11 มี.ค. เวลา 09:10 • สิ่งแวดล้อม

Ep#20 นอร์เวย์มีรถไฟฟ้ามากที่สุดในโลก🚘🚘🚙🚔🚕

หากพูดถึงประเทศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในการเปลี่ยนจากรถยนต์น้ำมันไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า นอร์เวย์ถือเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดประเทศหนึ่งของโลก ทุกวันนี้รถยนต์ใหม่ที่ขายในนอร์เวย์ส่วนใหญ่เป็นรถไฟฟ้า โดยในบางปีมีสัดส่วนสูงกว่า 80–90% ของยอดขายทั้งหมด ทำให้ตามท้องถนนในหลายเมืองของประเทศนี้ โดยเฉพาะใน Oslo เรามักเห็นรถไฟฟ้าวิ่งอยู่ทั่วไปจนกลายเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะเป็นรถครอบครัว รถแท็กซี่ หรือแม้แต่รถของหน่วยงานรัฐ🚘🚘
.
.
ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าพัฒนาเท่านั้น แต่ยังมาจากนโยบายของรัฐบาลนอร์เวย์ที่สนับสนุนอย่างจริงจังมานานหลายปี ผู้ที่ซื้อรถไฟฟ้ามักได้รับสิทธิประโยชน์หลายอย่าง เช่น การยกเว้นภาษีบางประเภท ค่าจอดรถที่ถูกลง หรือการใช้ช่องทางจราจรพิเศษในบางพื้นที่ นอกจากนี้ประเทศยังมีเครือข่ายสถานีชาร์จไฟที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ทำให้ผู้ใช้รถไฟฟ้าสามารถเดินทางได้สะดวกแม้ในพื้นที่ที่อยู่ไกลจากเมืองใหญ่👍👍
.
.
อีกเหตุผลสำคัญคือโครงสร้างพลังงานของนอร์เวย์ที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำเป็นหลัก ทำให้ไฟฟ้าที่ใช้ชาร์จรถยนต์มีการปล่อยคาร์บอนต่ำมาก เมื่อรถไฟฟ้าถูกใช้ร่วมกับพลังงานสะอาด จึงช่วยลดมลพิษทางอากาศและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ นโยบายนี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศที่ต้องการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคการขนส่งอย่างจริงจัง❤️❤️
ภาพแบบนี้เป็นภาพที่พบได้บ่อยในนอร์เวย์ 🚗⚡ ที่สถานีชาร์จรถไฟฟ้าขนาดใหญ่ รถหลายสิบคันสามารถจอดชาร์จแบตพร้อมกันได้ โดยเฉพาะสถานีตามทางหลวงหรือจุดพักรถ เช่นบริเวณ Nebbenes ใกล้เมือง Eidsvoll ซึ่งเคยถูกสร้างให้เป็นหนึ่งในสถานีชาร์จที่ใหญ่ที่สุดในโลกช่วงหนึ่ง มีแท่นชาร์จจำนวนมากและรองรับรถหลายคันพร้อมกันได้ในเวลาเดียวกัน🌟🌟
.
.
สาเหตุที่เรามักเห็นภาพรถจอดชาร์จจำนวนมากแบบนี้ เพราะนอร์เวย์เป็นประเทศที่มีรถไฟฟ้าสูงมาก และรัฐบาลได้ลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จทั่วประเทศ ปัจจุบันมีจุดชาร์จสาธารณะมากกว่า 24,000–27,000 จุด ทำให้ผู้ขับรถสามารถหาสถานีชาร์จได้ง่าย แม้จะเดินทางไกลผ่านภูเขาหรือพื้นที่ห่างไกลก็ตาม ❤️❤️
.
.
ในชีวิตจริงของคนที่อาศัยในนอร์เวย์ ภาพของรถไฟฟ้าที่จอดเรียงกันเพื่อชาร์จแบตจึงกลายเป็นเรื่องธรรมดา คล้ายกับภาพรถต่อคิวเติมน้ำมันในประเทศอื่น ๆ แต่ที่นี่เปลี่ยนมาเป็นการ “เติมไฟฟ้า” แทน และมักเกิดขึ้นตามจุดพักรถ ศูนย์การค้า หรือปั๊มน้ำมันที่มีเครื่องชาร์จไฟติดตั้งอยู่ทั่วประเทศ. 🇳🇴⚡
ด้วยเหตุนี้ นอร์เวย์จึงกลายเป็นตัวอย่างสำคัญที่หลายประเทศทั่วโลกจับตามอง เพราะมันแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้าในระดับประเทศนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จริง หากมีทั้งนโยบายที่ชัดเจน โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม และความร่วมมือจากประชาชน ในวันนี้ถนนหลายสายของนอร์เวย์จึงไม่ได้เต็มไปด้วยเสียงเครื่องยนต์เหมือนในอดีต แต่เต็มไปด้วยรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนอย่างเงียบสงบ กลายเป็นภาพของอนาคตการเดินทางที่กำลังเกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน. 🚗⚡🇳🇴
โดย
ป้าดาวนอร์เวย์
โฆษณา