9 มี.ค. เวลา 02:15 • ปรัชญา
สัญชาติญาณ
เป็นการทำงานอัตโนมัติของร่างกาย โดยผ่านสมองส่วนท้ายทอย เรียกว่าไม่ต้องคิดก็ทำได้ เช่น ล้างหน้า แปรงฟัน ขับรถ หรือ วิ่งหนีตอนตกใจกลัว พวกนี้เราไม่ต้องคิด ร่างกายก็ทำงานเองได้ เรียกว่า ตอนทำงาน สามารถคิดเรื่องอื่นไปด้วยได้ ร่างกายทำงานผ่านสัญชาติญาณไป สมองก็คิดเรื่องอื่นไป
หรือ การตัดสินใจโดยไม่คิด ทำไปเลย ก็เป็นการตัดสินใจผ่านสัญชาติญาณ เพราะร่างกายชอบเอาตัวรอด ไม่คิดซับซ้อน ทำเลย แต่ถ้าปล่อยสมองส่วนหน้าคิด บางทีคิดเยอะ มีความรอบคอบกว่า แต่มักจะช้ากว่าสัญชาติญาณ บ่อยครั้งทำไปแล้วพลาด แล้วมาคิดได้ทีหลัง ก็เพราะใช้สัญชาติญาณคิดเนี่ยแหละ
จิตใต้สำนึก
เป็นสิ่งที่เรารู้สึกอยู่ข้างในลึกๆ ที่ควบคุมพฤติกรรม บางครั้งคิดจะทำโน้นทำนี่ แต่ก็มีอีกความคิดมาโต้เถียง เป็นความรู้สึกที่ออกมาห้าม อย่าทำเลยมันไม่ดี เป็นสำนึกที่ดี หรือ บางครั้งเรารู้ว่ามันไม่ดี แต่ห้ามใจไม่ได้ จิตใต้สำนึกไม่ดีเนี่ยแหละ อยากทำ ทั้งที่ห้ามแล้วก็ไม่เชื่อฟัง ก็ยังทำสิ่งที่ไม่ดีออกมา
ความรู้สึกลึกๆข้างใน บางครั้งก็สะท้อนตัวตนภายนอก แม้ว่าจะไม่พูดตรงๆ แต่ก็ทำให้คนอื่นเห็นว่า จริงๆแล้วคิดยังไง ผ่านสิ่งที่แสดงออกหรือพฤติกรรมภายนอก หรือแม้แต่แววตา เช่น บางครั้งเรามองดูคนอื่นออก ผ่านแววตา เห็นถึงความโหดเหี่ยม เห็นถึงความเมตตา เห็นความเจ้าเล่ห์ ทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้พูดอะไร
จิตวิญญาณ
เป็นความเชื่อส่วนบุคคล เป็นจิตใจที่ผ่านการหล่อหลอม ความคิด ทัศนคติ มุมมอง ความหมายชีวิต การดำเนินชีวิต การใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เรื่องการทำงานของร่างกายอัตโนมัติ หรือพฤติกรรมที่แสดงออก แต่เป็นองค์รวมของทั้งชีวิตเลย เป็นภาพใหญ่ ว่าชีัวิตนี้จะทำอะไร
การทำงานผ่านความรู้สึก การใช้ชีวิตผ่านความรู้สึก การดำเนินชีวิตผ่านความรู้สึก ที่ผสมผสานกับความเชื่อ เช่นศาสนา ปรัชญาชีวิต ตื่นเช้าต้องใส่บาตร ก่อนนอนต้องสวดมนต์ การกระทำเหล่านี้ ผ่านจิตวิญญาณของศาสนา การต้องไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ หรือ การไม่ทานเนื้อหมูเลยทั้งชีวิต ทุกกิจกรรมของชีวิต ผ่านจิตวิญญาณตัวตนที่เลือกแล้ว ไตร่ตรองแล้ว และเชื่อไปแล้วตามนั้น
โฆษณา