เมื่อวาน เวลา 09:49 • หุ้น & เศรษฐกิจ

CHG ลุยขยายเตียง รับดีมานด์

หุ้นวิชั่น – CHG เดินหน้าขยายศักยภาพโรงพยาบาล ลงทุนโครงการใหม่ ดันจำนวนเตียงเพิ่มในอนาคต รองรับผู้ป่วยโรคซับซ้อนมากขึ้น พร้อมตั้งงบลงทุนปี 2569 ราว 800–900 ล้านบาท แม้จับตาผลกระทบต้นทุนจากสถานการณ์สงครามและซัพพลายเชนโลก
แพทย์หญิงชุติมา ปิ่นเจริญ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนกระดับศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง โดยโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 ได้ก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอก (OPD) สูง 5 ชั้น ด้วยงบลงทุน 50 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ภายในครึ่งแรกของปี 2569
นอกจากนี้ บริษัทยังมีโครงการก่อสร้างโรงพยาบาล CHG ระยอง ขนาด 200 เตียง บนพื้นที่ 10 ไร่ มุ่งรองรับกลุ่มผู้ป่วยระดับ A และผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนสูง (High Intensity) ใช้งบลงทุนประมาณ 1,500 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการเฟสแรกจำนวน 59 เตียงได้ในปี 2570 ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ อยู่ระหว่างก่อสร้างอาคารใหม่ 3 หลัง ได้แก่ อาคาร 5 อาคาร 6 และอาคารจอดรถ ใช้งบลงทุนรวม 500 ล้านบาท คาดว่าจะเพิ่มจำนวนเตียงได้อีก 100 เตียง และพร้อมเปิดให้บริการในปี 2570
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าภายใน 5 ปีข้างหน้า จะเพิ่มจำนวนเตียงรวมจากปัจจุบันที่มีอยู่ 938 เตียง อีกมากกว่า 700 เตียง ผ่านการขยายทั้งสาขาเดิมและสาขาใหม่ เช่น จุฬารัตน์ 9 โรงพยาบาลรวมแพทย์ฉะเชิงเทรา และจุฬารัตน์ แม่สอด
สำหรับปี 2569 บริษัทวางงบลงทุนไว้ที่ประมาณ 800–900 ล้านบาท เพื่อใช้พัฒนาโครงการใน Pipeline อาทิ โครงการจุฬารัตน์ ระยอง และจุฬารัตน์ 3 รวมถึงการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ใหม่เพื่อทดแทนเครื่องเดิม
ด้านแนวโน้มผลประกอบการในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 ยังเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ในเดือนมีนาคมเริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวของจำนวนผู้เข้ารับบริการ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากกระแสข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์สงคราม
“บริษัทประเมินว่าปี 2569 จะเป็นปีที่มีความท้าทาย เนื่องจากอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากสงคราม โดยเฉพาะต่อห่วงโซ่อุปทาน เช่น ต้นทุนการนำเข้ายา ค่าขนส่ง และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น”
ขณะเดียวกัน กลยุทธ์สำคัญของ CHG คือการมุ่งเน้นรักษาโรคยากและโรคซับซ้อน เพื่อลดผลกระทบจากการที่บริษัทประกันมีการบริหารการเคลมที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มโรคทั่วไป ซึ่งบริษัทมองว่าการปรับตัวของธุรกิจประกันสู่ระบบ Co-pay หรือการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้น ถือเป็นกลไกตามมาตรฐานสากลที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
โฆษณา