9 มี.ค. เวลา 00:06 • หุ้น & เศรษฐกิจ

งบปี 68 หุ้น MASTER รายได้ลด –11.72% กำไรลด –61%

จากกำลังซื้อในประเทศชะลอ + การแข่งขันรุนแรง + ต้นทุนเพิ่ม — มาดูประเด็นสำคัญกัน (งวดปีสิ้นสุด 31 ธ.ค. 2568)
📊 ภาพรวมบริษัท
MASTER ทำธุรกิจโรงพยาบาลด้านความงาม ให้บริการศัลยกรรมเฉพาะทาง เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อ 25 ม.ค. 2566 ราคา IPO 46 บาท
หลังเข้าตลาด บริษัทนำเงินไปขยายโรงพยาบาล เพิ่มห้องผ่าตัด และลงทุนในบริษัท Partner หลายแห่ง เพื่อสร้าง ecosystem ด้านความงาม
อย่างไรก็ตาม ปี 2568 อุตสาหกรรมศัลยกรรมและเสริมความงามต้องเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย เช่น
• เศรษฐกิจชะลอ ทำให้กำลังซื้ออ่อนลง
• การแข่งขันรุนแรงและมีสงครามราคา
• กฎเกณฑ์ใหม่ด้านการโฆษณาของแพทย์
• ต้นทุนแพทย์และการตลาดเพิ่มขึ้น
📉 ผลประกอบการปี 2568 ภาพรวม
รายได้และกำไร “ลดลงค่อนข้างมาก” เมื่อเทียบกับปีก่อน
• รายได้รวม: 1,884.84 ล้านบาท ลดลง 11.72% จากปีก่อน
• กำไรสุทธิ: 198 ล้านบาท หดตัวลงแรงถึง 61%
• อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin): ลดลงจาก 23.78% เหลือเพียง 10.50% เท่านั้น
.
.
🏥 รายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล
1,884.84 ลบ. ▼ ลดลง 11.72% YoY
(จาก 2,135.08 ลบ.)
สาเหตุหลัก
• รายได้ศัลยกรรมลดลงจากกำลังซื้อชะลอ
• การแข่งขันด้านราคาในตลาดสูง
แต่ยังมีบางธุรกิจที่เติบโต
📊 โครงสร้างรายได้ปี 2568
• ศัลยกรรม 1,483.76 ลบ. ▼ ลด 15.97%
• ผิวพรรณ 122.93 ลบ. ▲ เพิ่ม 8.26%
• ปลูกผม / ดูแลเส้นผม 145.26 ลบ. ▲ เพิ่ม 16.59%
• ดูแลหลังศัลยกรรม 75.01 ลบ. ▼ ลด 9.66%
• รายได้จากการประกอบกิจการ รพ. อื่น 57.88 ลบ. ▲ เพิ่ม 19.96%
จะเห็นว่า “ศัลยกรรม” ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทหดตัวค่อนข้างชัดเจน
💰 ต้นทุนและกำไรขั้นต้น
• ต้นทุน 868.57 ลบ. ▲ เพิ่ม 1.53%
• กำไรขั้นต้น 1,016.26 ลบ. ▼ ลด 20.58%
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)
ลดจาก 59.93% → 53.92%
สาเหตุหลัก
• ค่าตอบแทนแพทย์เพิ่ม
• ค่าเสื่อมราคาเพิ่มจากการลงทุนขยายธุรกิจ
• รายได้ลดลง แต่ต้นทุนไม่ได้ลดตาม
📣 ค่าใช้จ่าย
🔹 ค่าใช้จ่ายในการขาย
432.28 ลบ. ▲ เพิ่ม 12.46%
สาเหตุหลัก
• ค่าโฆษณาออนไลน์เพิ่มขึ้นมาก
เนื่องจากกฎของ สบส. ที่ไม่ให้แพทย์โฆษณาหรือรีวิวบริการโดยตรง ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์การตลาด ต้องหันไปจ้าง Real Users แทน ส่งผลให้ค่าโฆษณาออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 63.3 ลบ.
🔹 ค่าใช้จ่ายในการบริหาร
324.23 ลบ. ▲ เพิ่ม 2.01%
สาเหตุ
• ค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่ม
• ค่าเสื่อมราคาอาคารและอุปกรณ์เพิ่ม
• ค่าซ่อมบำรุงสถานที่เพิ่ม
📊 ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม
24.78 ลบ. ▼ ลดลงจาก 36.61 ลบ.
สาเหตุ
• บางบริษัทร่วมกำไรลดลง
• บางกิจการยังอยู่ช่วงลงทุนเปิดสาขาใหม่
และในปีนี้บริษัทมี
⚠️ ขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนใน บริษัท ทวิงเกิ้ล สตาร์ อีก 26 ลบ.
💵 ต้นทุนทางการเงิน
ดอกเบี้ยจ่าย
29.29 ลบ. ▲ เพิ่ม 58.67%
เนื่องจากบริษัทมีการกู้เงินเพิ่มจากสถาบันการเงิน
.
.
📉 กำไรสุทธิ
กำไรสุทธิปี 2568
198 ลบ. ▼ ลดลง 61%
(จาก 507.75 ลบ.)
อัตรากำไรสุทธิ
ลดจาก 23.78% → 10.50%
สาเหตุหลัก
• รายได้ลดลง
• ค่าใช้จ่ายขายเพิ่ม
• ต้นทุนแพทย์เพิ่ม
• ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่ม
• มีการตั้งด้อยค่าเงินลงทุนบางส่วน
📊 ฐานะการเงิน
สินทรัพย์รวม
4,286 ลบ. ▼ ลดลงเล็กน้อย 4.87%
หนี้สินรวม
834.85 ลบ. ▼ ลดลง 17.42%
.
D/E Ratio
0.24 เท่า (ลดจาก 0.29)
ถือว่าโครงสร้างหนี้ยังไม่ได้สูงมาก
.
.
💰 กระแสเงินสด
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
284 ลบ. ▼ ลดลงจากปีก่อน
(ปี 67 อยู่ที่ 528 ลบ.)
สะท้อนว่ากำไรที่ลดลง ทำให้เงินสดจากธุรกิจลดลงตาม
🌍 มุมมองอุตสาหกรรมจากบริษัท
ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมศัลยกรรมเจอแรงกดดันหลายด้าน
• เศรษฐกิจทำให้ลูกค้าชะลอการใช้จ่าย
• คลินิกและโรงพยาบาลเปิดใหม่จำนวนมาก
• มีการแข่งขันตัดราคา
• กฎโฆษณาใหม่เพิ่มต้นทุนการตลาด
นอกจากนี้
⚠️ ความตึงเครียดไทย–กัมพูชา
อาจกระทบลูกค้าต่างชาติบางส่วน เพราะกัมพูชาเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของบริษัท
.
อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าในระยะยาวยังมีโอกาสเติบโตจาก
• Medical Tourism
• ลูกค้าต่างชาติ (เช่น จีน อินโดนีเซีย)
• สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society)
📌 สรุป
ปี 2568 เป็นปีที่ MASTER เผชิญแรงกดดันหลายด้าน
• รายได้ศัลยกรรมลดลงจากกำลังซื้อที่อ่อนลง
• การแข่งขันด้านราคาสูง
• ค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่มจากกฎโฆษณาใหม่
• ต้นทุนแพทย์และดอกเบี้ยเพิ่ม
ทำให้
📉 รายได้ลด ~12%
📉 กำไรลด ~61%
📉อัตรากำไรขั้นต้น และอัตรากำไรสุทธิลดลง
แม้โครงสร้างการเงินยังแข็งแรง แต่กำไรถูกกดดันจากทั้งรายได้ที่ลดลงและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
เป็นการสรุปงบให้ได้อ่านกัน ไม่ได้มีเจตนาในการชักชวนเพื่อซื้อหรือขายหุ้นนะคะ
#หมอยุ่งอยากมีเวลา #หุ้น #งบการเงิน #MASTER
โฆษณา