11 มี.ค. เวลา 16:30 • การศึกษา
Hwaseong-si

เกาหลีเรื่อยเปื่อย : เปิดบัญชีเพื่อการพัฒนาทักษะอาชีพ (รัฐบาลช่วยค่าเรียนพิเศษ)

พุธที่ 11 มีนาคม 2569 กลับจาก ไปโรงพยาบาล สถานีอนามัยแล้ว บ่าย3โมง ก็มา ..
ศูนย์สวัสดิการแรงงานโอซาน (Osan Employment Welfare Plus Center - 오산 고용복지플러스센터) ที่นี่เรียกว่าเป็นร่างอวตารของกรมการจัดหางานและกรมพัฒนาฝีมือแรงงานของไทยมารวมกันเลย แต่ที่เกาหลีเขาจะเน้นระบบที่เรียกว่า "One-Stop Service" คือมาที่เดียวได้ครบทั้งหางาน ฝึกทักษะ และรับเงินช่วยเหลือ
วันนี้ มาทำเรื่อง กรอกใบสมัคร "ขอเปิดบัญชีเพื่อการพัฒนาทักษะอาชีพ" (직업능력개발계좌 발급 신청서) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ "แนอิล แบอุม คาร์ด" (Tomorrow Learning Card) ของรัฐบาลเกาหลีใต้
สำนักงานแห่งนี้มีไว้ช่วยเหลือในเรื่องหลักๆ ดังนี้ :
การฝึกอบรมอาชีพ: ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเรียนคอร์สวิชาชีพต่างๆ (เช่น ทำอาหาร, เสริมสวย, ไอที, ภาษา) เพื่อให้คุณมีทักษะไปสมัครงานใหม่หรือพัฒนาฝีมือแรงงาน
การหางาน: บริการจัดหางาน แนะนำตำแหน่งงานที่เหมาะสม และช่วยเตรียมตัวสัมภาษณ์งาน
สวัสดิการและการเงิน: ให้คำปรึกษาด้านสวัสดิการสังคมสำหรับผู้มีรายได้น้อย รวมถึงโครงการช่วยเหลือเงินสนับสนุนระหว่างว่างงานหรือระหว่างฝึกอบรม (เช่น โครงการสนับสนุนการว่างงานแห่งชาติ)
สิทธิประโยชน์แรงงาน: สำหรับแรงงานต่างชาติ ศูนย์นี้มักจะเป็นจุดประสานงานเกี่ยวกับระบบการจ้างงาน (EPS), ประกันสังคม และการดูแลสิทธิต่างๆ ตามกฎหมายแรงงานค่ะ
สรุปคือ: หากต้องการเปลี่ยนงาน, เรียนทักษะใหม่โดยใช้สิทธิ์ช่วยเหลือจากรัฐบาล หรือต้องการความช่วยเหลือด้านสวัสดิการขณะว่างงาน ที่นี่คือหน่วยงานโดยตรงที่จะคอยซัพพอร์ต
โครงการที่กำลังสมัครอยู่มีชื่อว่า "กุกมิน แนอิล แบอุม คาร์ด" (National Tomorrow Learning Card - 국민내일배움카드) เป็นโครงการหลักของกระทรวงแรงงานเกาหลีใต้ที่ใจดีมากๆ
1. วัตถุประสงค์ของโครงการ
รัฐบาลเกาหลีต้องการให้ประชาชน (รวมถึงชาวต่างชาติที่พำนักอย่างถูกต้องและจ่ายประกันสังคม) มี "งบประมาณส่วนตัว" ในการพัฒนาตัวเอง เพื่อให้หางานง่ายขึ้นหรือเปลี่ยนสายงานได้ตามต้องการ โดยรัฐจะช่วยออกค่าเรียนให้ส่วนใหญ่
2. สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ
* วงเงินสนับสนุน: ปกติจะได้รับ 3 - 5 ล้านวอน (ประมาณ 80,000 - 130,000 บาท) ต่อคน เพื่อใช้เป็นค่าเรียน
* ระยะเวลาการใช้งาน: บัตรนี้มีอายุการใช้งานยาวถึง 5 ปี แปลว่าภายใน 5 ปีนี้ จะลงเรียนกี่คอร์สก็ได้จนกว่าวงเงินจะหมด
* สัดส่วนความช่วยเหลือ: รัฐบาลจะช่วยจ่ายค่าเรียนให้ประมาณ 45% - 85% (บางคอร์สสำหรับผู้มีรายได้น้อยหรือสายงานขาดแคลนอาจเรียน ฟรี 100% เลยค่ะ)
3. เรียนอะไรได้บ้าง? (มีให้เลือกเยอะมาก!)
เมื่อได้บัตรมาแล้ว คุณสามารถนำไปลงทะเบียนเรียนในสถาบันที่เข้าร่วมโครงการได้ทั่วประเทศ ตัวอย่างคอร์สยอดฮิต:
* สายอาหาร: ทำอาหารเกาหลี, ขนมปัง, บาริสต้า
* สายบิวตี้: แต่งหน้า, ทำเล็บ (Nail Art), ตัดผม
* สายไอที: เขียนโปรแกรม, กราฟิกดีไซน์, ตัดต่อวิดีโอ
* สายงานฝีมือ: เย็บผ้า, งานไม้, ซ่อมรถยนต์
* สายภาษา: ภาษาเกาหลีระดับสูงเพื่อการทำงาน
4. ได้เงินค่าขนมด้วยนะ! (Training Allowance)
ถ้าคุณลงเรียนคอร์สที่เรียนหนักหน่อย (เช่น เรียนเกิน 140 ชั่วโมงขึ้นไป) และเข้าเรียนสม่ำเสมอ รัฐบาลจะมี "เงินเบี้ยเลี้ยงการฝึกอบรม" จ่ายให้เป็นรายเดือนเพื่อช่วยค่าเดินทางและค่ากินระหว่างเรียนด้วย
ขั้นตอนต่อไปหลังจากกรอกใบสมัคร:
* รอผลอนุมัติ: เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบสิทธิ์ของคุณ
* รับบัตร: เมื่ออนุมัติแล้ว คุณจะได้บัตรหน้าตาเหมือนบัตร ATM (ที่สมัครผ่านธนาคาร NH หรือ Shinhan)
* เลือกคอร์ส: คุณสามารถเข้าไปเช็คคอร์สที่เปิดสอนในเขตโอซานหรือพื้นที่ใกล้เคียงได้ที่เว็บไซต์
รายละเอียดข้อมูลมาจาก gimini ก็ใกล้เคียงกับสามีบอก เพราะสามีพูดแล้วไม่ค่อยเข้าใจ ต้องคุยกับ AI🤣
โฆษณา