Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
รักวุ่นวายของไฮโซตัวร้ายกับนายบ้านนา
•
ติดตาม
6 มี.ค. เวลา 14:47 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
รักวุ่นวายของไฮโซตัวร้าย กับนายบ้านนา Ep.8
ค่ำคืนนั้น โต๊ะอาหารยาวในโรงแรมหรูเต็มไปด้วยแขกผู้มีเกียรติ เสียงพูดคุยเบา ๆ คลอไปกับกลิ่นอาหารที่หอมกรุ่น ไพลินนั่งอยู่ใกล้พ่อเลี้ยงในฐานะหัวหน้าโครงการ เพชรนั่งฝั่งตรงข้าม ข้าง ๆ มีรุ้งและพลอยที่คอยช่วยดูแลแขกด้วยรอยยิ้มสดใส กวินก้าวเข้ามาในชุดสูทเข้ม เขายิ้มอบอุ่นและนั่งลงใกล้ไพลิน “อาหารค่ำคืนนี้อร่อยมากครับ แต่สิ่งที่ทำให้ผมอยากมาที่นี่จริง ๆ …คือคุณ”
บรรยากาศบนโต๊ะเงียบลงชั่วครู่ ทุกสายตาหันไปมอง ไพลินยิ้มสุภาพรับคำพูดนั้น แต่ยังไม่ทันตอบอะไร เพชรก็ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มช้า ๆ เขาไม่พูดแทรก ไม่แสดงความไม่พอใจออกมา เพียงแต่ก้มหน้าลงเล็กน้อย ราวกับยอมรับว่าตนไม่ควรแสดงออกเกินขอบเขต พลอยเหลือบมองด้วยความกังวล เธอเห็นมือเพชรที่กำแก้วแน่น แต่เขาก็ยังคงรักษามารยาท ไม่เอ่ยคำใดให้เสียบรรยากาศ
กวินหันไปสบตาไพลินอีกครั้ง รอยยิ้มของเขามั่นใจ “ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมไม่ได้มาแค่ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ แต่ในฐานะคนที่เชื่อในตัวคุณจริง ๆ”
ไพลินนิ่งไปเล็กน้อย เธอหันไปมองเพชรที่กำลังพูดคุยกับรุ้ง แล้วหันกลับมามองกวินที่ยังคงยิ้มมั่นใจ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่ควรจะอบอุ่น กลับเต็มไปด้วยความเงียบที่แฝงด้วยแรงกดดัน ทุกคนรู้ว่ามื้อนี้ไม่ใช่แค่การทานข้าวธรรมดา แต่คือการเริ่มต้นของเกมหัวใจที่ซับซ้อนขึ้นอีกขั้น
เมื่อมื้อค่ำใกล้สิ้นสุด เสียงพูดคุยของแขกเริ่มเบาลง เลขานุการบริษัทของกวิน เดินเข้ามาพร้อมเอกสารบางส่วน เขาก้มศีรษะเล็กน้อยก่อนเอ่ยขึ้น
“คุณไพลินครับ ทาง LVTS Group อยากเชิญคุณไปพูดคุยเพิ่มเติมเรื่องการขยายโครงการหลังงานเลี้ยงนี้”
กวินลุกขึ้นทันที รอยยิ้มของเขายังคงอบอุ่น “ถ้าไม่รังเกียจ… ผมอยากให้คุณได้เห็นมุมมองใหม่ ๆ ที่จะทำให้โครงการนี้ไปไกลกว่าที่คิด เพราะบริษัทฯของผมเป็นผู้นำเข้าเคมีภัณฑ์ระดับต้นๆ ของประเทศด้วยนะครับ ถ้าบริษัทของเราทั้งสองร่วมมือกันโครงการนี้จะเป็นที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้นอีกแน่นอน”
ไพลินชะงักไปเล็กน้อย เธอหันไปมองเพชรที่นั่งตรงข้าม เพชรเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สายตาเขานิ่ง สุขุม แต่แฝงด้วยความกังวล เขาไม่พูดอะไรเพียงแค่พยักหน้าราวกับจะบอกว่า “ถ้าเป็นสิ่งที่คุณเลือก…ผมจะไม่ขัด”
พลอยหันไปมองที่พี่ชายมองภาพนั้นด้วยความสงสาร เธอรู้ดีว่าในใจเพชรมีมากกว่าที่เขาแสดงออก แต่เขาก็เลือกที่จะเจียมตัวและรักษามารยาท เขาเลือกที่จะเก็บความรู้สึกไว้ในใจ ไพลินหันกลับไปมองกวินที่ยืนรออยู่ รอยยิ้มของเขามั่นใจและสายตาจับจ้องอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะลุกขึ้นตามเขาออกไป เสียงในห้องเลี้ยงยังคงดำเนินต่อ แต่สำหรับเพชรอาหารมื้อนี้ได้ทิ้งรอยร้าวบางอย่างไว้ในใจที่ไม่มีใครพูดออกมา
ไพลินเดินเคียงไปกับกวินในทางเดินยาวของโรงแรม เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “ผมเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้คุณก้าวไปไกลกว่าที่คิด คุณไม่จำเป็นต้องแบกรับทุกอย่างคนเดียวอีกต่อไป”
ไพลินหยุดก้าวเล็กน้อย เธอหันไปสบตาเขารอยยิ้มสุภาพยังคงอยู่ แต่ในแววตาแฝงความลังเล
“ฉันต้องคิดให้รอบคอบค่ะ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่ยังเกี่ยวกับคนที่ฉันทำงานด้วยทุกวัน”
กวินยิ้มพร้อมผายมือไปเชิญให้เธอเดินต่อ
“ผมเข้าใจครับ แต่บางครั้งการตัดสินใจที่กล้าหาญก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราไปถึงจุดที่ไม่เคยคิดว่าจะไปถึง”
ในขณะเดียวกัน เพชรยังคงนั่งอยู่ในห้องเลี้ยง เสียงพูดคุยของแขกค่อย ๆ จางลง เขามองแก้วน้ำที่วางอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกหนักอึ้งในใจทำให้เขาแทบไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง รุ้งที่นั่งข้าง ๆ ก่อนจะเอ่ยถาม “เพชรเป็นอะไรเหรอ ไม่สบายหรือป่าว”
เพชรเงยหน้าขึ้นส่ายหัวบอกว่าไม่เป็นไร แต่สายตาเต็มไปด้วยความขมขื่นแต่ยังคงสงบ “ถ้าเป็นสิ่งที่เธอเลือก…เราก็ต้องเคารพ” เขาพูดด้วยเสียงแผ่วเบา แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ไม่อาจเอ่ยออกมา
พลอยเธอรู้ดีว่าพี่ชายไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่าย ๆ แต่ครั้งนี้เขากำลังเลือกที่จะถอย เพื่อไม่ให้ไพลินลำบากใจ ไพลินเดินตามกวินไปยังห้องประชุมเล็กที่จัดเตรียมไว้ เสียงประตูปิดเบา ๆ ตัดขาดจากความครึกครื้นในงานเลี้ยง กวินเชิญเธอนั่งลงตรงข้าม ก่อนจะเปิดเอกสารที่เลขานุการส่งมาให้
“โครงการของคุณมีศักยภาพสูงมากครับ” กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “แต่ถ้าเราร่วมมือกัน LVTS Group จะสามารถนำเข้าเคมีภัณฑ์คุณภาพสูงมาช่วยลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตได้อย่างมหาศาล คุณจะไม่ต้องกังวลเรื่องซัพพลายอีกต่อไป”
ไพลินนิ่งฟัง พลิกเอกสารช้า ๆ สายตาเธอจับจ้องตัวเลขและกราฟที่แสดงผลคาดการณ์ เธอรู้ว่าข้อเสนอของกวินมีน้ำหนัก แต่ในใจกลับมีเสียงแผ่วเบาที่ทำให้เธอลังเล
“ข้อเสนอน่าสนใจค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ “แต่ฉันต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะโครงการนี้ไม่ใช่แค่เรื่องผลผลิต แต่ยังเกี่ยวกับชุมชนและคนทำงานในพื้นที่ด้วย”
กวินยิ้มบาง ๆ เอนตัวเล็กน้อย “ผมเข้าใจครับ แต่คุณลองคิดดูสิ… ถ้าโครงการนี้เติบโตได้เร็วขึ้น คุณจะสามารถช่วยเหลือชุมชนได้มากกว่าเดิม ผมอยากให้คุณเห็นว่าฐานะและทรัพยากรของเรา สามารถเป็นแรงผลักดันให้คุณไปไกลกว่าที่คิด”
บรรยากาศในห้องประชุมเต็มไปด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น ไพลินสูดลมหายใจเบา ๆ เธอรู้ว่ากวินกำลังใช้ทั้งฐานะและอำนาจธุรกิจเข้ามาโน้มน้าว แต่ในใจเธอยังมีภาพของเพชรที่นั่งเงียบอยู่ในห้องเลี้ยง สายตาที่นิ่งและเต็มไปด้วยความห่วงใยนั้นยังคงตามหลอกหลอน
กวินเปิดเอกสารตรงหน้า พลิกไปยังหน้าที่มีตัวเลขคาดการณ์ผลผลิตและรายได้ เขาโน้มตัวเล็กน้อย สายตาคมกริบจับจ้องไพลิน “คุณลองดูตรงนี้สิครับ… ถ้าเราเพิ่มการนำเข้าเคมีภัณฑ์คุณภาพสูง ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นเกือบสามสิบเปอร์เซ็นต์ภายในปีแรก นั่นหมายถึงกำไรที่มากขึ้น และโครงการของคุณจะกลายเป็นต้นแบบระดับประเทศ”
น้ำเสียงของเขามั่นใจ ไม่ใช่การเสนอ แต่แทบจะเป็นการประกาศว่าเส้นทางนี้คือความสำเร็จที่แน่นอน ไพลินก้มมองตัวเลข เธอรู้ว่ามันสมเหตุสมผล แต่ในใจกลับหนักอึ้ง
“ข้อเสนอของคุณน่าสนใจค่ะ” เธอเอ่ยช้า ๆ “แต่ฉันต้องคิดถึงผลกระทบต่อชุมชนด้วย การใช้เคมีภัณฑ์มากขึ้นอาจทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว”
กวินยิ้มบาง ๆ แต่แฝงด้วยความมั่นใจที่ไม่สั่นคลอน “ผมเข้าใจครับ แต่บริษัทของเรามีมาตรการควบคุมที่เข้มงวด คุณไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นเลย สิ่งที่ผมอยากให้คุณเห็นคือ…คุณไม่จำเป็นต้องเดินคนเดียว คุณมีผม และคุณมีทรัพยากรทั้งหมดของ LVTS Group อยู่เคียงข้าง”
ไพลินรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและอำนาจ เธอรับรู้ได้ว่ากวินไม่ได้พูดเพียงในฐานะนักธุรกิจ แต่กำลังพยายามเข้ามาในชีวิตเธอในฐานะ “คนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้าง”
กวินวางปากกาลงบนเอกสาร สายตาเขาจับจ้องไพลินอย่างจริงจัง เสียงของเขาแผ่วลง แต่หนักแน่น “คุณรู้ไหมครับ…ตั้งแต่คืนงานกาล่าครั้งนั้นที่เราเจอกัน ผมก็รู้ทันทีว่าคุณไม่เหมือนใคร สำหรับผมมันคือ รักแรกพบ”
ไพลินชะงักไปเล็กน้อยดวงตาเบิกกว้าง เธอไม่คาดคิดว่าคำสารภาพจะออกมาท่ามกลางการเจรจาธุรกิจที่จริงจังเช่นนี้
กวินยิ้มบาง ๆ แต่สายตาเต็มไปด้วยความมั่นใจ “ผมไม่ได้มาที่นี่แค่ในฐานะนักธุรกิจที่อยากร่วมโครงการ แต่ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่อยากให้คุณรู้ว่า…คุณคือคนที่ผมเลือกตั้งแต่วันนั้น”
ไพลินก้มหน้าลงเล็กน้อย หัวใจเต้นแรง เธอรู้ว่าคำพูดนี้ไม่ใช่แค่การโน้มน้าวทางธุรกิจ แต่เป็นการเปิดเกมหัวใจอย่างแท้จริง ไพลินนิ่งไปชั่วครู่ สายตาเธอสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะยกยิ้มบาง ๆ อย่างสุภาพ “คุณกวิน…ฉันซาบซึ้งในความรู้สึกที่คุณบอกค่ะ แต่เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเร็วมาก ฉันยังต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ ทั้งในฐานะงานที่เราทำร่วมกัน และในฐานะคนที่คุณมองเห็นในแบบนั้น”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ไม่ได้ปฏิเสธแต่ก็ไม่เปิดใจทันที กวินมองเธอด้วยสายตาที่มั่นคงรอยยิ้มยังคงอยู่ “ผมเข้าใจครับ ผมไม่รีบร้อน…แค่ขอให้คุณรู้ว่าความรู้สึกของผมจริงใจ และผมพร้อมจะรอ”
กวินยกแก้วน้ำขึ้นจิบก่อนวางลง เขาโน้มตัวเล็กน้อย สายตาจับจ้องไพลินอย่างจริงจัง
“คุณไพลิน…ผมอยากให้คุณได้เห็นด้วยตาตัวเอง ว่าโรงงานของเรามีศักยภาพแค่ไหน ถ้าคุณสะดวก…พรุ่งนี้ผมจะไปรับที่บ้านแล้วพาคุณดูโรงงานที่สาขาเชียงใหม่นะครับ”
ไพลินชะงักไปเล็กน้อย เธอไม่คาดคิดว่าจะได้รับคำเชิญตรง ๆ เช่นนี้ รอยยิ้มสุภาพปรากฏบนใบหน้า “คุณกวิน…เรื่องนี้ฉันต้องพิจารณาอีกทีค่ะ เพราะมันกระทันหันมาก”
กวินยิ้มอบอุ่น แต่แฝงด้วยความมั่นใจ “ผมเข้าใจครับ แต่ผมอยากให้คุณเห็นด้วยตา ว่าทุกสิ่งที่ผมพูดไม่ใช่แค่คำสัญญา โรงงานของเรามีมาตรฐานระดับสากล และผมอยากให้คุณมั่นใจว่าการร่วมมือครั้งนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง”
ไพลินก้มมองเอกสารตรงหน้า หัวใจเธอเต้นแรง ไม่ใช่เพียงเพราะข้อเสนอทางธุรกิจ แต่เพราะคำพูดและสายตาของกวินที่สื่อออกมาชัดเจนว่า เขาไม่ได้มองเธอแค่ในฐานะพันธมิตรทางงาน
ไพลินเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาเธอทอดมองเอกสารตรงหน้า ก่อนจะยกขึ้นสบตากวินรอยยิ้มสุภาพปรากฏบนใบหน้า “ถ้าเป็นประโยชน์ต่อโครงการ…ฉันจะไปค่ะ”
กวินยิ้มกว้างขึ้นทันที แววตาเปล่งประกายด้วยความมั่นใจ “ดีใจมากครับ ผมจะไปรับคุณที่บ้านในวันพรุ่งนี้เช้า เราจะเดินทางไปเชียงใหม่ด้วยกัน คุณจะได้เห็นทุกอย่างด้วยตาตัวเอง”
เสียงของเขาอบอุ่นแต่หนักแน่น ไพลินพยักหน้าเบา ๆ รักษามารยาทเช่นเคย แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความสับสน เธอรู้ว่าการไปครั้งนี้ไม่ใช่แค่การดูโรงงาน แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้กวินเข้ามาใกล้ชิดมากขึ้น
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบสงบ แต่ภายในใจของไพลินกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ไม่อาจบอกออกมา เธอสูดลมหายใจเบา ๆ ก่อนจะเก็บเอกสารเข้ากระเป๋า รู้ดีว่าการเดินทางวันพรุ่งนี้…จะเป็นอีกก้าวสำคัญทั้งในงานและในหัวใจ
รถยนต์แล่นไปบนถนนสายชนบท แสงไฟหน้าส่องทางที่มืดสนิท เสียงเครื่องยนต์ดังสม่ำเสมอ เพชรจับพวงมาลัยแน่น สายตาจับจ้องไปข้างหน้า ไพลินอยู่ที่เบาะหลังอย่างเงียบสงบ พลอยที่นั่งเบาะข้างเพชรได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“พี่ไพลิน…พรุ่งนี้จะไปเชียงใหม่กับคุณกวินจริง ๆ เหรอคะ หนูว่าไม่ควรเลยนะ เขาไม่ใช่คนที่เรารู้จักดี แล้วมันก็เร็วเกินไป”
ไพลินหันไปมองพลอยยิ้มอย่างสุภาพ “พลอย…พี่เข้าใจที่เธอเป็นห่วง แต่การไปครั้งนี้สำคัญต่อโครงการ ถ้าได้เห็นโรงงานด้วยตาตัวเอง พี่จะตัดสินใจได้รอบคอบมากขึ้น มันไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องงานที่เกี่ยวกับโครงการที่เรากำลังทำกันอยู่ ”
พลอยเม้มปากแน่นสายตาเต็มไปด้วยความกังวล ไพลินนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่สุภาพ “พี่รู้น่า พี่จะรักษาขอบเขตของตัวเอง การไปครั้งนี้คือการไปสำรวจธุรกิจเคมีภัณฑ์ด้วย มันจะช่วยให้โครงการของเรารุดหน้าไปอย่างรวดเร็วมาก พี่ไปวันเดียวเองตอนเย็นก็กลับมาล่ะ ไม่ต้องห่วงนะ”
เพชรที่นั่งขับรถฟังเงียบ ๆ ไม่พูดแทรก มือที่จับพวงมาลัยแน่นขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกในใจเขาเต็มไปด้วยความกังวลที่ไม่อาจเอ่ยออกมา เสียงเครื่องยนต์ยังคงดังสม่ำเสมอ แต่บรรยากาศในรถกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่กดทับทุกคน
....เช้าวันต่อมา รถ SUV สีดำของกวินแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านไร่ ฝุ่นเบา ๆ ลอยขึ้นจากทางเดิน กวินก้าวลงจากรถในชุดสูทเรียบหรู รอยยิ้มมั่นใจยังคงอยู่ เขาเดินตรงเข้าไปในบ้านไร่ที่พ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยงนั่งรออยู่ในห้องรับแขก พ่อเลี้ยงเงยหน้าขึ้นทันที สายตาคมกริบจับจ้องชายหนุ่มตรงหน้า
“คุณกวิน…ได้ข่าวว่าคุณจะพาไพลินไปเชียงใหม่วันนี้จริงหรือครับ” น้ำเสียงหนักแน่น แต่แฝงด้วยความระแวง
กวินก้มศีรษะเล็กน้อยและยิ้มอบอุ่น “ครับท่านรอง ผมตั้งใจจะให้คุณไพลินได้เห็นโรงงานของผมด้วยตาตัวเอง เพื่อประกอบการตัดสินใจเรื่องโครงการ ผมเชื่อว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย และผมพร้อมจะพิสูจน์ให้เห็น โรงงานของเรามีมาตรฐานระดับสากล ผมอยากให้คุณไพลินได้เห็นด้วยตา ไม่ใช่แค่ฟังจากคำพูดของผม”
บรรยากาศในห้องรับแขกเงียบลงชั่วครู่ พ่อเลี้ยงพยักหน้าเบา ๆ “ถ้าเป็นสิ่งที่เธอเลือก…เราก็จะไม่ห้าม แต่จำไว้นะกวิน โครงการนี้ไม่ใช่แค่ธุรกิจ มันคือชีวิตของคนในพื้นที่”
กวินก้มศีรษะอีกครั้ง รอยยิ้มยังคงมั่นใจ “ครับ ผมสัญญาว่าจะทำให้ทุกคนเห็นว่าการร่วมมือครั้งนี้จะนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า”
แม่เลี้ยงมองเขาด้วยสายตาเป็นห่วง “คุณกวิน…ฝากดูแลหนูลินด้วยนะ”
“ไม่ต้องเป็นห่วงครับคุณผู้หญิง ตอนเย็นผมจะพามาส่งครับ”
ไพลินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ฟังทุกคำสนทนา เธอรู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่ยังเป็นบททดสอบหัวใจที่กำลังจะเริ่มต้น
ขณะที่กวินกำลังเปิดประตูรถเพื่อให้ไพลินขึ้นนั้น มีขบวนรถตู้ประมาณ 5-6 คัน ขับเข้ามา เมื่อรถจอดหน้าบ้าน คนที่ลงมาคนแรกคือ รุ้ง ที่มาพร้อมกับคณะท่านฑูต และคณะท่านผู้ว่าฯ เพื่อมาเยี่ยมชมผลผลิตในไร่
“สวัสดีค่ะท่านรองฯ วันนี้ดิฉันได้พาคณะท่านฑูตมาเยี่ยมท่านถึงที่บ้าน ขออภัยที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้านะคะ”
พ่อและแม่ของเพชรได้เดินออกมาเพื่อดูว่าใครมา และได้มาเจอกับรุ้งที่ยืนอยู่ด้านหน้าของคณะ
“สวัสดีค่ะ ลุงทองป้าบัวไม่ได้เจอกันนานมากๆ เลยนะคะ รุ้งดีใจที่ได้เจอกันอีก”
พวกเขาสองคนถึงกับหน้าถอดสี เพราะไม่คิดว่าคนที่อยู่ตรงหน้าจะคือ รุ้ง อดีตคนรักของเพชร
“อ้าว รู้จักกันด้วยเหรอเนี่ย ดีเลยจะได้ให้เพชรพาคณะท่านฑูตไปเที่ยวชมไร่ของเราทั่วๆ ”
พ่อเลี้ยงพูดเสร็จได้ใช้วิทยุสื่อสารเรียกหาเพชร สักครู่เพชรรีบเดินออกมาจากด้านบ้านพัก เสียงวิทยุสื่อสารยังดังอยู่ในมือ เขาก้าวออกมาแล้วชะงักทันทีเมื่อเห็นรุ้งยืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าที่เขาเคยรู้จักดีในอดีตกลับปรากฏขึ้นในเวลาที่ไม่คาดคิด
รุ้งยิ้มบาง ๆ แต่แฝงด้วยความหมาย “สวัสดีค่ะเพชร…วันนี้รบกวนด้วยนะ”
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบลง ทุกสายตาหันมาจับจ้องที่ทั้งสองคน กวินที่กำลังเปิดประตูรถให้ไพลินก็เหลือบตามองด้วยความสนใจ เขารู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่การพบกันธรรมดา เพชรยืนนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้รุ้งเล็กน้อย น้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่น
“ผมจะพาไปชมไร่ส้มกับแอปเปิลก่อนล่ะกันครับ”
ท่านฑูตและคณะผู้ว่าฯ ที่ยืนอยู่ด้านหลังรุ้งเริ่มหันมาสนใจบทสนทนา พ่อเลี้ยงจึงรีบเอ่ยขึ้นเพื่อเบี่ยงบรรยากาศ “เอาล่ะ ๆ ไหน ๆ ทุกท่านก็มาถึงแล้ว เพชร…ช่วยพาคณะท่านฑูตไปชมไร่หน่อยสิ”
เพชรหันไปมองพ่อเลี้ยง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “ครับท่านรอง” เขาหันกลับไปมองรุ้งอีกครั้ง แววตาเต็มไปด้วยความลังเลและความทรงจำที่ยังไม่จางหาย
ไพลินที่ยืนอยู่ข้างกวิน รู้สึกถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา เธอไม่เคยเห็นเพชรในสภาพเช่นนี้มาก่อน และในใจเธอเริ่มเกิดคำถามว่า การเดินทางครั้งนี้จะไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่ยังเป็นการเปิดเผยความจริงที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน ไพลินพึมพำเบาๆ “ตามมาถึงนี่เลยนะ”
กวินยิ้มบาง ๆ พลางเอ่ยกับไพลิน “ไปกันเถอะครับ คุณไพลิน” น้ำเสียงมั่นใจเหมือนเดิม แต่แฝงด้วยการท้าทายที่ไม่พูดออกมา
บรรยากาศในไร่จึงถูกแบ่งออกเป็นสองเส้นทาง — ขบวนของเพชรที่ต้องพาคณะท่านฑูตและรุ้งไปชมไร่ กับการเดินทางของกวินและไพลินที่กำลังจะมุ่งหน้าไปเชียงใหม่ และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งสองเส้นทางต้องมาบรรจบกันในอนาคตเพชรเดินนำคณะท่านฑูตไปตามทางในไร่ เสียงรองเท้ากระทบพื้นดินเบา ๆ คลอไปกับเสียงลมพัดผ่านต้นส้มและแอปเปิลที่เรียงรายเป็นแถว รุ้งเดินเคียงข้างด้วยท่าทีสงบ แต่แววตาเต็มไปด้วยความหมายที่เพชรไม่กล้าสบตรง ๆ
“ไร่ยังคงสวยเหมือนเดิมนะคะ” รุ้งเอ่ยเบา ๆ ราวกับพูดกับตัวเอง แต่เพชรได้ยินชัดเจน
เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ “เราพยายามรักษามาตรฐานไว้เสมอ…เพื่อคนในพื้นที่”
ท่านฑูตที่เดินตามหลังพยักหน้าอย่างชื่นชม “ที่นี่มีศักยภาพมากจริง ๆ ผลผลิตสดและคุณภาพดี น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับหลายประเทศ”
เพชรยิ้มบาง ๆ แต่ในใจกลับสับสน เพราะทุกครั้งที่รุ้งพูด เขารู้สึกเหมือนอดีตที่พยายามฝังลึกกำลังถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง
ในอีกด้านหนึ่ง กวินขับรถพาไพลินออกจากไร่ เส้นทางมุ่งหน้าไปเชียงใหม่เต็มไปด้วยทิวเขาและทุ่งนา ไพลินนั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ ความคิดวนเวียนถึงภาพที่เธอเห็นเมื่อครู่ — เพชรกับรุ้งที่ยืนสบตากันราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน
กวินเหลือบมองเธอเล็กน้อย “คุณไพลิน…ผมอยากให้คุณเชื่อว่าการเดินทางครั้งนี้จะทำให้คุณเห็นอนาคตที่ชัดเจนขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องโครงการ แต่เรื่องของเราด้วยครับ”
ไพลินสะดุ้งเล็กน้อยกับคำพูดนั้น เธอหันไปมองเขา รอยยิ้มมั่นใจของกวินยังคงอยู่ แต่ในใจเธอกลับเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่กล้าพูดออกมา
สองเส้นทางดำเนินไปพร้อมกัน — หนึ่งคือการเผชิญหน้ากับอดีตที่ยังไม่ถูกสะสางของเพชรและรุ้ง อีกหนึ่งคือการเดินทางที่อาจเปลี่ยนอนาคตของไพลินและกวิน
และเมื่อเส้นทางเหล่านี้บรรจบกัน ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นจะถูกเปิดเผยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
รถ SUV ของกวินแล่นเข้ามาจอดที่หน้าโรงงานในเชียงใหม่ อาคารทันสมัยตั้งตระหง่านท่ามกลางภูเขาและสวนผลไม้รอบด้าน เสียงเครื่องจักรเบา ๆ แว่วออกมาจากด้านใน กวินเปิดประตูรถให้ไพลินด้วยท่าทีสุภาพ “เชิญครับคุณไพลิน…นี่คือโรงงานที่ผมอยากให้คุณเห็นด้วยตาตัวเอง”
ไพลินก้าวลงจากรถ สายตาเธอทอดไปยังอาคารที่สะอาดและเป็นระเบียบ
“ดูทันสมัยมากค่ะ…แต่ฉันอยากรู้มากกว่านี้ ว่าคนงานที่นี่มีความเป็นอยู่ยังไง” ไพลินถามด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยการทดสอบ
กวินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มมั่นใจ “คุณไพลินจะได้เห็นทุกอย่างครับ ทั้งมาตรฐานการผลิต และการดูแลคนงาน เราให้ความสำคัญกับชีวิตของพวกเขาไม่แพ้ผลผลิต”
ไพลินพยักหน้าเบา ๆ เธอรู้ดีว่าคำตอบนี้คือสิ่งที่เขาเตรียมมา แต่สิ่งที่เธอต้องการคือการเห็นความจริงด้วยตา ไม่ใช่คำพูด เธอจึงตั้งใจจะเดินสำรวจโรงงานด้วยตัวเอง และสังเกตทุกท่าทีของกวิน
กวินพาไพลินเดินเข้าสู่โรงงาน เสียงเครื่องจักรทำงานสม่ำเสมอ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออ่อน ๆ ลอยมาแตะจมูก พื้นสะอาดสะอ้านจนสะท้อนแสงไฟฟลูออเรสเซนต์ ไพลินก้าวตามอย่างสงบ แต่สายตาเธอจับจ้องทุกมุมราวกับกำลังตรวจสอบอย่างจริงจัง
“นี่คือสายการผลิตหลักครับ” กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “เราใช้เครื่องจักรนำเข้าจากยุโรป ทุกขั้นตอนมีการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด”
ไพลินพยักหน้าเบา ๆ ก่อนถามด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงการทดสอบ
“แล้วคนงานล่ะคะ…พวกเขาได้รับการดูแลอย่างไรบ้าง ทั้งเรื่องสวัสดิการและความปลอดภัย”
กวินยิ้มเล็กน้อย “เรามีห้องพักพนักงานที่สะอาด มีอาหารกลางวันฟรี และมีการตรวจสุขภาพประจำปีครับ คุณไพลินสามารถเข้าไปดูได้เลย”
ไพลินก้าวเข้าไปในพื้นที่พักคนงาน เธอสังเกตเห็นเตียงเรียงเป็นระเบียบ ห้องครัวเล็ก ๆ ที่มีคนงานกำลังเตรียมอาหาร บรรยากาศดูเรียบง่ายแต่ไม่ขาดความเป็นระเบียบ เธอหันกลับมามองกวิน รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้า แต่ในใจเธอคิด เขาเตรียมทุกอย่างไว้ดี…แต่ฉันต้องดูให้ลึกกว่านี้
กวินพาไพลินเดินเข้าสู่โรงงานเคมีคอล อาคารสูงโปร่งและทันสมัย ภายในเต็มไปด้วยเครื่องจักรสแตนเลสเรียงราย เสียงเครื่องจักรทำงานสม่ำเสมอและกลิ่นสารเคมีอ่อน ๆ ลอยมาแตะจมูก ไพลินก้าวตามอย่างสงบ แต่สายตาเธอจับจ้องทุกมุมราวกับกำลังตรวจสอบอย่างจริงจัง
“นี่คือสายการผลิตสารเคมีหลักครับ” กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “เราใช้ระบบควบคุมอัตโนมัติจากยุโรป ทุกขั้นตอนมีการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยอย่างเข้มงวด”
ไพลินพยักหน้าเบา ๆ ก่อนถามด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงการทดสอบ
“แล้วเรื่องการจัดการของเสียล่ะคะ…สารเคมีที่เหลือจากการผลิต คุณมั่นใจได้อย่างไรว่าไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคนงาน”
กวินยิ้มเล็กน้อย “เรามีระบบบำบัดน้ำเสียและการจัดการสารเคมีที่ได้มาตรฐานสากลครับ ทุกอย่างถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานอิสระ คุณไพลินสามารถดูรายงานได้เลย”
ไพลินเดินไปยังห้องควบคุม เธอสังเกตเห็นกราฟและตัวเลขที่แสดงการตรวจสอบคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เธอแสร้งยิ้มบาง ๆ แต่ในใจกลับคิด เขาเตรียมทุกอย่างไว้ดี…แต่ฉันต้องดูให้ลึกกว่านี้
“แล้วถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา เช่นสารเคมีรั่วไหล คุณจะรับผิดชอบอย่างไรคะ” ไพลินถามตรง ๆ
กวินสบตาเธอด้วยความมั่นใจ “ผมจะรับผิดชอบเต็มที่ครับ ไม่ใช่แค่ในฐานะนักธุรกิจ แต่ในฐานะคนที่มีพันธะต่อคุณและครอบครัวของคุณ”
คำพูดนั้นทำให้ไพลินชะงักเล็กน้อย เธอรู้ดีว่ากวินกำลังสื่อถึงความจริงที่ยังไม่ถูกเปิดเผย
ภายในห้องประชุมเล็กของโรงงานเคมีคอล หลังจากที่ไพลินเดินตรวจสอบทุกส่วนแล้ว กวินจึงเชิญเธอมานั่งพัก น้ำเสียงของเขาอ่อนลงจากความมั่นใจที่ใช้กับคณะพนักงาน
“คุณไพลิน…ผมอยากให้คุณเชื่อว่าที่นี่ไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่เป็นสิ่งที่ผมตั้งใจสร้างขึ้นเพื่ออนาคตของเรา”
ไพลินนั่งลงอย่างสงบ สายตาเธอทอดไปยังเอกสารรายงานที่วางอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะหันกลับมามองเขา รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้า แต่ในแววตากลับนิ่งและคมชัด
“อนาคต…คำนี้ฟังดูหนักแน่นนะคะ คุณกวิน แต่ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าอนาคตที่คุณพูดถึง หมายถึงเรื่องงาน หรือเรื่องอื่น”
กวินชะงักไปเล็กน้อย เขารู้ว่าคำถามนั้นไม่ใช่เพียงการทดสอบเรื่องธุรกิจ แต่เป็นการทดสอบหัวใจ เขาจึงตอบด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น
“ทั้งสองอย่างครับ…ผมอยากให้คุณเห็นว่าผมพร้อมจะรับผิดชอบทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นโครงการนี้ หรือสิ่งที่ผูกพันระหว่างเรา”
ไพลินนิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาเธอมั่นคงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เธอวางเอกสารลงบนโต๊ะแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่หนักแน่น
“คุณกวิน…ฉันรู้หมดแล้วค่ะ ว่าแม่เป็นคนส่งคุณมาในฐานะคู่หมั้น”
กวินชะงักไปทันที รอยยิ้มมั่นใจที่เคยมีพลันแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่ง เขาไม่คิดว่าไพลินจะเปิดเผยตรง ๆ เช่นนี้ ไพลินพูดต่อโดยไม่ลังเล
“แต่ฉันจะบอกตรง ๆ เลยนะคะ…ฉันไม่ต้องการให้ใครมากำหนดชีวิตฉันอีกต่อไป ฉันจะเลือกเอง”
บรรยากาศในห้องประชุมพลันเงียบลง กวินนั่งนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ เขารู้ดีว่าผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่คนที่จะถูกบังคับหรือควบคุมได้ง่าย ๆ
“คุณไพลิน…” เขาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงหนักแน่น “ผมอยากรู้จริง ๆ ว่าคุณรู้ได้ยังไง ว่าแม่ของคุณเป็นคนส่งผมมาในฐานะคู่หมั้น”
ไพลินหันมาสบตาเขา รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า แต่แววตาเธอมั่นคงและคมชัด “ฉันไม่ใช่คนที่ปล่อยให้ใครมาล้อมรอบโดยไม่สังเกตค่ะ คุณกวิน…ตั้งแต่วันที่คุณปรากฏตัว ทุกอย่างมันชัดเจนเกินไป ทั้งการปรากฏตัวของคุณ ทั้งเอกสารที่ฉันบังเอิญเจอ และที่สำคัญ…ท่าทีของคุณที่ไม่เหมือนนักธุรกิจทั่วไป แต่เหมือนคนที่มีพันธะบางอย่างกับฉัน”
กวินนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ “คุณฉลาดเกินกว่าที่ผมคิดไว้จริง ๆ”
ไพลินยกคางขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงเธอเรียบแต่เด็ดขาด “ใช่ค่ะ…และเพราะฉันรู้หมดแล้ว ฉันถึงต้องบอกตรง ๆ ว่า ฉันไม่ต้องการให้ใครมากำหนดชีวิตฉัน ไม่ใช่แม่ ไม่ใช่คุณ ฉันจะเลือกเส้นทางเอง”
กวินชะงักไป รอยยิ้มมั่นใจที่เคยมีหายไป เหลือเพียงแววตาที่จริงจัง “คุณไพลิน…ผม—”
ไพลินยกมือขึ้นเล็กน้อยเพื่อหยุดคำพูดของเขา “ไม่ต้องพูดค่ะ คุณอาจจะมีเหตุผลของคุณ แต่สำหรับฉัน…การหมั้นหมายที่ไม่ได้เกิดจากหัวใจ มันไม่มีค่าอะไรเลย”
กวินเงียบไป เพราะรู้ดีว่ายิ่งพูดยิ่งผิด จึงได้ชวนไพลินไปดูโรงงานต่อ และหลังจากการตรวจโรงงานเสร็จสิ้น กวินพาไพลินออกไปยังร้านอาหารฝรั่งเศสหรูใจกลางเชียงใหม่ บรรยากาศอบอุ่นด้วยแสงไฟสีทองและเสียงดนตรีคลาสสิกเบา ๆ เขาตั้งใจเลือกสถานที่นี้เพื่อเอาใจเธอ และเพื่อทำให้บรรยากาศผ่อนคลายหลังจากการสนทนาที่ตึงเครียดในโรงงาน
“คุณไพลิน…ผมอยากให้คุณได้พักบ้าง อาหารฝรั่งเศสที่นี่ขึ้นชื่อมาก ผมอยากให้คุณลอง” กวินเอ่ยพลางเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่ง ไพลินนั่งลงอย่างสงบ สายตาเธอทอดไปยังโต๊ะที่จัดเรียงอย่างประณีต — จานกระเบื้องขาวสะอาด แก้วไวน์ใสสะท้อนแสงไฟ เธอแสร้งยิ้มบาง ๆ แต่ในใจยังคงมั่นคงกับการตัดสินใจของตัวเอง
เมื่อเมนูถูกนำมาเสิร์ฟ กวินเลือกไวน์แดงชั้นดีและสเต็กเนื้อที่ปรุงอย่างพิถีพิถัน เขาพยายามสร้างบรรยากาศโรแมนติกให้เธอรู้สึกถึงความใส่ใจ แต่ไพลินกลับใช้โอกาสนี้พูดตรง ๆ
“คุณกวิน…ฉันรู้ว่าคุณตั้งใจเอาใจฉัน แต่ไม่ว่าคุณจะทำอะไร มันก็ไม่เปลี่ยนความจริงได้” เธอวางส้อมลง น้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่น “ฉันรู้หมดแล้วว่าแม่ส่งคุณมา และฉันก็เลือกแล้วว่าจะไม่เดินตามเกมนั้น”
กวินนิ่งไปชั่วครู่ สายตาเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง แต่ยังคงสงบ “คุณไพลิน…ผมเพียงอยากให้คุณเห็นว่าผมจริงใจ ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่เรื่องหัวใจด้วย”
ไพลินสบตาเขา รอยยิ้มบางปรากฏขึ้น แต่แววตาเธอเด็ดขาด
“ความจริงใจไม่ใช่สิ่งที่ใครมอบให้ได้ค่ะ มันต้องเกิดจากการเลือกด้วยหัวใจของฉันเอง”
เสียงดนตรีคลาสสิกยังคงบรรเลง แต่บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลับเงียบลงอย่างหนักแน่น — การทานอาหารฝรั่งเศสที่กวินตั้งใจเอาใจ จึงกลายเป็นฉากประกาศอิสรภาพของไพลินอย่างสมบูรณ์
สักพักไพลินขอตัวไปห้องน้ำ และระหว่างที่เดินไปห้องน้ำเธอได้ไปหยุดยืนต่อหน้าผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเลือกอาหารในเมนู
“ส่งรูปที่ถ่ายมาให้ฉันดูสิ”
ผู้ชายคนนั้นทำหน้างงๆ “รูปอะไรเหรอครับ พูดเรื่องอะไรผมไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย”
ชายหนุ่มทำหน้างง “รูปอะไรครับ ผมไม่รู้เรื่องจริง ๆ”
ไพลินยิ้มบาง ๆ แต่แววตาคมชัด “อย่าทำเป็นไม่รู้เลย ฉันเห็นคุณตั้งแต่เชียงราย คุณตามฉันมาตลอด และฉันก็เห็นคุณหลายครั้งแล้ว”
ชายหนุ่มพยายามหัวเราะกลบเกลื่อน “คุณคงเข้าใจผิดแล้วครับ ผมแค่ลูกค้าธรรมดา”
ไพลินก้าวเข้าไปใกล้หนึ่งก้าว น้ำเสียงเธอเย็นเฉียบ “ถ้าคุณไม่ยอมเปิดมือถือให้ฉันดูตอนนี้ ฉันจะเรียกรปภ.มาตรวจทันที และถ้าฉันเจอหลักฐาน…คุณจะได้อธิบายกับตำรวจ ไม่ใช่กับฉัน”
ชายหนุ่มนิ่งไป สีหน้าเปลี่ยนเป็นตึงเครียด เขากัดริมฝีปากเหมือนกำลังชั่งใจ ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วพูดเสียงต่ำ
“ผมขอโทษด้วยครับคุณหนู ที่จริงคุณผู้หญิงส่งผมมา ให้คอยดูแลและรายงานทุกอย่างเกี่ยวกับคุณหนูครับ”
ไพลินหัวเราะเบา ๆ แต่แฝงด้วยความโมโห “ในที่สุดก็ยอมรับ…ฉันรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่ามีคนตาม แต่ไม่คิดว่าแม่จะถึงขั้นส่งนักสืบมาเอง เอารูปมาให้ฉันทั้งหมด และกลับไปบอกแม่ของฉันด้วยว่า ไม่ต้องส่งใครมาสะกดรอยตามอีกเพราะที่นี่ฉันมีหูตายิ่งกว่าสัปรด เข้าใจไหม?”
“ครับคุณหนู” เขาพยักหน้าพร้อมกับยกโทรศัพท์ให้ไพลินดูรูปทั้งหมดในนั้น
ไพลินดูรูปซึ่งมีรูปของทุกคนเยอะมากๆ รวมทั้งตอนที่อยู่กับเพชรสองคน
“แม่คงคิดว่ามีแค่แม่สินะที่มีคนสืบข่าวให้ หึหึหึ” เสียงแห่งความชั่วร้ายออกมาแล้ว
บทส่งท้าย
คฤหาสน์ที่กรุงเทพฯ ทั้งสองครอบครัวนั่งประชุมกันอย่างจริงจัง แม่ของไพลินเอ่ยเสียงหนักแน่น
“กวิน…เธอต้องทำให้ไพลินใจอ่อนให้ได้ การหมั้นครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่คืออนาคตของเรา”
พ่อของกวินเสริมด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “ลูกชายฉันไม่เคยล้มเหลว เขาจะทำให้ไพลินยอมรับได้แน่นอน”
แม่ของกวินพยักหน้า “กวินมีทั้งความสามารถและความจริงใจ ถึงเวลาแล้วที่เขาจะพิสูจน์ให้ไพลินเห็นว่าไม่มีใครเหมาะสมไปกว่านี้”
กวินเงยหน้าขึ้น สายตาคมแน่วแน่ รอยยิ้มกลับมาอีกครั้ง “ผมจะทำให้ไพลินใจอ่อนให้ได้ครับ เพราะผมจะพิสูจน์ด้วยหัวใจของผมเอง”
ในมุมเงียบๆ ป้าแหม่มยังคงบันทึกวีดีโอหมดทุกถ้อยคำ เพื่อส่งไปถึงไพลินจะได้เตรียมการรับมือล่วงหน้า
เยี่ยมชม
youtube.com
ในแสงดาวคืนนี้- P.Evidence Ost.รักวุ่นวายของไฮโซตัวร้ายกับนายบ้านนา
#CapCut ฉันสร้างวิดีโอที่สุดยอดนี้ใน CapCut ลองเปิดลิงก์เพื่อลองใช้เลย: capcut.com/tools/desktop-video-editor
แนวคิด
นิยาย
ซีรีส์
บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
รักวุ่นวายของไฮโซตัวร้ายกับนายบ้านนา EP.1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย