Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
PPTV Wealth
•
ติดตาม
5 มี.ค. เวลา 09:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
คาด SET รีบาวด์ฟื้นตัว สถานการณ์สู้รบในตะวันออก กลางเริ่มคลี่คลาย
InnovestX คาด SET รีบาวด์ฟื้นตัว สถานการณ์สู้รบในตะวันออก กลางเริ่มคลี่คลายหลังมีข่าวอิหร่านส่งสัญญาณเจรจาเพื่อยุติสงคราม
InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX คาด SET รีบาวด์ฟื้นตัว สถานการณ์สู้รบในตะวันออก กลางเริ่มคลี่คลายหลังมีข่าวอิหร่านส่งสัญญาณเจรจาเพื่อยุติสงคราม ราคาน้ำมันร่วงกดด้นหุ้นพลังงานต้นน้ำ แต่น่าจะได้แรงหนุนจากหุ้นใหญ่กลุ่มอิเล็กฯ ตามหุ้น Tech สหรัฐฯ ที่ปรับขึ้น อีกทั้งต่างชาติซื้อสุทธิบ่งชี้เม็ดเงินยังไม่ไหลออก
วันนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ ก.พ. ของไทย ทางเทคนิคแท่งเทียนทำรูปแบบ hammer ที่แนวรับเส้นค่าเฉลี่ย 75 วัน เป็นสัญญาณกลับตัวเบื้องต้น ประเมินแนวต้าน 1435/1465 แนวรับ 1385/1370 จุด
แนวรับ – แนวต้าน : 1435/1465 – 1385/1370
ช่วงสั้นมองตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกถูกกดดันและผันผวนสูงจากวิกฤติตะวันออกกลางรอบใหม่ ทำให้มีการโยกเงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย ราคาทองคำและโลหะเงินปรับขึ้น, USD แข็งค่ามาก และ Bond Yield ปรับลง เพราะกลัว ศก. ถดถอย INVX มองมีโอกาสสูงที่สถานการณ์จะยืดเยื้อแต่ไม่ลุกลาม ทำให้ SET เกิดภาวะ Risk off จากกังวลต้นทุนพลังงานทรงตัวสูง ปัจจัยชี้ขาดที่ต้องติดตามใกล้ชิด คือ
1. ปฏิบัติการของช่องแคบฮอร์มุซจะกลายเป็นการปิดกั้นที่ยืดเยื้อหรือไม่
2. ระดับการแทรกแซงของจีนและรัสเซียซึ่งอาจกำหนดทิศทางของความขัดแย้งได้อย่างสิ้นเชิง กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “ปรับพอร์ตเพื่อ Hedging (ป้องกันความเสี่ยง) และเก็งกำไรหุ้นที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้”
ช่วงสั้นมอง SET ปรับตัวลงจากเกิดภาวะ Risk off หลังเผชิญความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร กลยุทธ์ลงทุนแนะนำ “ปรับพอร์ตเพื่อ Hedging และเก็งกำไรกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้” ดังนี้
1.หุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ ได้แก่ PTTEP PTT BCP เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) พอร์ตลงทุนตามราคาน้ำมันที่คาดจะปรับขึ้นและทรงตัวสูง
2.หุ้นกลุ่มเดินเรือ ได้แก่ PSL TTA RCL PRM ซึ่งจะได้ Sentiment บวกจากค่าระวางเรือสูงขึ้น เนื่องจากหากเส้นทางเดินเรือต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮปเพื่อเลี่ยงตะวันออกกลาง ระยะเวลาเดินเรือจะนานขึ้น ทำให้อุปทานเรือขาดแคลน
3.ตั้งรับหุ้น Defensive ที่มี Pricing Power สูงและรายได้อิงในประเทศเป็นหลัก หากราคาปรับลงแรงเกินปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ ADVANC TRUE BEM CHG
4. หุ้นต่างประเทศที่ได้ผลบวก ได้แก่ กลุ่ม Defense อาทิ
RTX.US
LHX.US
LMT.US
ส่วนกองทุน ได้แก่ DAOL-DEFENSE, ETF เทียบเคียง Global X Defense Tech ETF (SHLD)
5.กองทุนทองคำ ได้แก่ K-GOLD-A(A), ETF ทองคำ SPDR Gold MiniShares Trust (GLDM)
ขณะที่แนะนำลดน้ำหนักหรือหลีกเลี่ยงสำหรับ
1. กลุ่มที่ต้นทุนจะปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน อาทิ ปิโตรเคมี สายการบิน ยานยนต์ โรงไฟฟ้า SPP อิเล็กทรอนิกส์
2. กลุ่มที่พึ่งพาฐานลูกค้าตะวันออกกลาง อาทิ กลุ่มท่องเที่ยว และรพ. ระดับบน
3. กลุ่มที่มีหนี้ต่างประเทศสูงจากบาทอ่อน อาทิ กลุ่มสายการบิน
ทั้งนี้ แนะนำให้นักลงทุนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยหากสงครามมีท่าทียืดเยื้อบานปลายต้องเตรียมลดพอร์ตเพื่อถือเงินสดเพิ่ม (Cash is King) โดย SET มีโอกาสปรับลง -5% ถึง -10% (อิงสถิติในอดีตที่สถานการณ์ยืดเยื้อลุกลาม) ในทางกลับกัน หากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย ต้องระวังแรงขาย Sell on Fact ในหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำและเดินเรือที่ปรับขึ้นมา ดังนั้นการเข้าเก็งกำไรสั้นจึงต้องมีวินัยสูงและควรตั้งจุด Trailing Stop หรือจุดล็อคกำไรไว้เสมอ
Daily Top Picks
GULF : ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากต้นทุนก๊าซฯ ที่ปรับลงในปี 69 จะทยอยรับรู้รายได้จากกำลังการผลิตใหม่ 695MW และ Capacity Payment ในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น และเงินปันผลในระดับสูงจาก KBANK หลังเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น และคาดมี Upside จากมาตรการ Direct PPA และ PDP2026 หลังจัดตั้งรัฐบาลเสร็จ เป้าระยะสั้น 56.00 บาท
TRUE : ปัจจัยกระตุ้นจากการดำเนินธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่อปัจจัยภายนอกจำกัด และผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่เริ่มฟื้นตัว หลังจำนวนผู้ใช้บริการใหม่สุทธิพลิกบวกใน 4Q68 ARPU มีโมเมนตัมแข็งแกร่งต่อเนื่อง และต้นทุนคลื่นที่ลดลงจากการประมูล เป้าระยะสั้น 13.70 บาท
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
ช่วงสั้นมอง SET ปรับตัวลงจากเกิดภาวะ Risk off หลังเผชิญความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร กลยุทธ์ลงทุนแนะนำ “ปรับพอร์ตเพื่อ Hedging และเก็งกำไรกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้” ดังนี้
1. หุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ ได้แก่ PTTEP PTT BCP เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) พอร์ตลงทุนตามราคาน้ำมันที่คาดจะปรับขึ้นและทรงตัวสูง
2.หุ้นกลุ่มเดินเรือ ได้แก่ PSL TTA RCL PRM ซึ่งจะได้ Sentiment บวกจากค่าระวางเรือสูงขึ้น เนื่องจากหากเส้นทางเดินเรือต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮปเพื่อเลี่ยงตะวันออกกลาง ระยะเวลาเดินเรือจะนานขึ้น ทำให้อุปทานเรือขาดแคลน
3.ตั้งรับหุ้น Defensive ที่มี Pricing Power สูงและรายได้อิงในประเทศเป็นหลัก หากราคาปรับลงแรงเกินปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ ADVANC TRUE BEM CHG
4.หุ้นต่างประเทศที่ได้ผลบวก ได้แก่ กลุ่ม Defense อาทิ
RTX.US
LHX.US
LMT.US
ส่วนกองทุน ได้แก่ DAOL-DEFENSE, ETF เทียบเคียง Global X Defense Tech ETF (SHLD)
5.กองทุนทองคำ ได้แก่ K-GOLD-A(A), ETF ทองคำ SPDR Gold MiniShares Trust (GLDM)
ขณะที่แนะนำลดน้ำหนักหรือหลีกเลี่ยงสำหรับ
กลุ่มที่ต้นทุนจะปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน อาทิ ปิโตรเคมี สายการบิน ยานยนต์ โรงไฟฟ้า SPP อิเล็กทรอนิกส์
กลุ่มที่พึ่งพาฐานลูกค้าตะวันออกกลาง อาทิ กลุ่มท่องเที่ยว และรพ. ระดับบน
กลุ่มที่มีหนี้ต่างประเทศสูงจากบาทอ่อน อาทิ กลุ่มสายการบิน
ทั้งนี้ แนะนำให้นักลงทุนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยหากสงครามมีท่าทียืดเยื้อบานปลายต้องเตรียมลดพอร์ตเพื่อถือเงินสดเพิ่ม (Cash is King)
โดย SET มีโอกาสปรับลง -5% ถึง -10% (อิงสถิติในอดีตที่สถานการณ์ยืดเยื้อลุกลาม) ในทางกลับกัน หากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย ต้องระวังแรงขาย Sell on Fact ในหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำและเดินเรือที่ปรับขึ้นมา ดังนั้นการเข้าเก็งกำไรสั้นจึงต้องมีวินัยสูงและควรตั้งจุด Trailing Stop หรือจุดล็อคกำไรไว้เสมอ
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ :
https://www.pptvhd36.com/wealth/stock-investment/270046
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์
https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
Facebook PPTVHD36 :
https://www.facebook.com/PPTVHD36
YouTube :
www.youtube.com/@PPTVHD36
set
หุ้นไทย
อิหร่าน
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย