6 มี.ค. เวลา 06:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

กรมทรัพย์สินฯ เดินหน้าปราบปรามสินค้าละเมิดฯ ยกระดับมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง

กรมทรัพย์สินฯ เร่งเดินหน้าปราบปรามสินค้าละเมิดฯ ตอกย้ำความร่วมมือ "รัฐ-เอกชน-เจ้าของสิทธิ" ยกระดับมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ สหรัฐฯ เปิดเผยรายงาน Notorious Markets ปี 68 ไม่มีชื่อตลาดออนไลน์ของไทยแล้ว
กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) เผยแพร่รายงาน Notorious Markets ประจำปี 2568 โดยในส่วนของประเทศไทย ไม่ปรากฏรายชื่อตลาดออนไลน์ในรายงานดังกล่าว ขณะที่ตลาดพื้นที่การค้าสำคัญ ยังมีรายชื่อศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ ปรากฏอยู่ในกลุ่มตลาดที่มีการละเมิดสูง (Notorious Markets) โดยนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์
USTR ได้เผยแพร่รายงานรายชื่อตลาดที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูงทั่วโลก ประจำปี 2568 หรือ รายงาน Notorious Markets ซึ่งปรากฏรายชื่อตลาดออนไลน์ 37 แห่ง และย่านการค้า (Physical Markets) 32 แห่งใน 19 ประเทศ โดยสำหรับไทยปรากฏเพียงศูนย์การค้า 1 แห่ง ในกรุงเทพฯ ติดอยู่ในกลุ่มตลาด Physical Markets ที่มีการละเมิดสูง
พร้อมระบุว่า ผู้มีส่วนได้เสียได้แสดงความชื่นชมต่อความพยายามอย่างมีนัยสำคัญของกรมทรัพย์สินทางปัญญา และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการเพิ่มความถี่และความเข้มข้นในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์
อีกทั้งยังได้จัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้ค้าและผู้บริโภคเกี่ยวกับผลกระทบของสินค้าปลอม ขณะที่เจ้าของและผู้ประกอบการศูนย์การค้าฯ ได้ให้ความร่วมมือในการปราบปรามดังกล่าว โดยใช้มาตรการยกเลิกสัญญาเช่ากับผู้เช่าที่ถูกจับกุมในข้อหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และสามารถปิดร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าละเมิดฯ จำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี กรมฯ
ตระหนักว่ายังคงมีความพยายามลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดในบางลักษณะ โดยเฉพาะการจำหน่ายผ่านแผงลอยชั่วคราวหรือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจำหน่ายเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ซึ่งภาครัฐและภาคเอกชนยังคงเดินหน้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับความเข้มข้นในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดรายใหญ่
สำหรับสถานการณ์ในตลาดออนไลน์ ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกอย่างเห็นได้ชัด โดยรายงานในปีนี้ไม่ปรากฏชื่อของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของไทยอยู่ในรายชื่อแหล่งที่น่ากังวล ทั้งนี้ ทิศทางที่เป็นบวกดังกล่าวเกิดขึ้นสอดรับกับการที่แพลตฟอร์มออนไลน์หลักในประเทศไทย ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต เพื่อให้มีการแจ้งและระงับการจำหน่ายสินค้าที่เข้าข่ายละเมิดฯ อย่างทันท่วงที และมีการยกระดับมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง
ทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้ค้าออนไลน์ ตลอดจนการติดตามและประเมินความเสี่ยงในช่องทางดิจิทัลอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งมีส่วนช่วยยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล
อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวย้ำว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในฐานะกลไกสำคัญในการส่งเสริมการค้า การลงทุน และความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยกรมฯ พร้อมรับข้อสังเกตจากรายงานดังกล่าวมาใช้ประกอบการปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วน โดยจะเร่งขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ทั้ง บก.ปอศ. กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และเจ้าของสิทธิ โดยมุ่งปราบปรามการละเมิดฯ ทั้งตลาดย่านการค้าในกรุงเทพฯ และพื้นที่จังหวัดแหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนจังหวัดการค้าชายแดน รวมทั้งการปราบปรามฯ ทางออนไลน์ เพื่อขยายผลไปสู่การจับกุมและตรวจยึดโกดัง สถานที่เก็บสินค้ารายใหญ่
พร้อมเดินหน้าเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาให้แก่ผู้ค้าและผู้ประกอบการ เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางการค้าที่เป็นธรรม โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัย ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างประเทศในการเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น
สำหรับสถานการณ์ในตลาดออนไลน์ ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกอย่างเห็นได้ชัด โดยรายงานในปีนี้ไม่ปรากฏชื่อของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของไทยอยู่ในรายชื่อแหล่งที่น่ากังวล ทั้งนี้ ทิศทางที่เป็นบวกดังกล่าวเกิดขึ้นสอดรับกับการที่แพลตฟอร์มออนไลน์หลักในประเทศไทย ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต เพื่อให้มีการแจ้งและระงับการจำหน่ายสินค้าที่เข้าข่ายละเมิดฯ อย่างทันท่วงที และมีการยกระดับมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง
ทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้ค้าออนไลน์ ตลอดจนการติดตามและประเมินความเสี่ยงในช่องทางดิจิทัลอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งมีส่วนช่วยยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล
อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวย้ำว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในฐานะกลไกสำคัญในการส่งเสริมการค้า การลงทุน และความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยกรมฯ พร้อมรับข้อสังเกตจากรายงานดังกล่าวมาใช้ประกอบการปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วน โดยจะเร่งขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ทั้ง บก.ปอศ. กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และเจ้าของสิทธิ โดยมุ่งปราบปรามการละเมิดฯ ทั้งตลาดย่านการค้าในกรุงเทพฯ และพื้นที่จังหวัดแหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนจังหวัดการค้าชายแดน รวมทั้งการปราบปรามฯ ทางออนไลน์ เพื่อขยายผลไปสู่การจับกุมและตรวจยึดโกดัง สถานที่เก็บสินค้ารายใหญ่ พร้อมเดินหน้าเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาให้แก่ผู้ค้าและผู้ประกอบการ เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางการค้าที่เป็นธรรม โปร่งใส
และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัย ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างประเทศในการเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/270116
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา