตรงหรือโดยอ้อมในหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) และโทเคนดิจิทัลของรัฐบาล (Government token : G-token)
นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังได้พิจารณาประกาศเพิ่มนิยามผู้ลงทุนสถาบัน สำหรับด้านการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ให้รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้การให้บริการและปฏิบัติต่อลูกค้าเป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับบริการประเภทต่าง ๆ
ทั้งนี้ ประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
หมายเหตุ:
* ประกาศที่เกี่ยวข้องจำนวน 2 ฉบับ ดังนี้
(1) ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 1 /2569 เรื่อง การกำหนดบทนิยามผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ และผู้ลงทุนรายใหญ่ (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 และตารางแนบท้าย
(2) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สธ. 1/2569 เรื่อง การกำหนดบทนิยามผู้ลงทุนสถาบันเพิ่มเติมในประกาศว่าด้วยมาตรฐานการประกอบธุรกิจ โครงสร้างการบริหารงาน ระบบงาน และการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ข่าว
การเงิน
การลงทุน
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย