ผู้ออกแบบพระราชวังคือ สถาปนิกชาวเยอรมัน Karl Döhring ซึ่งได้รับมอบหมายให้ออกแบบอาคารตามรูปแบบสถาปัตยกรรมยุโรปสมัยใหม่ในขณะนั้น ทำให้พระราชวังมีลักษณะคล้ายพระราชวังในยุโรป โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมแบบ German Jugendstil (อาร์ตนูโวแบบเยอรมัน)
1. ห้องพระบรรทม (The Royal Bedroom): อยู่บริเวณชั้นบนของอาคาร มีการจัดวางผังให้ได้รับลมธรรมชาติได้ดีที่สุด พื้นปูด้วยไม้ปาร์เกต์ขัดเงา และมีห้องแต่งพระองค์ (Dressing Room) เชื่อมต่ออย่างเป็นสัดส่วน
• ห้องสรง (The Royal Bathroom): ถือเป็นไฮไลต์ของการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในยุคนั้น เพราะมีการติดตั้งสุขภัณฑ์นำเข้าจากยุโรป และตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสกสีสันสวยงามสะดุดตา ซึ่งถือว่าทันสมัยมากในสมัยรัชกาลที่ 5-6