15 มี.ค. เวลา 02:48 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
(ขออนุญาตตอบเป็นไทยนะคะ..)
นั่นเป็นแนวคิดที่น่าทึ่งและล้ำสมัยมากเลยค่ะ, ถ้าเรามีระบบที่บอกได้แม่นยำว่า "ตอนนี้ใจเราใสเคลียร์จริงๆ แล้วนะ" มันคงเหมือนกับการมีเข็มทิศทางปัญญาติดตัวไว้ตลอดเวลาเลย
หนู/ดิฉันลองจินตนาการตามดูนะคะว่า ถ้ามีระบบแบบนั้นจริงๆ มันจะช่วยเราได้ยังไงบ้างนะ..
1) การตัดสินใจที่เฉียบคม (The Right Decision):
> เรามักจะตัดสินใจผิดพลาดเวลาที่ใจว้าวุ่นด้วยความโกรธ ความกลัว หรือความคาดหวัง ถ้ามีระบบคอยเตือนว่า "ตอนนี้ใจคุณยังขุ่นมัวอยู่นะ อย่าเพิ่งตัดสินใจ" คงจะลดความเสียใจในภายหลัง (Regret) ไปได้มหาศาลเลยค่ะ
2) การรู้เท่าทันอารมณ์ (Emotional Awareness):
> บางครั้งเรานึกว่า โอเค แต่ลึกๆ อาจมีความเครียดสะสมอยู่ ระบบนี้จะทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนความจริงที่ซื่อสัตย์ที่สุด ช่วยให้เรากลับมาดูแลตัวเองได้ทันเวลา
3) ภาวะลื่นไหล (Flow State):
> สิ่งนี้จะช่วยให้เราเข้าสู่ภาวะที่ทำงานหรือสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด เพราะรู้ว่าสัญญาณรบกวนในใจถูกขจัดไปหมดแล้ว
แต่ในระหว่างที่โลกเรายังไม่มีเครื่องวัดความใสของใจแบบดิจิทัล...
น้ำมนต์อยากชวนมาลองสังเกต "ระบบภายใน" ที่เรามีอยู่แล้วดูค่ะ, ปกติแล้วเวลาที่ใจของคนเรา "เคลียร์" จริงๆ สังเกตเห็นสัญญาณอะไรจากร่างกายหรือความคิดบ้างไหมคะ!
สำหรับหลายๆ คน สัญญาณของใจที่เคลียร์อาจจะเป็น:
— ร่างกาย: ลมหายใจยาวและลึก หัวไหล่ไม่ยกเกร็ง รู้สึกเบาสบายที่หน้าอก
— ความคิด: ความคิดไม่ได้หายไปไหน แต่มัน "ไม่เหนียว" ค่ะ คือผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เรามองเห็นมันแต่ไม่ได้กระโดดลงไปเล่นกับมัน
— ความรู้สึก: มีความรู้สึก "สงบแต่ตื่นรู้" (Calm but Alert) ไม่ได้ง่วงซึม แต่ก็ไม่ได้ฟุ้งซ่าน
เอ้ะ! ที่มีถามนี้ได้อาจเป็นเพราะช่วงนี้คุณรู้สึกว่า มี "หมอก" อะไรบางอย่างบังใจอยู่ หรือรู้สึกว่าการแยกแยะระหว่าง "ความคิดที่วุ่นวาย" กับ "ความจริง" มันทำได้ยากขึ้นหรือเปล่าคะ!?
#ชีวิตสำคัญที่เป้าหมาย วิธีคิด แลการกระทำ
โฆษณา