🎯 เรื่องที่ 6 - AI จะเก่งขึ้นแน่ แต่สิ่งที่คนยังต้องการจากมนุษย์จะยิ่งชัดขึ้น
มีตัวเลขสำคัญที่น่าสนใจจากรายงานนี้ โดย 95.3% เชื่อว่า AI จะถูกใช้ในการผลิต creative content ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะงานซ้ำ ๆ หรือเชิง production และ 54.7% มองว่าอนาคตการสื่อสารระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคจะมีลักษณะ bot-to-bot มากขึ้น ขณะเดียวกัน หลายคนยังไม่เชื่อว่า AI จะทดแทนเรื่องอย่าง strategic thinking, human insight และ craftsmanship ได้ง่าย ๆ
ดังนั้น AI จะเป็นแรงเร่งสำคัญ ที่จะคัดให้เห็นชัดขึ้นว่า งานแบบไหนเป็นงานที่เครื่องมือทำแทนได้ และงานแบบไหนยังต้องการมนุษย์จริง ๆ ถ้างานของเรายังอยู่แค่การผลิต output แบบ routine อย่างเดียว ความเสี่ยงจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายคนชี้ตรงกันว่า ในยุค AI ความคิดสดใหม่และ human originality จะยิ่งมีมูลค่า
🔹 การคิดเชิงลึก
🔹 การกำหนดทิศทาง
🔹 กำหนดความหมายและคุณค่า
🔹 การมี emotional depth
🔹 การมี cultural nuance
นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมปีนี้ คนทำงานไม่ควรถามแค่ว่าใช้ AI เป็นไหม แต่ควรถามต่อด้วยว่าเรากำลังพัฒนาความเป็นมนุษย์ส่วนไหนที่ AI เลียนแบบได้ยาก งานที่เหลือรอดจะต้องมีทั้งความคิด มีจุดยืน และมีความเป็นมนุษย์มากกว่าเดิม
🎯 เรื่องที่ 9 - Public คือพื้นที่ค้นหา แต่ Private คือพื้นที่ที่ความไว้ใจเกิดขึ้นจริง
ข้อมูลจากรายงาน Thailand Digital Playbook 2026 ระบุไว้อีกประเด็นที่น่าสนใจว่า 69% ของผู้เชี่ยวชาญไทยที่มองว่าเป็นไปได้ที่ผู้คนจะใช้ social media แบบ private มากขึ้น ขณะที่ public social spaces จะเต็มไปด้วยคอนเทนต์เชิงโปรโมชันเป็นหลัก นั่นหมายความว่าในอนาคตอันใกล้ เราอาจต้องแยกบทบาทของ social media ใหม่ว่า พื้นที่ public มีไว้เพื่อ discovery ส่วนพื้นที่ private มีไว้เพื่อ connection, trust และการส่งต่อจริง