6 มี.ค. เวลา 13:24 • กีฬา

# เส้นทางในทีมชาติที่ต้องจบลง

# มิชาเอล บัลลัค คือ กองกลางที่มีความครบเครื่องมากที่สุดคนหนึ่งในช่วงยุคทศวรรษที่ 2000s โดยเขาประสบความสำเร็จอย่างสวยหรูในการค้าแข้งให้กับ บาเยิร์น มิวนิค รวมไปถึง เชลซี
# ขณะที่ในทีมชาติเยอรมัน เขาก็กลายเป็นกัปตันทีมชาติตั้งแต่หลังจบศึกยูโร 2004 พร้อมกับเป็นผู้นำทัพอินทรีเหล็กในฟุตบอลโลก 2006 รวมถึงยูโร 2008
# แม้จะไม่เคยประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์กับทีมชาติเยอรมัน แต่เขาก็คือหนึ่งในสุดยอดผู้เล่นระดับตำนานของทีมชาติเยอรมัน แต่น่าเสียดายที่การปิดฉากในทีมชาติของเขาไม่ได้มีความสวยหรูและสวยงามอย่างที่ควรจะเป็น
# โดยต้องย้อนไปในช่วงปี 2010 บัลลัคได้ลงเล่นให้ต้นสังกัดในขณะนั้นคือ เชลซี ในการเจอกับ พอร์ทสมัธ ซึ่งเป็นเกมนัดชิงบอลถ้วยเอฟเอคัพของฤดูกาล 2009/2010 ซึ่งในระหว่างเกมเขาได้ถูก เควิน พรินซ์ บัวเต็ง กองกลางของพอร์ทสมัธเข้าสกัดอย่างหนักและก็รุนแรงถึงขั้นที่ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้า
# หลังจากได้รับบาดเจ็บหนัก ทำให้เขาเล่นต่อไม่ไหวจนถูกเปลี่ยนตัวออกแต่อย่างน้อยเขาก็ยังอยู่ในชุดแชมป์เอฟเอคัพในปีนั้น หลังจากที่ทีมสิงห์บลูส์เฉือนเอาชนะไป 1-0 จากการทำประตูของ ดิดิเยร์ ดร็อกบา
# อาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าของเขาค่อนข้างน่าเป็นกังวล เพราะถัดไปอีก 1 เดือนศึกฟุตบอลโลก 2010 ก็กำลังจะเปิดฉากขึ้น แม้ตัวบัลลัคจะยังมั่นใจว่าเขายังน่าจะหายทันและมีชื่อเป็น 1 ใน 23 ขุนพลของทีมชาติเยอรมันที่จะไปเล่นฟุตบอลโลกที่ประเทศแอฟริกาใต้
# แต่แล้วความหวังของบัลลัคก็พังทลาย เมื่อ โยอาคิม เลิฟ กุนซือของทีมอินทรีเหล็กตัดสินใจถอดชื่อบัลลัคออกจาก 23 ผู้เล่นชุดฟุตบอลโลก 2010 พร้อมกับดาวรุ่งดวงใหม่อย่าง ซามี เคดิร่าทมาแทนที่ในตำแหน่งของเขา
# การอดไปเล่นฟุตบอลโลก 2010 ทำให้เส้นทางในทีมชาติเยอรมันของบัลลัคดับวูบลงทันที เนื่องจาก เลิฟ เลือกใช้ผู้เล่นสายเลือดใหม่ขึ้นมาเป็นแกนหลักของทีมทั้งเคดิร่า / เมซุต โอซิล รวมไปถึง โธมัส มุลเลอร์
# นอกจากนั้นแล้วเขายังสูญเสียปลอกแขนกัปตันทีมชาติไปให้กับ ฟิลลิป ลาห์ม ฟูลแบ็คของบาเยิร์น มิวนิค โดยแม้ว่าบัลลัคจะตั้งความหวังว่าจะได้กลับคืนสู่ทีมชาติ แต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับใดๆจากทางฝั่งของเลิฟ นั่นจึงทำให้เส้นทางของบัลลัคกับทีมชาติเยอรมันจบลงไปในปี 2010 โดยเขาทำสถิติติดทีมชาติ 98 นัดและทำไปได้ 42 ประตู
# การที่ บัลลัค ต้องปิดฉากกับทีมชาติเยอรมันในแบบที่ไม่ค่อยสวยงาม ทำให้สื่อของเยอรมันหลายสำนักเลือกโจมตีไปที่ เควิน พรินซ์ บัวเต็ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้บัลลัคต้องจบสิ้นเส้นทางกับทีมชาติ โดยสื่อพากันเรียกบัวเต็งว่า ผู้ร้าย
# ส่วน เควิน พรินซ์ บัวเต็ง ผู้ตกเป็นจำเลย เขาได้ไปเล่นฟุตบอลโลก 2010 แต่เป็นการเล่นให้กับทีมชาติกานาตามสัญชาติของพ่อ ขณะที่น้องชายของเขาคือ เยโรม บัวเต็ง เลือกเล่นให้กับทีมชาติเยอรมันตามสัญชาติของแม่และยังเป็นประเทศถิ่นเกิดของพี่น้องบัวเต็ง
#มิชาเอลบัลลัค
#เควินพรินซ์บัวเต็ง
#ทีมชาติเยอรมัน
#นักฟุตบอลนอกกระแส
จังหวะเข้าสกัดของ เควิน พรินซ์ บัวเต็ง ทำให้ มิชาเอล บัลลัค ถึงกับได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าในเกมนัดชิงเอฟเอคัพของปี 2010
บัลลัคได้รับบาดเจ็บหนักจนถึงขั้นพลาดการไปเล่นฟุตบอลโลก 2010 กับทีมชาติเยอรมัน
การไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลโลก 2010 นั่นเท่ากับว่าเป็นจบสิ้นเส้นทางของเขากับทีมชาติเยอรมันไปโดยปริยาย
ขณะที่พรินซ์ บัวเต็ง กลับได้ไปลุยฟุตบอลโลก 2010 กับทีมชาติกานา
โฆษณา