13 มี.ค. เวลา 00:00 • การตลาด

Manscaped ลงทุนถึง 8 ล้านดอลลาร์กับโฆษณาใน Super Bowl 🏈

แล้วเขาทำอะไร?
แบรนด์เปลี่ยน “ขนตามร่างกาย” ให้กลายเป็นตัวละครมีชีวิต ...มีตา มีฟัน มีบุคลิก
• ก้อนขนในท่ออาบน้ำเหมือนสิ่งมีชีวิต
• ขนในอ่างล้างหน้าจ้องกลับมาเหมือนตัวละครการ์ตูน
ฟังดูแปลก… แต่มีเหตุผลทางจิตวิทยาชัดเจนครับ
🧠 จิตวิทยาเบื้องหลัง
งานวิจัยใน Journal of Advertising โดย Theodorakis และ Painesis พูดถึงเรื่อง Psychological Distance หรือ “ระยะห่างทางความรู้สึก”
หลักการคือ:
👉🏻 ยิ่งสิ่งที่ดูไม่สบายใจ “ห่างจากตัวเรา” มากเท่าไร
👉🏻 ปฏิกิริยาเชิงลบก็ยิ่งลดลง
พูดง่ายๆ คือ
ถ้ามันดูไม่ใช่เรื่องของเราโดยตรง เราจะรับมันได้ง่ายขึ้น
💡 วิธีที่ Manscaped ใช้
ปกติแบรนด์ Grooming มักโชว์ผู้ชายหล่อๆ โกนหนวดโกนขน หวังให้คนคิดว่า “ใช้แล้วจะดูดีขึ้น”
แต่ความจริงคือ คนไม่ได้คิดแบบนั้นเสมอ
Manscaped เลือก “เพิ่มระยะห่าง” แทน:
• ไม่โชว์ขนจริงแบบชัดๆ
• ไม่เปรียบเทียบกับผู้ชายหล่อกว่า
• ใช้ตัวละครการ์ตูนแทน
สมองเลยตีความว่า: 🧠
👉🏻 มันเป็นเรื่องเบาๆ
👉🏻 ดูสนุก ไม่ชวนอึดอัด
👉🏻 จำง่ายขึ้นด้วย
ขนที่เคยดูน่าขยะแขยง
กลายเป็นคาแรกเตอร์ที่น่าจดจำแทน
🦜นกกระซิบ:
🎯 มุมมองเชิงแบรนด์ (เติมแบบสายกลยุทธ์):
บางครั้งแบรนด์ไม่ได้ต้อง “พูดให้ตรงที่สุด”
แต่ต้อง “เล่าให้คนรับได้มากที่สุด”
โดยเฉพาะสินค้าหรือเรื่องที่คนรู้สึกเขิน อ่อนไหว หรือไม่อยากพูดตรงๆ
แนวทางที่ใช้ได้ เช่น:
• Humor หรือความแฟนตาซีช่วยลดแรงต้าน
• การ์ตูน / metaphor ช่วยให้คนเปิดใจ
• สร้าง emotional distance ก่อน แล้วค่อยพาเข้า message จริง
นี่คือการออกแบบ perception มากกว่าการแค่สื่อสารสินค้า
โฆษณานี้ถือว่า กล้าไม่น้อยครับ!
โดยเฉพาะการเอาเรื่อง grooming body hair ไปลงเวที Super Bowl
เสี่ยง… แต่ได้ผล
เพราะมันไม่ใช่แค่ขายของ
มันทำให้ “เรื่องที่คนไม่อยากพูด” กลายเป็นเรื่องที่ดูแล้วจำได้แบบไม่อึดอัด 👍🏻
Credit: Ad Psychology
✍🏻 เกร็ดเล็กๆ ของแบรนด์ by Nok Creative Branding - Brand Strategist & Creative Director (ผู้ที่เชื่อในพลังของแบรนด์ที่ไม่ใช่แค่ขายของ แต่เปลี่ยนชีวิตคนได้)
โฆษณา