เมื่อวาน เวลา 05:59 • การศึกษา
บ้านนึกอนงค์
มิติเชิงปรัชญาอาจตีความได้
สองทางที่ทั้งน่าเชื่อและอาจ
ไม่จริงเสมอไปดอก
ส่วนที่เห็นด้วยมองว่าอำนาจ
หรือพลังของคนเราในสังคม
ส่วนหนึ่งเกิดจากการรับรู้ของ
คนอื่นมากกว่าพลังจริง
หากผู้คนเชื่อว่าเรามีอิทธิพลมีความมั่นคงหรือมีความสามารถ พวกเขาจะระวังเคารพเกรงหรือ
ไม่กล้าท้าทายนี่คือพลังของภาพลักษณ์
คล้ายแนวคิดว่าความจริงทางสังคมถูกสร้างจากการรับรู้ร่วมกัน ดังนั้นการทำให้คนอื่นรู้สึกว่า
เราแข็งแกร่งจึงกลายเป็นเกราะป้องกันตัวอย่างหนึ่ง
บางครั้งแค่ความนิ่งความมั่นใจ หรือการไม่เปิดเผยจุดอ่อนก็จะทำให้พลังดูมากกว่าที่มีจริงและนั่นก็ส่งผลจริงในโลกของความ
สัมพันธ์
มีอำนาจจำนวนมากที่ผ่านมา
ในประวัติศาสตร์ก็ยืนอยู่บน
ความเชื่อนี้เมื่อคนเชื่ออำนาจ
ก็มีอยู่จริง
อีกด้านหนึ่งปะต้ามองนะว่า ปรัชญาที่ลึกกว่าการตั้งคำถาม
ว่าพลังที่ต้องพึ่งการรับรู้ของ
คนอื่นอาจไม่ใช่พลังที่แท้จริง
หากเราต้องคอยสร้างภาพ
ให้ดูดีดูเข้มแข็งแข็งแรงทั้งๆ
ที่ภายในกำลังหมดแรง
นั่นอาจเป็นเพียงมายาแห่ง
อำนาจที่เปราะบางเพราะเมื่อความจริงถูกเปิดเผยภาพนั้น
ก็พังทันทีฉนั้นแล้วพลังแท้จริง
อาจไม่ใช่การทำให้คนอื่นเชื่อ
ว่าเรายิ่งใหญ่ดอก
แต่คือความมั่นคงภายในที่
ไม่จำต้องพิสูจน์กับใครคน
ที่แข็งแรงจริงบางครั้งไม่จำ
เป็นต้องแสดงพลังเลย
เพราะการกระทำและความสม่ำเสมอของเขาจะบอกเอง
ในมุมหนึ่งการทำให้คนอื่นรู้สึก
ว่าเราทรงพลังอาจเป็นกลยุทธ์
ของโลกภายนอกแต่ในอีกมุม
การต้องพึ่งกลยุทธ์นั้นตลอดเวลา
อาจสะท้อนว่าเรายังไม่มั่นคง
พอในโลกภายในของตนนะนั่น
ปะต้าเพียงคิดนะว่าคำถามจึงไม่ใช่แค่ว่าควรทำให้ใครคนอื่นรู้สึกว่าเรามีพลังไหมแต่คือเราต้องการพลังที่เกิดจากสายตา
คนอื่นหรือพลังที่เกิดจากตัวเราเองอย่างแท้จริงกันแน่
ท้ายที่สุดสุดท้ายปะต้าเชื่อว่า
ชีวิตทุกคนงดงามทุกคน
โฆษณา