12 มี.ค. เวลา 12:00 • ธุรกิจ

บทที่ 27 : ราคาของมิตรภาพ — หากผมยอมควักเงินขวัญถุงเลี้ยงเหล้าในคืนนั้น...

เพื่อนทั้งกลุ่มคงจะกอดคอกันหัวเราะสนุกไปกับผม แต่ราคาที่ต้องจ่ายจริงคือเงินเก็บก้อนแรกที่หายไป พร้อมกับความสัมพันธ์ปลอมๆ ที่จะจางหายทันทีที่ผมหมดเงิน เดิมพันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่มันคือการเลือกระหว่างยืนอยู่บนรากฐานที่มั่นคง หรือบนมิตรภาพที่ไร้รากแก้ว...
“สังคมที่ต้องใช้เงินเป็นตั๋วผ่านทาง จะหายไปทันทีที่คุณจ่ายไม่ไหว”
แสงอาทิตย์อ่อนโยนส่องลอดกระจกหน้าต่างร้าน Maret’s Oven กลิ่นอบเชยและกลิ่นไม้จากเตาอบเช้าวันนี้ส่งกลิ่นหอมอบอวล วันนี้ครบรอบหนึ่งปีเต็มที่ Ethan ทำงานที่นี่ หนึ่งปีที่กลิ่นแป้งและไอน้ำจากเตาอบซึมลึกจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเขา
Leon ยื่นซองสีน้ำตาลให้เขาพลางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“เงินขวัญถุงปีแรกของนาย—มันอาจไม่มาก แต่จำไว้ว่า วินัยหนักแน่นกว่าโชคชะตาเสมอ”
1
Ethan เปิดซองอย่างระมัดระวัง เหรียญเงินใหม่เอี่ยมสองเหรียญส่องประกายยามเช้า ราวกับหลักฐานแห่งรากฐานที่มั่นคงที่เพิ่งก่อตัวขึ้น
“เฮ้ Ethan! คืนนี้ไปฉลองกันหน่อยไหม?” Hugo เพื่อนร่วมงานจอมพลังตบไหล่เขาฉาดใหญ่ “ได้เงินขวัญถุงมาแล้วนี่ ร้าน 'The Rusty Cask' มีโปรโมชั่นดื่มไม่อั้นคืนนี้พอดี นายต้องไปอวดความสำเร็จหน่อยเพื่อน!”
Ethan ยิ้มแห้งๆ ในใจเริ่มเกิดแรงกระเพื่อม เสียงหนึ่งบอกว่าเขาควรไปเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มเพื่อน แต่อีกเสียงกลับนึกถึงน้ำหนักของเหรียญในกระเป๋า
ช่วงบ่ายที่ยอดสั่งผลิตเริ่มซาลง Ethan กำลังยืนจัดถาดขนมปังอยู่พลันต้องชะงัก เมื่อ Hugo พาพนักงานอีกสองคนเดินมากดดันจนอึดอัด
“จะงกไปถึงไหน Ethan?” Hugo กอดอก พยักพเยิดให้พวกที่เหลือช่วยโน้มน้าว “เหนื่อยมาทั้งปี วันสำคัญแบบนี้ถ้าไม่เลี้ยงเหล้ากันบ้าง ก็ดูถูกน้ำใจกันเกินไปแล้ว หรือได้เงินขวัญถุงแล้วก็ลืมพวกเรา?”
“ไม่ใช่แบบนั้น ผมแค่ต้องสำรองเงินไว้...”
“สำรองไว้ฝังดินเหรอ?” อีกคนสบถพลางสะบัดหน้าหนี “ระวังเถอะ คนไม่มีสังคม วันหน้าเตาอบมีปัญหาหรือต้องยกของหนัก จะไม่มีใครยื่นมือมาช่วยนายแน่”
สายตาที่เคยเล่นหัวกลับเรียบเฉย พวกเขาผละไปทำงานส่วนอื่น ทิ้งให้ Ethan ยืนอยู่กลางวงล้อมของความเงียบ นั่นคือบทลงโทษทางสังคมที่กรีดลึกกว่าคำดุด่าใดๆ
Clara วางแก้วน้ำมะนาวเย็นลงบนเคาน์เตอร์ข้างตัวเขา เธอมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดเงียบๆ ก่อนจะเปรยขึ้น “Hugo ชวนไปเสียเงินอีกล่ะสิ?”
“ผมแค่อยากมีสังคมบ้าง Clara... ไม่อยากให้ใครมองว่าผมเป็นคนขี้งกหรือเข้าถึงยากในวันพิเศษแบบนี้”
Clara นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะสบตาเขา “Ethan สังคมที่ต้องใช้ 'เงิน' เป็นตั๋วผ่านทาง จะหายไปทันทีที่คุณจ่ายไม่ไหว แต่สังคมที่สร้างจากทัศนคติจะคงอยู่แม้คุณไม่มีเงินสักแดง”
เธอยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย “ถ้าอยากฉลอง พรุ่งนี้ช่วงเช้ามืดไปกับฉันไหม? เพื่อนฉันนัดตกปลาที่บึงท้ายเมืองพอดี พวกนั้นกำลังหา ‘คนแบกถัง’ กับคนช่วยเตรียมเหยื่อ นายไม่ต้องเสียเงินสักเหรียญ แถมได้เห็นโลกกว้างกว่าในร้านเหล้าเป็นกอง”
รุ่งเช้า Ethan แบกเบ็ดไม้ไผ่เก่าตาม Clara ไปยังจุดนัดพบ
เขาคาดว่าจะเจอพรานเบ็ดร่างกำยำสมบุกสมบัน แต่กลับต้องชะงักเมื่อเห็นกลุ่มหญิงสาวสามสี่คนในชุดกระโปรงผ้าป่านหนา พวกเธอกำลังหัวเราะร่าเริงอยู่ริมตลิ่ง ภาพตรงหน้าไม่ใช่สังคมนักเลงสุรา แต่เป็นเครือข่ายความสัมพันธ์ที่เขาไม่เคยคาดคิด
“นี่ Ethan คนที่ฉันเล่าให้ฟังไง” Clara แนะนำสั้นๆ พร้อมรอยยิ้มที่มีเลศนัย
ตลอดเย็นนั้น Ethan ไม่ได้เสียเงินสักเหรียญ เขาใช้แรงกายช่วยขุดไส้เดือนเตรียมเหยื่อ ช่วยแก้สายเบ็ดที่พันกัน และแบกถังไม้ที่เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ จากปลาที่ตกได้ เขาพบว่าความภูมิใจไม่ได้มาจากการเป็น ‘เจ้ามือ’ แต่มาจากการเป็น ‘คนที่พึ่งพาได้’ ในวงสนทนาที่จริงใจ
ขณะที่เขากำลังประคองถังปลาเดินตามกลุ่มสาวๆ กลับเข้าเมือง เพื่อนของ Clara ต่างเข้ามาพูดคุยถามถึงความฝันและเป้าหมายของเขาอย่างเป็นกันเอง Ethan สังเกตเห็นสายตาที่เพื่อนๆ มองมายังเขาและ Clara มันไม่ใช่แค่การขอบคุณคนที่ช่วยแบกถัง แต่เป็นการ ‘เปิดตัว’ และแนะนำเขาเข้าสู่สังคมของพวกเธออย่างนุ่มนวล
Clara เดินเข้ามาใกล้แล้วกระซิบ “เห็นไหม? การเข้าสังคมไม่จำเป็นต้องใช้เงินนำทางเสมอไป เพื่อนพวกนี้ยอมรับนายเพราะนายทำงานเคียงข้างพวกเขา และที่สำคัญ... วันนี้นายสอบผ่านด่านแรกของเพื่อนฉันแล้วนะ”
เธอยิ้มกว้างกว่าทุกวัน ทิ้งให้ Ethan ยืนงงกับคำว่า ‘สอบผ่าน’ แต่ก็รู้สึกประทับใจกับมิตรภาพที่เกิดขึ้นในวันนี้
เช้าวันต่อมา บรรยากาศในครัวของ Maret’s Oven หนักอึ้งยิ่งกว่าแป้งโดว์ที่ยังไม่พักตัว Ethan เข้างานตรงเวลา แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมาคือความเงียบที่บาดลึก
เมื่อเขาพยายามจะยกถาดเหล็กขนาดใหญ่ขึ้นชั้นวาง Hugo ที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดกลับเบือนหน้าหนีและเดินไปเช็ดเคาน์เตอร์อีกฝั่ง ทิ้งให้ Ethan ต้องพยุงน้ำหนักที่เกินตัวจนแขนสั่นเทา
“หนักหน่อยนะ Ethan” พนักงานอีกคนพึมพำกระแทกกระทั้นขณะเดินผ่าน “ก็นายเลือกจะแบกทุกอย่างไว้คนเดียวเองนี่นา ทั้งเงิน ทั้งน้ำใจ”
ความอึดอัดนี้สะท้อนออกมาในเนื้องาน ขนมปังชุดแรกของเช้านี้ผิวเกรียมไม่เท่ากันเพราะขาดการประสานงานที่จังหวะนวดและจังหวะเข้าเตา Ethan รู้ดีว่าหากปล่อยไว้แบบนี้ ‘ภาพลักษณ์ของร้านเสียหายแน่ และ Leon เองก็เฝ้ามองอยู่จากหลังร้านด้วยสายตาเรียบเฉยแต่กดดัน
หลังเสร็จงาน Ethan รีบเข้าครัว จัดการแล่ปลาที่หาได้มาเมื่อวาน ต้มซุปหม้อใหญ่จนกลิ่นสมุนไพรหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ "กลิ่นอะไรน่ะ?" เพื่อนร่วมงานชะโงกหน้าถาม
"ซุปปลาสูตรของเพื่อน Clara ครับ" Ethan ตักใส่ถ้วยวางตรงหน้า Hugo "ซุปปลาบีบมะนาวช่วยให้สดชื่นแถมได้พลังดีนะครับ นี่คือส่วนแบ่งจากเมื่อวานที่ผมไปช่วยพวกเขา ผมตั้งใจทำมาให้ทุกคน"
Hugo นิ่งไปชั่วครู่ก่อนตักชิม รสหวานสดทำเอาคิ้วที่ขมวดคลายออก "เออ... รสไม่เลว" เขาพยักหน้าให้คนอื่นมาลอง
"ฟังนะ Ethan" Hugo เอ่ยปาก "ที่โกรธไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เพราะนายเฉยชาจนเหมือนไม่เห็นหัวพวกเราที่เหนื่อยมาด้วยกัน"
"ผมขอโทษครับ ผมแค่ต้องรักษาแผนการออมเงิน แต่เรื่องทีมผมเต็มที่เสมอ" Ethan พูดพลางส่งผ้าเช็ดหน้าให้เพื่อนเช็ดเหงื่อ กำแพงน้ำแข็งพังทลายลงโดยไม่ต้องสูญเสียเงินที่เขาเฝ้าเก็บออมมาตลอดเพื่ออนาคตข้างหน้า
Clara แอบยืนยิ้มมองภาพ Hugo ที่คว้าถ้วยซุปไปแจกจ่ายพลางตบไหล่ Ethan แรงๆ หนึ่งที
ความสัมพันธ์ที่แท้จริงไม่ใช่การจ่ายค่าผ่านทางด้วยเงิน แต่คือการยืนหยัดเป็น ‘ทรัพยากร’ ที่พึ่งพาได้ในวันที่ทีมต้องการที่สุด...
📖[เบื้องหลังงานเขียน — บทที่ 27: ราคาของมิตรภาพ]
เกียรติธร วีรอัศวปรีชา
#ธุรกิจ
#พัฒนาตัวเอง
#นิยายธุรกิจ
#การเงิน
#ผู้ประกอบการ
โฆษณา