8 มี.ค. เวลา 12:18 • สิ่งแวดล้อม

ทำไมสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวจ้อย ถึงยอม "มีเซ็กส์จนตัวตาย"

ความลับเบื้องหลังการสืบพันธุ์แบบพลีชีพของแอนทิไคนัส (Antechinus)
ในเดือนสิงหาคม ณ ผืนป่าของออสเตรเลีย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเล็กหน้าตาคล้ายหนูที่ชื่อว่า แอนทิไคนัส (Antechinus) กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตด้วยกิจกรรมที่น่าเหลือเชื่อ นั่นคือ "การร่วมเพศจนตัวตาย"
พ่อหนุ่มจอมเจ้าชู้ตัวจ้อยเหล่านี้ใช้เวลาช่วง 2 ถึง 3 สัปดาห์สุดท้ายของชีวิตในวัยหนุ่มเพื่อการผสมพันธุ์อย่างบ้าคลั่ง พวกมันจะออกตามหาตัวเมียให้ได้มากที่สุด และการเผชิญหน้าแต่ละครั้งอาจยาวนานต่อเนื่องถึง 14 ชั่วโมง โดยที่พวกมันแทบไม่หยุดพักเพื่อทำกิจกรรมอื่นเลย
เมื่อหนึ่งเดือนก่อนหน้า ร่างกายของมันได้หยุดผลิตอสุจิอย่างถาวร ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสเดียวและโอกาสสุดท้ายในการส่งต่อพันธุกรรมไปยังรุ่นถัดไป แอนทิไคนัสเพศผู้จะทุ่มเทแรงกายทั้งหมดที่มีจนร่างกายเริ่มแตกสลาย:
ฮอร์โมนแปรปรวน: เลือดของมันเต็มไปด้วยเทสโทสเตอโรนและฮอร์โมนความเครียดในปริมาณมหาศาล
ร่างกายเสื่อมสภาพ: ขนเริ่มร่วงหล่น เกิดอาการเลือดออกภายใน
ระบบภูมิคุ้มกันล้มเหลว: ร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับการติดเชื้อ จนแผลตามตัวกลายเป็นเนื้อเน่า (Gangrene)
ดร. ไดอาน่า ฟิชเชอร์ จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ กล่าวว่า "ในช่วงท้ายของฤดูผสมพันธุ์ เราจะเห็นตัวผู้ที่อยู่ในสภาพร่างกายเน่าเปื่อย วิ่งพล่านไปทั่วเพื่อพยายามหาโอกาสผสมพันธุ์ครั้งสุดท้าย ซึ่งแน่นอนว่าตัวเมียมักจะพยายามวิ่งหนีพวกมัน"
เมื่อฤดูกาลสิ้นสุดลง แอนทิไคนัสเพศผู้ทุกตัวในพื้นที่ก็จะตายลงก่อนที่จะมีอายุครบ 1 ปีเสียด้วยซ้ำ
ปรากฏการณ์ "Semelparity": การสืบพันธุ์ครั้งเดียวในชีวิต
นักชีววิทยาเรียกพฤติกรรมนี้ว่า Semelparity (มาจากภาษาละตินที่แปลว่า "การให้กำเนิดเพียงครั้งเดียว") ซึ่งมักพบในปลาแซลมอนหรือแมลงชีปะขาว แต่ถือว่า หาได้ยากมากในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยจะพบเพียงในกลุ่มแอนทิไคนัส 12 สายพันธุ์และญาติใกล้ชิดของมัน ซึ่งเป็นสัตว์จำพวก "มาร์ซูเปียล" (Marsupials) หรือสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้อง (ใกล้ชิดกับจิงโจ้และโคอาล่ามากกว่าหนู)
ทำไมวิวัฒนาการถึงเลือกเส้นทางที่โหดร้ายเช่นนี้?
มีหลายทฤษฎีที่พยายามอธิบายปรากฏการณ์นี้ เช่น เพื่อเป็นการเสียสละทรัพยากรอาหารให้ลูกรุ่นหลัง หรือเป็นเพียงความผิดปกติทางวิวัฒนาการ แต่จากงานวิจัยของ ดร. ฟิชเชอร์ ที่รวบรวมข้อมูลจากสัตว์กินแมลง 52 สายพันธุ์ พบคำตอบที่น่าสนใจกว่านั้น:
ปัจจัยด้านอาหารและฤดูกาล: แอนทิไคนัสกินแมลงเป็นหลัก ในพื้นที่ห่างไกลจากเส้นศูนย์สูตร ปริมาณแมลงจะมีมากเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ต่อปี ตัวเมียจึงวิวัฒนาการให้ตกลูกในช่วงที่อาหารอุดมสมบูรณ์ที่สุดเพื่อให้ลูกรอดชีวิต
ข้อจำกัดของสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้อง: ต่างจากหนูทั่วไปที่หย่านมเร็ว ลูกแอนทิไคนัสต้องกินนมแม่นานถึง 4 เดือน ทำให้ตัวเมียสามารถมีลูกได้เพียงปีละ 1 ครอกเท่านั้น
การแข่งขันของอสุจิ (Sperm Competition): เมื่อตัวเมียพร้อมผสมพันธุ์ในช่วงเวลาสั้นๆ พร้อมกัน ตัวผู้จึงต้องแข่งกันที่ "ปริมาณอสุจิ" ใครที่มีอสุจิมากที่สุดและผสมพันธุ์บ่อยที่สุดจะมีโอกาสเป็นพ่อสูงที่สุด งานวิจัยพบว่าสายพันธุ์ที่มีพฤติกรรมผสมพันธุ์จนตายจะมีขนาดอัณฑะใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับขนาดตัว
บทสรุป: การ "ใช้ชีวิตให้สุดและตายอย่างรวดเร็ว" (Live fast, die young) คือกลยุทธ์การปรับตัวที่ได้ผลที่สุดสำหรับพวกมัน การทุ่มพลังงานทั้งหมดที่มีเพื่อการสืบพันธุ์ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิต ก็คือวิธีที่ทำให้เผ่าพันธุ์ของมันยังคงอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้
หมายเหตุสำหรับงานสารคดี: ข้อมูลนี้ช่วยลบความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าตัวผู้เสียสละตัวเองเพื่อแบ่งปันอาหารให้ลูก (Altruism) เพราะในความเป็นจริง ตัวผู้มักอาศัยอยู่นอกเขตหากินของตัวเมียและลูกๆ อยู่แล้ว การตายของพวกมันจึงเป็นผลลัพธ์จากการคัดเลือกทางเพศที่เข้มข้นนั่นเอง
โฆษณา