11 มี.ค. เวลา 11:52 • หุ้น & เศรษฐกิจ

EXIM BANK ผนึกกำลัง สสว. และ SME D Bank สนับสนุนสินเชื่อต้นทุนต่ำ

หนุน SMEs ไทยปรับตัวและเติบโตอย่างยั่งยืน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
เพื่อสนับสนุนสินเชื่อต้นทุนต่ำแก่ผู้ประกอบการ SMEs ระหว่างสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)
ภายใต้กรอบวงเงินโครงการรวม 1,200 ล้านบาท โดยมีนางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ SME D Bank และนายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK ร่วมลงนาม
เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เสริมสภาพคล่อง และสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชนในการปรับตัวสู่รูปแบบธุรกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อยกระดับศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว ณ กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569
ภายใต้โครงการนี้ การสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่
1. Transformation SMEs
EXIM BANK สนับสนุนเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการเงินทุนเพื่อปรับปรุงหรือพัฒนากิจการให้สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้ทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
2. Enhancement SMEs
SME D Bank สนับสนุนเงินกู้สูงสุด 10-15 ล้านบาทตามขนาดกิจการ สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนเพื่อขยายกิจการและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในทุกมิติ เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดและยั่งยืนในระยะยาว
3. ธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว
SME D Bank สนับสนุนเงินกู้สูงสุด 2 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการในธุรกิจโรงแรมและที่พัก บริษัทนำเที่ยว ร้านอาหาร สปา บริการรถและเรือ รวมถึงธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสภาพคล่องและเพิ่มทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ
โครงการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและเงินหมุนเวียนในระบบได้ไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท สนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทยสามารถปรับตัว เพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ และเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทยโดยรวมในระยะยาว
โฆษณา