9 มี.ค. เวลา 00:48 • ข่าว

ภารกิจ DART สร้างประวัติศาสตร์ พุ่งชนดาวเคราะห์น้อย เปลี่ยนวงโคจรรอบดวงอาทิตย์สำเร็จ

งานวิจัยล่าสุดยืนยันความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของนาซา (NASA) เมื่อยานอวกาศ DART (Double Asteroid Redirection Test) พุ่งชนดาวเคราะห์น้อยเป้าหมายในเดือนกันยายน พ.ศ. 2565 แรงกระแทกมหาศาลไม่เพียงแค่เปลี่ยนทิศทางของดาวดวงนั้น แต่ยังส่งผลให้วงโคจรของดาวเคราะห์น้อยทั้งระบบรอบดวงอาทิตย์ขยับเปลี่ยนไป นับเป็นครั้งแรกที่มนุษย์สามารถเปลี่ยนเส้นทางโคจรของวัตถุในอวกาศได้สำเร็จ เป็นการตอกย้ำว่าเรามีเทคโนโลยีที่สามารถป้องกันโลกจากอุกกาบาตได้จริง
ดาวเคราะห์น้อยเป้าหมายในภารกิจนี้คือ "ไดมอร์ฟอส" (Dimorphos) ซึ่งเป็นดวงจันทร์บริวารที่โคจรรอบดาวเคราะห์น้อยดวงแม่ชื่อ "ไดดีมอส" (Didymos) ทั้งคู่ดึงดูดกันไว้ด้วยแรงโน้มถ่วงและโคจรไปด้วยกันเป็นระบบดาวเคราะห์น้อยคู่ เมื่อยาน DART พุ่งชนไดมอร์ฟอส แรงระเบิดได้สาดเศษหินและฝุ่นออกสู่อวกาศจำนวนมหาศาล เศษซากที่กระเด็นออกไปเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนไอพ่นที่ช่วยดันให้ดาวเคราะห์น้อยพุ่งไปในทิศทางตรงกันข้าม ส่งผลให้แรงกระแทกจากตัวยานรุนแรงขึ้นถึงสองเท่า
ผลลัพธ์ที่ได้คือคาบการโคจรของทั้งระบบรอบดวงอาทิตย์เปลี่ยนไป 0.15 วินาที แม้จะเป็นตัวเลขที่ดูน้อยนิด แต่ในระยะยาว การเบี่ยงเบนเพียงเสี้ยววินาทีนี้สามารถเปลี่ยนเส้นทางของดาวเคราะห์น้อยอันตรายให้เฉียดผ่านโลกไปได้อย่างสิ้นเชิง
การจะวัดความเปลี่ยนแปลงระดับเสี้ยววินาทีนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย นักวิทยาศาสตร์ต้องอาศัยเทคนิคที่เรียกว่า "การบังดาวฤกษ์" ซึ่งเกิดจากการที่ดาวเคราะห์น้อยเคลื่อนผ่านหน้าดาวฤกษ์ที่อยู่ไกลออกไปพอดี ทำให้แสงดาวกะพริบดับลงชั่วขณะ
ข้อมูลนี้ช่วยให้ทีมงานคำนวณความเร็วและตำแหน่งของดาวเคราะห์น้อยได้อย่างแม่นยำ โดยได้รับความร่วมมือจากนักดาราศาสตร์อาสาสมัครทั่วโลกที่ช่วยกันเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2565 ถึงมีนาคม พ.ศ. 2568 นอกจากนี้ ข้อมูลยังชี้ว่าไดมอร์ฟอสไม่ได้เป็นหินแข็งก้อนเดียว แต่เป็นเพียงกลุ่มก้อนหินและฝุ่นที่รวมตัวกันอย่างหลวม ๆ ด้วยแรงโน้มถ่วงเท่านั้น
แม้ดาวเคราะห์น้อยคู่นี้จะไม่ได้มีทิศทางพุ่งชนโลกตั้งแต่แรก แต่ผลการทดสอบนี้พิสูจน์แล้วว่ามนุษย์มีศักยภาพในการปกป้องดาวเคราะห์ของเรา กุญแจสำคัญคือเราต้องค้นหาภัยคุกคามให้พบแต่เนิ่น ๆ นาซาจึงกำลังพัฒนากล้องโทรทรรศน์อวกาศ "NEO Surveyor" เพื่อใช้ค้นหาและติดตามดาวเคราะห์น้อยที่มืดมิดและสังเกตได้ยาก เป็นการเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดในการปกป้องโลกจากภัยคุกคามในอวกาศในอนาคต
โฆษณา