7 มี.ค. เวลา 17:50 • ข่าวรอบโลก

"Epic Fury" กับระเบิดเวลาเศรษฐกิจ! โดย เสาวคนธ์ ศิรกิดากร

เมื่อตลาดทุนเข้าสู่ภาวะ "ย้ายสินทรัพย์หลบหนี"
ท่ามกลางปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงต้นปี 2026 นี้ สหรัฐฯ ไม่ได้เพียงแค่กำลังรบในสนามรบต่างแดน แต่กำลังเผชิญกับ "สงครามเศรษฐกิจ" ภายในบ้านที่ตึงมือไม่แพ้กันเลย โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา ดังนี้ค่ะ
1. พฤติกรรมผู้บริโภค: จาก "ยุคใช้จ่าย" สู่ "โหมดจำศีล"
ยอดค้าปลีกในสหรัฐฯ เริ่มหดตัวลง 0.2% ตั้งแต่ต้นปี 2026 เนื่องจากผู้บริโภคชาวอเมริกันกว่า 60% คาดการณ์ว่าสงครามจะทำให้ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การชะลอตัวของสินค้าชิ้นใหญ่: ผู้บริโภคเริ่มระงับแผนการซื้อรถยนต์และบ้าน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มคงตัวในระดับสูงเพื่อสู้เงินเฟ้อ
ความกังวลเรื่องค่าครองชีพ: ผลโพลระบุว่าชาวอเมริกันให้ความสำคัญกับ "ราคาอาหารและของชำ" มากกว่านโยบายต่างประเทศ โดยมองว่าสงครามคือปัจจัยหลักที่ทำให้น้ำมันอาจพุ่งแตะ $3.50 ต่อแกลลอนในเร็วๆ นี้
2. สถานการณ์ตลาดทุน: ภาวะ "Rollercoaster" และการย้ายเงินหาที่หลบภัย
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะความผันผวนรุนแรง นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley และ Vanguard ชี้ให้เห็นว่าดัชนี S&P 500 มีการแกว่งตัวรายวันในระดับที่ "น่ากังวล"
กระจายความเสี่ยงในพอร์ตลงทุน : ในขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลดลงจากความกังวล แต่ หุ้นกลุ่มพลังงานและป้องกันประเทศ กลับพุ่งทะยาน เช่น RTX และ Northrop Grumman ที่บวกขึ้นเฉลี่ย 5-6% ในวันเดียว
นักลงทุนเริ่มเทขายสินทรัพย์เสี่ยง : เกิดการโยกย้ายเงินเข้าสู่ทองคำและพันธบัตรรัฐบาล ส่งผลให้ Yield พันธบัตรขยับตัวขึ้นตามคาดการณ์เงินเฟ้อที่อาจพุ่งสูง หากสงครามยืดเยื้อเกิน 2 เดือน
"แล้วเกี่ยวอะไรกับเรา?"
ในกรณีที่สงครามยืดเยื้อเกินกว่า 3 เดือน และมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซจนราคาน้ำมันพุ่งทะลุ $100-150 ต่อบาร์เรล ผลกระทบที่จะเกิดกับคนไทย มีดังนี้
• ค่าครองชีพและราคาน้ำมัน: ราคาน้ำมันในไทยอาจพุ่งสูงทำสถิติใหม่ ส่งผลให้ค่าขนส่งและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศแพงขึ้นทันที ดันเงินเฟ้อไทยพุ่งสูงกว่าคาดการณ์เดิม
• วิกฤตท่องเที่ยว: ในกรณีเลวร้ายที่สุด (Worse Case) จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจลดลงถึง 25% (เหลือเพียง 27-29 ล้านคนจากเป้า 36.7 ล้านคน) เนื่องจากการปิดน่านฟ้าตะวันออกกลางและค่าตั๋วเครื่องบินที่แพงขึ้น
• ส่งออกและตลาดหุ้น: การส่งออกไทยไปตะวันออกกลางเสี่ยงสูญเสียรายได้กว่า 6 หมื่นล้านบาท ขณะที่ตลาดหุ้นไทย (SET) อาจเผชิญแรงขายหนักตามทิศทางตลาดโลก และค่าเงินบาทที่ผันผวนรุนแรงจากการไหลออกของเงินทุน
คาดการณ์ความเป็นไปได้ ?
สงครามมีแนวโน้มยืดเยื้อสูงค่ะ จำเป็นต้องคาดการณ์ในกรณีเลวร้าย เนื่องจากความซับซ้อนของภูมิศาสตร์การเมืองและงบประมาณกลาโหมสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้นถึง 50% อเมริกาจะเผชิญภาวะ "Stagflation" (เศรษฐกิจฝืดเคืองแต่ของแพง) และหนี้สาธารณะที่อาจพุ่งแตะ 130% ของ GDP ซึ่งจะทำลายอำนาจซื้อของชาวอเมริกันและลดทอนบทบาทผู้นำทางเศรษฐกิจโลกไปอย่างมีนัยสำคัญ
#เสาวคนธ์ศิรกิดากร #talenttransformer
อ้างอิงสถิติ :
• Reuters/Washington Examiner: 43% ของคนอเมริกันไม่เห็นด้วยกับการโจมตีอิหร่าน
• The Conference Board: 6 ใน 10 ของผู้บริโภคเชื่อว่าราคาสินค้าจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงจากผลของสงคราม
• Morgan Stanley / AP News: ราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะ $100 หากสงครามไม่จบภายใน 2 สัปดาห์
• Bangkok Post / TAT: คาดการณ์นักท่องเที่ยวลดลง 25% ในกรณี Worse Case (สงครามยืดเยื้อ > 3 เดือน)
โฆษณา