9 มี.ค. เวลา 08:47 • ท่องเที่ยว

พระรามราชนิเวศน์ (พระราชวังบ้ายปืน) จังหวัดเพชรบุรี

พระราชวังบ้านปืน หรือ พระรามราชนิเวศน์ ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านปืน จังหวัดเพชรบุรี เป็นหนึ่งในโบราณสถานที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของสถาปัตยกรรมตะวันตกในประเทศไทยได้อย่างเด่นชัดที่สุดแห่งหนึ่ง
พระราชวังแห่งนี้ มีความงดงามโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมยุโรปแบบบาโรกผสมอาร์ตนูโว ซึ่งแตกต่างจากพระราชวังไทยทั่วไปอย่างชัดเจน
พระราชวังแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมสำคัญของประเทศไทยที่สะท้อนการเปิดรับอิทธิพลตะวันตกในสมัยรัชกาลที่ 5
.. และยังเป็นหลักฐานสำคัญของพัฒนาการทางศิลปกรรมและวัฒนธรรมไทยในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20
ประวัติความเป็นมาและความสำคัญ
พระราชวังบ้านปืนตั้งอยู่ริมแม่น้ำเพชรบุรี ฝั่งตะวันตก สร้างขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)
…โดยทรงมีพระราชดำริให้สร้างพระราชวังสำหรับประทับแรมเมื่อเสด็จพระราชดำเนินมายังจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นเมืองสำคัญในภาคกลางตอนล่างของประเทศไทย
การก่อสร้างเริ่มขึ้นประมาณ พ.ศ. 2453 และแล้วเสร็จในสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) พระราชทานนามว่า “พระรามราชนิเวศน์”
ผู้ออกแบบพระราชวังคือ สถาปนิกชาวเยอรมัน Karl Döhring ซึ่งได้รับมอบหมายให้ออกแบบอาคารตามรูปแบบสถาปัตยกรรมยุโรปสมัยใหม่ในขณะนั้น ทำให้พระราชวังมีลักษณะคล้ายพระราชวังในยุโรป โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมแบบ German Jugendstil (อาร์ตนูโวแบบเยอรมัน)
ความสำคัญของพระราชวังบ้านปืน
• ประวัติศาสตร์การเมืองและการปกครอง
• ศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมยุโรปในประเทศไทย
• การสะท้อนแนวคิดการปฏิรูปประเทศในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่เปิดรับความทันสมัยจากตะวันตก
ต่อมาพระราชวังแห่งนี้ได้ใช้เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เมื่อเสด็จมาประทับที่เพชรบุรี และปัจจุบันอยู่ในความดูแลของกองทัพบกและเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม
สถาปัตยกรรมของอาคารพระราชวัง
สถาปัตยกรรมของพระราชวังแห่งนี้ถือเป็นงานชิ้นเอกที่ได้รับอิทธิพลมาจากยุโรปอย่างเต็มรูปแบบ ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมันชื่อ คาร์ล เดอริง (Karl Siegfried Döhring)
อาคารพระราชวังบ้านปืนเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนขนาดใหญ่ สูง 2 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่กว้างขวางท่ามกลางสวนแบบยุโรป ตัวอาคารมีลักษณะสมมาตร มีมุขกลางยื่นออกมาอย่างสง่างาม
• สไตล์ศิลปะ: เป็นสถาปัตยกรรมแบบ สไตล์เยอรมันโมเดิร์น (German Modern Style) หรือที่เรียกว่า จุงเกนสติล (Jugendstil) ซึ่งเน้นลายเส้นที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง
• โครงสร้าง: เป็นอาคาร 2 ชั้น ขนาดใหญ่ ผังอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ล้อมรอบลานกลางบ้าน (Courtyard)
• ลักษณะเด่น: หลังคาทรงปั้นหยาที่สูงชันมุงด้วยกระเบื้องสีน้ำตาล และหน้าต่างที่เจาะเป็นทรงโค้งมนสลับกับช่องแสงทรงเหลี่ยม ทำให้ตัวอาคารดูโอ่โถงและทันสมัยมากในยุคนั้น
ลักษณะสถาปัตยกรรมสำคัญ ได้แก่
1. รูปแบบสถาปัตยกรรมยุโรป .. อาคารได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมแบบบาโรกผสมอาร์ตนูโว ซึ่งกำลังนิยมในยุโรปช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ทำให้มีรูปทรงอ่อนช้อยและหรูหรา
2. หลังคาและองค์ประกอบอาคาร .. หลังคาทรงสูงแบบยุโรป มีหน้าจั่วและช่องหน้าต่างจำนวนมากเพื่อช่วยระบายอากาศให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย
3. ระเบียงและบันไดใหญ่ .. ด้านหน้ามีบันไดกว้างนำขึ้นสู่ระเบียงใหญ่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นพื้นที่รับรองและจุดชมทิวทัศน์
4. หน้าต่างและช่องแสง .. หน้าต่างจำนวนมากถูกออกแบบให้รับลมและแสงธรรมชาติ ทำให้อาคารโปร่งสบาย แม้จะเป็นสถาปัตยกรรมยุโรปแต่ก็ปรับให้เหมาะกับภูมิอากาศเขตร้อน
5. การจัดผังอาคาร .. ผังอาคารเน้นความสมมาตรและความสง่างาม โดยมีโถงกลางเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อไปยังห้องต่าง ๆ
การตกแต่งภายในและห้องต่าง ๆ ภายในพระราชวัง
การตกแต่งภายในคือหัวใจสำคัญที่ทำให้พระราชวังบ้านปืนมีความงดงามระดับโลก โดยมีการเลือกใช้วัสดุที่ทันสมัยที่สุดจากยุโรปในสมัยนั้น
ภายในพระราชวังบ้านปืนมีการตกแต่งอย่างหรูหราในแบบราชสำนักยุโรป ผสมผสานกับความเรียบสง่างามตามรสนิยมของราชสำนักไทยในช่วงต้นศตวรรษที่ 20
การวางผังห้องภายในพระราชวังถูกออกแบบอย่างเป็นสัดส่วน โดยเน้นความโปร่งโล่งและการถ่ายเทอากาศที่ดีเยี่ยม ประกอบด้วยห้องที่น่าสนใจดังนี้:
ชั้นล่าง
ชั้นล่างของพระราชวังใช้เป็นพื้นที่รับรองและกิจกรรมทางราชการ ประกอบด้วยห้องสำคัญ เช่น
1. โถงกลาง (Grand Hall)
เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ตรงกลางอาคาร ใช้สำหรับต้อนรับแขกเมืองและประกอบพระราชพิธีบางโอกาส โดดเด่นด้วยบันไดใหญ่และโคมไฟระย้าแบบยุโรป
2. ห้องรับรองแขก (Reception Room) หรือห้องรอเข้าเฝ้า: ตั้งอยู่บริเวณชั้นล่าง มีลักษณะการตกแต่งที่เรียบง่ายแต่ดูสง่า ใช้สำหรับข้าราชบริพารหรือแขกเมืองพักรอก่อนจะได้รับพระบรมราชานุญาตให้เข้าเฝ้า
3. ห้องเสวย (Dining Room): เป็นห้องที่มีขนาดกว้างขวาง ตกแต่งผนังด้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวและเขียว มีหน้าต่างบานใหญ่เปิดรับลมจากสวนภายนอก ทำให้บรรยากาศในการเสวยพระสุธารสหรืออาหารมีความรื่นรมย์
4. ห้องทำงาน ..ใช้เป็นสถานที่ทรงงานหรือประชุมกับข้าราชการ
5. โถงกลมชั้นล่าง (The Circular Hall): โดดเด่นด้วยเสาหินอ่อนสีเขียวต้นใหญ่เรียงรายเป็นวงกลมรับกับเพดานสูง ตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบสลับสีอย่างประณีต ใช้เป็นพื้นที่รับรองและทางผ่านไปยังส่วนต่างๆ ของอาคาร
โถงบันไดวน: เป็นจุดที่งดงามที่สุด บันไดเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียวสดใส สลับกับสีเหลืองทองและสีน้ำตาล
มีรูปปั้นเด็กและลวดลายตุ๊กตาประดับตามราวบันได
• การใช้กระเบื้องเคลือบ: มีการสั่งนำเข้ากระเบื้องเคลือบ (Glazed Tiles) คุณภาพสูงจากเยอรมนีมาตกแต่งทั้งผนังและเสา โดยเฉพาะในส่วนโถงทางเดินและห้องรับรอง
บริเวณบันไดวน
• พื้นและเพดาน: พื้นมีการปูด้วยหินอ่อนและกระเบื้องโมเสกเป็นลวดลายเรขาคณิต ส่วนเพดานบางห้องเป็นไม้ระแนงวางเรียงสวยงามประดับด้วยโคมไฟระย้าที่ออกแบบมาอย่างเฉพาะตัว
บริเวณโถง .. ในพื้นที่ชั้นบน
บริเวณโถงบันได .. ในพื้นที่ชั้นบน
ชั้นบน
ชั้นบนเป็นพื้นที่ส่วนพระองค์มากกว่า ประกอบด้วยห้องสำคัญ เช่น
1. ห้องพระบรรทม (The Royal Bedroom): อยู่บริเวณชั้นบนของอาคาร มีการจัดวางผังให้ได้รับลมธรรมชาติได้ดีที่สุด พื้นปูด้วยไม้ปาร์เกต์ขัดเงา และมีห้องแต่งพระองค์ (Dressing Room) เชื่อมต่ออย่างเป็นสัดส่วน
• ห้องสรง (The Royal Bathroom): ถือเป็นไฮไลต์ของการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในยุคนั้น เพราะมีการติดตั้งสุขภัณฑ์นำเข้าจากยุโรป และตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสกสีสันสวยงามสะดุดตา ซึ่งถือว่าทันสมัยมากในสมัยรัชกาลที่ 5-6
ห้องทรงพระอักษร
• ระเบียงชั้นบน: พื้นที่ระเบียงทางเดินที่ทอดยาวล้อมรอบลานกลางบ้าน (Courtyard) ช่วยให้ลมพัดผ่านเข้าสู่ห้องต่างๆ ได้ทั่วถึง เปิดมุมมองสู่สวนและพื้นที่โดยรอบ ทำให้พระราชวังมีบรรยากาศสงบงดงาม
คุณค่าทางศิลปกรรมและวัฒนธรรม
พระราชวังบ้านปืนไม่เพียงเป็นพระราชวังสำหรับประทับเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างสำคัญของการผสมผสาน ศิลปกรรมตะวันตกกับบริบทไทย อย่างกลมกลืน
สะท้อนยุคสมัยแห่งการปฏิรูปประเทศและการเปิดรับอารยธรรมตะวันตกของสยาม
ปัจจุบันพระราชวังบ้านปืนจึงเป็นทั้ง
• โบราณสถานสำคัญของชาติ
• แหล่งศึกษาสถาปัตยกรรมยุโรปในประเทศไทย
• สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า
พระราชวังแห่งนี้ยังคงความงดงามและสง่างามสมพระเกียรติ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนรสนิยม ศิลปะ และความเจริญก้าวหน้าของสยามในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ความทันสมัย
เกร็ดน่ารู้: ปัจจุบันพระราชวังบ้านปืนอยู่ในความดูแลของมณฑลทหารบกที่ 15 และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามได้ทุกวัน
ปัจจุบันไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพภายในอาคารพระราชวัง .. ภาพที่เห็นในบทความนี้ เป็นภาพเก่าอายุราว 20 ปี ถ่ายภาพเมื่อครั้งไปเยือน
โฆษณา