12 มี.ค. เวลา 11:44 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

ทำไมท้องฟ้า ไม่เหมือนกันสักวัน?

ท้องฟ้าที่เราเห็น ไม่เหมือนกันในแต่ละวัน เกิดจากหลายปัจจัยทางวิทยาศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งในชั้นบรรยากาศ แสงอาทิตย์ และสภาพอากาศ
หลักๆ ก็มี 4 ข้อค่ะ
1. การกระเจิงของแสง (Light Scattering)
แสงจากดวงอาทิตย์เป็น แสงสีขาวที่ประกอบด้วยหลายสี เมื่อแสงผ่านชั้นบรรยากาศ โมเลกุลของอากาศจะกระเจิงแสง
ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Rayleigh scattering
  • ​แสง สีน้ำเงิน กระเจิงได้มากที่สุด
  • ​จึงทำให้เรามองเห็นท้องฟ้าเป็นสีฟ้า
1
Rayleigh Scattering / Credit image : bioRender
แต่ในแต่ละวัน
  • ​ความชื้น
  • ​ฝุ่นละออง
  • ​มลพิษ
  • ​ปริมาณไอน้ำ
ไม่เท่ากัน ทำให้ สีฟ้าเข้ม ฟ้าอ่อน หรือหม่น ต่างกัน
1
2. เมฆและสภาพอากาศ
เมฆเกิดจาก หยดน้ำหรือผลึกน้ำแข็ง ในบรรยากาศ
ชนิดของเมฆ เช่น
  • ​เมฆก้อน (Cumulus)
  • ​เมฆบาง (Cirrus)
  • ​เมฆฝน (Nimbus)
เมฆแต่ละชนิดสะท้อนแสงต่างกัน ทำให้ท้องฟ้าแต่ละวันดู สว่าง มืด ฟ้าใส หรือครึ้ม
1
เมฆก้อนนี้ถ่ายก่อนฝนจะตก
3.มุมของดวงอาทิตย์
เวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่ ต่ำใกล้ขอบฟ้า เช่น ตอนเช้าและเย็น
แสงต้องเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศ ไกลขึ้นหลายเท่า
ผลคือ
  • 1.
    ​สีฟ้าและม่วงกระเจิงหายไปก่อน
  • 2.
    ​เหลือสี แดง ส้ม เหลือง
1
จึงเกิดท้องฟ้าแบบ
  • 1.
    ​พระอาทิตย์ขึ้นสีชมพู
  • 2.
    ​พระอาทิตย์ตกสีส้มแดง
1
แสงอาทิตย์ยามเย็นที่ตกกระทบเมฆ
4. ฝุ่น ควัน และมลพิษ
ถ้ามี
  • ​ฝุ่น PM2.5
  • ​ควันไฟ
  • ​ไอน้ำจำนวนมาก
อนุภาคเหล่านี้จะทำให้แสงเกิดการกระเจิงแบบ Mie scattering
1
ผลคือ
  • ​ท้องฟ้าดู ขาวซีด หรือหม่นเทา
  • ​บางวันฟ้าสวย บางวันดูขุ่น
จากทั้ง 4 ข้อด้านบน จึงทำให้ท้องฟ้า ไม่มีวันไหนเหมือนกัน 100%
โฆษณา