Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
PPTV Wealth
•
ติดตาม
8 มี.ค. เวลา 06:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
สั่งฟัน 15 บริษัทนอมินี สวมรอยค้า "มะพร้าวน้ำหอม" ขยายผลดำเนินคดีเด็ดขาด
พณ. สั่งฟัน 15 บริษัทนอมินีต่างชาติ สวมรอยค้า "มะพร้าวน้ำหอม" ส่งหน่วยงานพันธมิตร ขยายผลดำเนินคดีเด็ดขาด
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มทุนต่างชาติแฝงตัวทำธุรกิจล้งผลไม้และมะพร้าวน้ำหอม หลังพบเบาะแสการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง เตรียมส่งรายชื่อ 15 บริษัทกลุ่มเสี่ยงและ 10 บุคคลสนับสนุน ให้ตำรวจสอบสวนกลาง-ดีเอสไอ-ปปง. ดำเนินคดีทางกฎหมาย เดินหน้าสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทย โดยนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำและการตรวจสอบกลุ่มทุนต่างชาติที่ประกอบกิจการล้งผลไม้ (ล้ง) โดยระบุว่า
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกในส่วนที่กรมฯ รับผิดชอบ ล่าสุดตรวจพบข้อมูลบริษัทกลุ่มเสี่ยงที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ นอมินี จำนวนทั้งสิ้น 15 บริษัท
จากการตรวจสอบ พบว่า บริษัทกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์การค้าผลไม้และเขตปริมณฑล ดังนี้
-จังหวัดราชบุรี 11 บริษัท
-จังหวัดสมุทรปราการ 1 บริษัท
-กรุงเทพมหานคร 1 บริษัท
-จังหวัดปทุมธานี 1 บริษัท
-จังหวัดสมุทรสาคร 1 บริษัท
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ ได้ส่งข้อมูลของทั้ง 15 บริษัท ให้กับหน่วยงานพันธมิตรทั้ง 7 หน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้เรียบร้อยแล้ว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
นอกจากการตรวจสอบนิติบุคคลแล้ว กรมฯ ยังพบข้อมูลบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย จำนวน 10 ราย ที่มีพฤติการณ์เชื่อได้ว่าเป็นผู้ให้การสนับสนุนหรือถือหุ้นแทนกลุ่มทุนต่างชาติใน 15 บริษัทข้างต้น ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรง โดยได้ส่งรายชื่อบุคคลดังกล่าวให้ 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและดำเนินคดีในระดับบุคคล
นอกจากนี้ยังเปิดเผยสาเหตุที่ทำให้ราคามะพร้าวน้ำหอมไทยตกต่ำ โดยระบุว่าปัญหาเกิดจากสภาวะ ซัพพลายล้นตลาดสวนทางดีมานด์ที่ลดลง ซึ่งมีปัจจัยสำคัญ 3 ด้านหลักๆ ดังนี้
1. ปริมาณผลผลิตพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ย้อนกลับไปในปี 2567 ประเทศไทยเผชิญสภาวะเอลนีโญทำให้ผลผลิตลดลง แต่ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2564 - 2568) พบว่าภาคเกษตรกรรมมีการขยายตัวอย่างมาก โดยพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นจาก 235,903 แสนไร่ เป็น 305,706 แสนไร่ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 7 หมื่นไร่ ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตปี 2568 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่กว่า 305,706 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 50% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
2. ยอดส่งออกวูบ-เสียส่วนแบ่งการตลาดในจีน
ในขณะที่ผลผลิตเพิ่มขึ้น แต่การส่งออกกลับสวนทาง โดยในปี 2566 ไทยเคยสร้างรายได้จากการส่งออกมะพร้าวน้ำหอมกว่า 9,888.92 ล้านบาท แต่ในปี 2568 ลดลงเหลือเพียง 6,456.52 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุหลักมาจากตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดเบอร์หนึ่งที่รองรับผลผลิตไทยถึง 80% ของยอดส่งออกทั้งหมด
"ในปี 2566 เราเคยครองส่วนแบ่งตลาดในจีนสูงถึง 75% แต่ในปี 2568 กลับลดลงเหลือไม่ถึง 50% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยืนยันว่าเรากำลังมีปัญหาทั้งในฝั่งซัพพลายที่มากเกินไปและดีมานด์ต่างประเทศที่หดตัวลง"
3. โครงสร้างราคาที่ไม่เป็นธรรมและการเข้ามาของทุนต่างชาติ
จากการตรวจสอบโครงสร้างราคา พบส่วนต่างที่น่าสงสัย โดยราคาที่เกษตรกรได้รับอยู่ที่ประมาณ 4-5 บาทต่อลูก (เกรดมาตรฐานน้ำหนัก 1-1.2 กก.) แต่เมื่อผ่านกระบวนการคัดแยกและส่งออกไปถึงห้างสรรพสินค้าใน 6 เมืองหลักของจีน ราคาขายปลีกกลับพุ่งสูงถึง 8-12 หยวน หรือประมาณ 36-53 บาทต่อลูก
ส่วนต่างราคานี้เป็นที่มาของการตรวจสอบว่า ราคาหน้าสวน 4-5 บาทนั้นเหมาะสมหรือไม่ โดยกรมฯ พบการกระทำของทุนต่างชาติที่พยายามเข้ามาควบคุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทั้งการเช่าที่ดินปลูกเอง การเป็นผู้รวบรวม (ล้ง) และผู้ส่งออก โดยใช้คนไทยเป็น นอมินี เพื่อเลี่ยงกฎหมาย ซึ่งถือเป็นการทำลายกลไกการแข่งขันที่เสรี
ขณะที่แนวทางแก้ไข กรมฯ ได้วางแนวทางแก้ปัญหาในระยะสั้น-กลาง เพื่อช่วยกระตุ้นราคามะพร้าวน้ำหอมให้อยู่เหนือจุดคุ้มทุน แบ่งเป็นการแก้ปัญหาในภาคการเกษตร ที่จะมีระบบบริหารจัดการควบคุมการขยายพื้นที่ปลูก-ป้องกันมะพร้าวน้ำหอมล้นตลาด
ส่วนภาคการผลิต จะมีการบังคับใช้กฎหมายที่เท่าเทียมกันทุกกลุ่มนักลงทุนโดยไม่มีข้อยกเว้น และตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น (นอมินี) เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกกลุ่มผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันต้องมีการจัดระเบียบมาตรฐานสินค้า และปราบปรามสินค้าปลอม เพื่อปกป้องผู้ส่งออกไทย
สำหรับภาคการตลาด จะรักษาตลาดเดิมให้ได้มากที่สุดและเพิ่มตลาดใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่วนกรณีที่ตลาดเดิมเริ่มซบเซา จะฟื้นฟูเพื่อให้ได้คำสั่งซื้อกลับคืนหรือเพิ่มเติมมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดการผูกขาดได้ในระยะยาวและจะมีมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ
นอกจากนี้ในระยะถัดไปจะมีการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายผล ลงพื้นที่ตรวจสอบไปยังผลไม้ชนิดอื่นด้วย เช่น ทุเรียน หรือผลไม้ชนิดอื่นตามฤดูกาล เพื่อให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกรและผู้ส่งออกของไทยให้ได้มากที่สุด พร้อมกับยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การทำงานในช่วงที่มีกระแสเรียกร้องให้ตรวจสอบเท่านั้น แต่จะขยายผลและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
"เราจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดการซื้อขายและทำธุรกิจที่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการที่ถูกต้อง บนหลักการที่ว่า คนดีเราดูแลเต็มที่ คนที่ไม่ถูกต้องเราดำเนินการเด็ดขาด โดยไม่ได้เจาะจงว่าเป็นสัญชาติใดหรือเชื้อชาติใด หากพบว่าทำผิดกฎหมายนอมินีจะต้องถูกดำเนินการทั้งหมดไม่มีข้อยกเว้น"
ทั้งนี้ การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกในการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรไทย โดยกรมฯ มุ่งหวังที่จะกำจัดกลุ่มทุนที่เข้ามาตัดวงจรการค้าอย่างไม่ถูกต้อง เพื่อคืนกลไกตลาดที่เป็นธรรมให้กับภาคอุตสาหกรรมมะพร้าวไทยอย่างยั่งยืน
สำหรับ 8 หน่วยงาน ที่กรมฯ ประสานความร่วมมือเพื่อเข้าตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ มีดังนี้
-กรมการค้าภายใน และ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เพื่อตรวจสอบการรับซื้อในราคาที่ต่ำเกินสมควรและการกำหนดราคาที่ไม่เป็นธรรมของกลุ่มล้ง
-กรมการจัดหางาน เพื่อตรวจสอบการจ้างงานและแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย
-กรมสรรพากร ตรวจสอบการเสียภาษีของบริษัทกลุ่มเสี่ยง
-สำนักงาน ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินและการฟอกเงิน
-ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB), ปอศ. และ DSI ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลงพื้นที่สืบสวนเชิงลึกเพื่อดำเนินคดีกับตัวการใหญ่และนอมินี
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ :
https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/270202
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์
https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
Facebook PPTV Wealth :
https://www.facebook.com/PPTVWealth/
YouTube Wealth :
www.youtube.com/@PPTVWealth
เศรษฐกิจไทย
เศรษฐกิจโลก
เศรษฐกิจ
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย