Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ร.ต.ต.สุรินทร์ ภูงามทอง
•
ติดตาม
13 มี.ค. เวลา 01:37 • การเมือง
🟥 บทความนี้
ไม่ได้เขียนเพื่อชี้นำใคร
ไม่ได้เขียนเพื่อโจมตีฝ่ายใด
และไม่ได้เขียนเพื่อให้ใครต้องคิดเหมือนกัน
มันคือการพยายาม “มองโครงสร้าง”
ที่เราทุกคนกำลังใช้ชีวิตอยู่ข้างใน
โดยไม่ตะโกน ไม่กล่าวหา
และไม่ลดทอนความเป็นมนุษย์ของใคร
ถ้าบางประโยคทำให้อึดอัด
นั่นอาจไม่ใช่เพราะมันผิด
แต่อาจเพราะเราไม่ค่อยได้หยุดมองสิ่งนี้ตรง ๆ
ผมขอชวนอ่าน
ไม่ใช่เพื่อเชื่อ
แต่เพื่อคิดร่วมกัน
⬛ โครงสร้างอำนาจของประเทศไทย
กรณีศึกษาเชิงโครงสร้าง: ทำไม “การเมืองไทย” ไม่ใช่แค่นักการเมืองเลว
การอธิบายปัญหาการเมืองไทยด้วยคำว่า
“นักการเมืองเลว”
เป็นคำอธิบายที่ง่าย
แต่ไม่จริง
และอันตรายที่สุด
เพราะมันทำให้สังคม
มองไม่เห็นโครงสร้างอำนาจที่แท้จริง
และปล่อยให้ผู้มีอำนาจตัวจริง
ลอยตัวอยู่เหนือความรับผิดชอบเสมอมา
บทความนี้ไม่ได้เขียนเพื่อชี้นิ้วด่าว่าใครดีหรือชั่ว
แต่เพื่ออธิบาย “โครงสร้าง”
ที่ทำให้ความเลวร้าย
สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แม้ผ่านการเลือกตั้งกี่ครั้งก็ตาม
▪️1. กลุ่มอำนาจเก่า
(ฝ่ายอนุรักษ์นิยม หรือจะเรียกอะไรก็ตาม)
ในทุกสังคม
ย่อมมีชนชั้นนำที่ถือครองอำนาจมาอย่างยาวนาน
ในประเทศไทย
กลุ่มนี้ไม่ได้ดำรงอยู่เพียงในเชิงสัญลักษณ์
แต่ฝังรากลึกอยู่ใน
วัฒนธรรม
การศึกษา
ระบบราชการ
และความคิดเรื่อง “ความมั่นคง”
จุดแข็งของกลุ่มอำนาจเก่า
ไม่ใช่จำนวนคน
แต่คือ
ความชอบธรรมที่ถูกสร้างขึ้นผ่านประวัติศาสตร์แบบเลือกเล่า
และการผูก “ความมั่นคงของชาติ”
เข้ากับการคงอยู่ของตนเอง
เมื่อใดที่อำนาจของกลุ่มนี้ถูกท้าทาย
เมื่อนั้น
ประเทศจะถูกนิยามว่า “กำลังมีปัญหา”
▪️2. กลุ่มทุนที่เอื้อและมีผลประโยชน์ร่วมกัน
อำนาจไม่อาจอยู่ได้ด้วยอุดมการณ์เพียงอย่างเดียว
มันต้องมี “ทรัพยากร” คอยหล่อเลี้ยง
กลุ่มทุนขนาดใหญ่
ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
จำนวนหนึ่ง
เติบโตมาพร้อมกับโครงสร้างอำนาจเดิม
กติกาที่ไม่เป็นธรรม
การแข่งขันที่ไม่เสรี
สัมปทาน
นโยบาย
และข้อยกเว้นทางกฎหมาย
ทั้งหมดนี้
คือผลตอบแทนของความภักดี
ทุนไม่จำเป็นต้องปกครองประเทศ
เพียงแค่
มั่นใจว่าประเทศจะไม่เปลี่ยนในทางที่กระทบผลประโยชน์ของตน
▪️3. นักการเมือง
“ฉากหน้า” ที่รับแรงแทนทั้งระบบ
นักการเมืองในระบบนี้
เปรียบเสมือน
คนที่ประกาศว่าตนเป็น “คนดี”
แต่เลี้ยงนักเลงไว้ทำงานแทน
เมื่อมีเรื่องสกปรก
ก็บอกว่านักเลงทำเอง
ไม่ได้สั่ง
นักการเมืองจำนวนหนึ่ง
ไม่ได้มีอำนาจจริง
แต่มีหน้าที่
รับแรง
รับด่า
รับความเกลียดชังจากสังคม
และเมื่อสังคมโกรธ
ก็หันไปโทษ
“ประชาธิปไตยที่เลือกคนเลว”
นี่คือกลไกที่ชาญฉลาดมาก
เพราะมันทำให้
โครงสร้างอำนาจที่อยู่หลังฉาก
ไม่เคยถูกตั้งคำถาม
▪️4. ระบบราชการ
เครื่องมือถ่ายทอดอำนาจ
นักการเมืองใช้อำนาจผ่านระบบราชการ
ดังนั้น
ข้าราชการที่ต้องการเติบโต
ย่อมต้องเข้าใจว่า
อำนาจมาจากไหน
ไม่ใช่ทุกคนจะยอมจำนน
แต่ระบบถูกออกแบบให้
คนที่ “เชื่อฟัง”
ไปได้ไกลกว่าเสมอ
เมื่อความก้าวหน้า
ไม่ได้ขึ้นกับความสามารถ
แต่ขึ้นกับความสัมพันธ์ทางอำนาจ
ระบบราชการย่อมไม่อาจเป็นกลางได้จริง
▪️5. ทหาร
ปราการสุดท้ายของโครงสร้างอำนาจ
ทหารไม่ใช่ตัวร้ายโดยกำเนิด
และทหารจำนวนมากก็เข้าใจสิ่งนี้ดี
แต่ในเชิงโครงสร้าง
ทหารคือ “ด่านคุ้มกันอำนาจ”
ทุกครั้งที่เสียงประชาชนดังขึ้น
จนได้รัฐบาลจากความต้องการของคนส่วนใหญ่
หากรัฐบาลนั้น
กระทบโครงสร้างอำนาจเดิม
บทบาทของทหาร
จะถูกเรียกใช้งาน
ยึดอำนาจ
แล้วคืนอำนาจ
ให้กับนักการเมืองฝ่ายเดิม
ในรูปแบบใหม่
คำถามสำคัญคือ
ทหารที่จะ “เป็นใหญ่”
ต้องเติบโตมาจากใคร
และได้รับความไว้วางใจจากใคร
▪️6. รัฐธรรมนูญ 2560
การยึดอำนาจที่เปลี่ยนรูป
รัฐธรรมนูญฉบับนี้
ไม่ใช่แค่กฎหมายสูงสุด
แต่คือ
เครื่องมือยึดอำนาจที่แนบเนียนที่สุด
จากรถถัง
เปลี่ยนเป็นกติกา
อำนาจถูกยึด
ตั้งแต่ขั้นตอนการสรรหา
การตรวจสอบ
การถอดถอน
จนถึงการตัดสินชี้ขาด
เสียงประชาชน
สามารถถูกปล้นได้
โดยไม่ต้องฉีกกฎหมาย
รัฐธรรมนูญ 2560
จึงไม่ใช่แค่การ “ล็อคอำนาจ”
แต่มันคือ
การ “ล็อคประเทศ”
▪️บทสรุป
โครงสร้างที่ต้องเปลี่ยน เพื่อปลดล็อคอนาคต
ปัญหาของประเทศไทย
ไม่ใช่แค่นักการเมืองเลว
แต่คือ
โครงสร้างที่ทำให้ความเลว
ปลอดภัย
และยั่งยืน
ถ้าไม่เปลี่ยนโครงสร้างนี้
ไม่ว่าเลือกตั้งกี่ครั้ง
ผลลัพธ์ก็จะวนซ้ำอยู่ที่เดิม
นี่ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
แต่คือคำถามร่วมกันว่า
เราต้องการประเทศที่
ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจจริง
หรือแค่ผู้ถูกปกครองที่มีสิทธิ์เลือกฉากหน้า
และนี่คือโครงสร้าง
ที่ต้องถูกตั้งคำถาม
ถ้าเรายังอยากมีอนาคตร่วมกัน
ในชื่อว่า “ประเทศไทย”
✍️ สิ่งที่เขียนทั้งหมดนี้
ไม่ได้ต้องการคำตอบในทันที
และอาจไม่ต้องการคำตอบเดียวกัน
เพราะการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง
ไม่ได้เริ่มจากการเลือกฝ่าย
แต่มักเริ่มจากการ
“กล้าถามในสิ่งที่ไม่เคยถูกถาม”
ถ้าประเทศนี้จะมีอนาคต
มันคงไม่ใช่เพราะเราคิดเหมือนกันทั้งหมด
แต่เพราะเรากล้าคิดอย่างซื่อสัตย์
ต่อโครงสร้างที่กำหนดชีวิตเรา
ผมไม่ได้เขียนในฐานะผู้รู้
แต่ในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่ง
ที่ไม่อยากใช้ชีวิต
โดยไม่เข้าใจระบบที่ตัวเองอยู่ในนั้น
—
หมวดริน | คนธรรมดาที่ไม่ยอมอยู่ที่เดิม
#โครงสร้างอำนาจ
#การเมืองไทย
#ประชาชนกับอำนาจ
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย