ธนูดอกแรก มุ่งเน้นไปที่การขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวและพลังงานสะอาด ภายใต้แนวคิด Green Economy ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะนโยบาย Direct PPA ที่จะเปิดทางให้ภาคอุตสาหกรรมซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาดได้โดยตรง อันเป็นกุญแจสำคัญในการดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) เพราะในยุคที่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกให้ความสำคัญกับคาร์บอนฟุตพริ้นต์ การมีพลังงานสะอาดที่เพียงพอ จึงกลายเป็นเงื่อนไขหลักในการเลือกฐานการผลิต
ด้วยเหตุนี้ นักวิเคราะห์จาก บล.กรุงศรี และ บล.บัวหลวง จึงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่าง GULF และ GPSC ที่มีศักยภาพในการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าหมุนเวียน เพื่อรองรับ Data Center และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่ GUNKUL ก็เป็นที่จับตาในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน EPC พลังงานลมและแสงอาทิตย์ ที่จะได้อานิสงส์จากโครงการ Low Carbon City ทั่วประเทศ
ต่อมาคือ ธนูดอกที่สอง ที่ว่าด้วยการปฏิรูปทุนมนุษย์และเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมีเป้าหมายยกระดับทักษะแรงงานผ่านโครงการ Skill Bridge และ การนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น
เมื่อทั้งภาครัฐและเอกชนต้องเร่งปรับตัวสู่โลกดิจิทัล ความต้องการระบบ Digital Transformation จึงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีได้รับบทบาทสำคัญทันที
นักวิเคราะห์จาก บล.เอเซีย พลัส จึงมองว่า หุ้นกลุ่ม Tech Consult อย่าง BE8 และ BBIK จะได้รับแรงหนุนจากความต้องการพัฒนาระบบ AI และ Data Analytics อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน การดึงดูดบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติเข้ามาลงทุน ก็ส่งผลบวกโดยตรงต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม อย่าง WHA และ AMATA ที่กลายเป็นผู้เล่นหลักในแผนผังนี้
ธนูดอกสุดท้าย คือ การปลดล็อกกฎหมายรวบยอด หรือ Omnibus Law เพื่อลดขั้นตอนความยุ่งยากในการลงทุน และยกระดับ Ease of Doing Business ซึ่งเจ๊เมาธ์มองว่า เป็นกลไกสำคัญ ที่ทำให้เงินลงทุนไหลเวียนได้รวดเร็วขึ้น เมื่อการอนุมัติโครงการสั้นลง การลงทุนทั้งภาครัฐ และ เอกชน ก็จะเกิดขึ้นได้ทันใจ