25 มี.ค. เวลา 06:00 • ข่าว

📂 คืนดักฆาต: พยานที่ไม่รู้ตัว (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8208/2568)

🎬 ตอนที่ 4 : วิ่ง
👥 ทำความรู้จักตัวละคร (นามสมมติ)
(เพื่อความเข้าใจในการอ่านตลอดซีรีส์ โปรดทำความรู้จักตัวละครทั้งหมดก่อนเริ่มเรื่อง)
🧑‍⚖️ บุญมา เรืองศรี - จำเลยในคดี ชายหนุ่มอาชีพชาวประมง อาศัยอยู่ที่อำเภอปากพนัง เขาคือหัวใจของเรื่องทั้งหมด คืนหนึ่งเขาตกลงนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์โดยไม่รู้ว่าปลายทางจะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล
🔫 อาทิตย์ วงศ์สุเทพ - มือปืนและผู้ก่อเหตุ บุตรชายของ "นายสุเทพ" กับ "นางลัดดา" เขาและ "บุญมา" เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน เพราะแม่ของ "บุญมา" (นางประคอง) เป็นพี่สาวของ "นายสุเทพ" พ่อของอาทิตย์ "อาทิตย์" ถูกศาลฎีกาพิพากษาในคดีแยกต่างหากว่ามีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
💀 จักร์ฤทธิ์ อารีสกุล - ผู้เสียชีวิต บุตรชายของ "นายสมจิต" กับนาง "อารีย์" ทำงานรับจ้างกรีดยางพาราในสวนของ "นางระเบียบ" เขาเป็นคู่อริกับ "อาทิตย์" จากเหตุทะเลาะวิวาทครั้งใหญ่ก่อนเกิดเหตุ
👩 อารีย์ อารีสกุล - มารดาของจักร์ฤทธิ์ เธอและ "นางลัดดา" เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน อาศัยอยู่ที่อำเภอท่าศาลา
👩 ลัดดา วงศ์สุเทพ - มารดาของอาทิตย์ น้องสาวของ "นางอารีย์" อาศัยอยู่ที่อำเภอท่าศาลาเช่นกัน บ้านและสวนยางของทั้ง 2 ครอบครัวอยู่ใกล้กัน
👩‍🦳 ประคอง เรืองศรี - มารดาของบุญมา เธอเป็นพี่สาวของ "นายสุเทพ" บิดาของอาทิตย์ ทำให้ "บุญมา" กับ "อาทิตย์" เป็นลูกพี่ลูกน้องกันและไว้วางใจกันมาตั้งแต่เด็ก
👩‍🌾 ระเบียบ แสงทอง - ป้าร่วมของทั้ง "อาทิตย์" และ "บุญมา" เจ้าของสวนยางพาราที่เป็นสถานที่เกิดเหตุ เธอเป็นผู้ว่าจ้าง "จักร์ฤทธิ์" ให้มากรีดยางในคืนนั้น
👧 วรรณา เรืองศรี - น้องสาวของบุญมา อาศัยอยู่ที่อำเภอสิชล บ้านของเธอคือจุดหมายที่ "อาทิตย์" บอกว่าจะพา "บุญมา" ไปในคืนนั้น และเป็นสถานที่แรกที่ "บุญมา" รู้ความจริงว่า "อาทิตย์" ถูกจับ
💨 เงาที่วิ่งออกมาจากความมืด
เสียงปืนยังก้องอยู่ในหูของ "บุญมา เรืองศรี" เมื่อเสียงเท้าวิ่งดังขึ้นจากปากทางสวนยาง เสียงกิ่งไม้ถูกเหยียบ เสียงใบไม้กระทบ และแล้วเงาดำก็โผล่ออกมาจากความมืด
มันคือ "อาทิตย์ วงศ์สุเทพ" ลูกพี่ลูกน้องของเขา มือข้างหนึ่งยังถืออาวุธปืนพกลูกซองสั้น ใบหน้าตื่นเต้น เร่งรีบ "อาทิตย์" วิ่งตรงเข้ามาหารถมอเตอร์ไซค์แล้วตะโกนสั้นๆ เพียง 2 คำว่า "ไป ไป!"
เสียงนั้นไม่ใช่คำร้องขอ มันเป็นคำสั่ง น้ำเสียงเร่งรีบและตึงเครียด ในเสี้ยววินาทีที่ร่างของ "อาทิตย์" เผยออกมาพร้อมปืนในมือ สมองของ "บุญมา" ไม่ทันประมวลผลว่าเกิดอะไรขึ้นในสวนยางนั้น มีเพียงสัญชาตญาณดิบที่บอกให้ร่างกายเคลื่อนไหว
🏍️ สตาร์ทรถโดยสัญชาตญาณ - ไม่ใช่การตัดสินใจ
"บุญมา" สตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์และขับออกไปก่อนที่ความคิดจะทันตามร่างกาย นี่คือสิ่งที่สำคัญมากในทางกฎหมายและในแง่ของความเป็นมนุษย์ทั่วไป เพราะมนุษย์ทุกคนเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียดกะทันหัน ร่างกายจะตอบสนองก่อนที่ความคิดจะเข้ามาควบคุม
นักจิตวิทยาเรียกภาวะนี้ว่า "Fight or Flight" หรือสัญชาตญาณสู้หรือหนี
"บุญมา" เลือก "หนี" ไม่ใช่เพราะเขารู้ว่ามีคนตายในสวน ไม่ใช่เพราะเขาร่วมวางแผนอะไรไว้กับ "อาทิตย์" แต่เพราะมีชายที่เขารู้จักวิ่งออกมาตะโกนให้ไปพร้อมถืออาวุธ
ใครก็ตามที่อยู่ในสถานการณ์นั้นในเวลากลางคืน ท่ามกลางความมืดและเสียงปืนที่เพิ่งดัง ล้วนมีแนวโน้มที่จะขยับออกไปก่อนคิด
รถมอเตอร์ไซค์พุ่งออกไปในความมืด "อาทิตย์" นั่งซ้อนท้าย และ "บุญมา" ขับโดยที่ยังไม่รู้ว่าข้างหลังในสวนยางลึกเข้าไป "จักร์ฤทธิ์ อารีสกุล" กำลังนอนจมกองเลือดอยู่คนเดียว
🔫 จอดรถระหว่างทาง - ความลับอีกชั้นที่ "บุญมา" ไม่รู้
รถแล่นออกจากท่าศาลามุ่งหน้าสู่สิชล ไม่นานนัก "อาทิตย์" สั่งให้ "บุญมา" จอดรถบนถนนก่อนถึงถนนสายท่าศาลา-สิชล
"บุญมา" ทำตามโดยไม่ถาม "อาทิตย์" ลงจากรถและเดินออกไปทางข้างถนนสักครู่หนึ่งก่อนกลับมา สิ่งที่ "อาทิตย์" ทำในช่วงเวลาสั้นๆ นั้นคือการ แอบนำอาวุธปืนพกลูกซองสั้นไปซุกซ่อนไว้ริมทาง โดยที่ "บุญมา" ไม่ได้เห็นและไม่ได้รู้เรื่อง
เขาไม่เห็นว่า "อาทิตย์" ทำอะไร เพราะความมืดและระยะทางระหว่างเขากับ "อาทิตย์" ในช่วงนั้นทำให้มองไม่เห็น อาวุธชิ้นสำคัญที่เป็นหลักฐานในคดีจึงถูกซ่อนไว้อย่างเงียบงันระหว่างทาง
และ "บุญมา" ก็ขับรถพา "อาทิตย์" ต่อไปอย่างไม่รู้ว่าลูกพี่ลูกน้องกำลังปิดร่องรอยอยู่นั่นเอง การกระทำนี้ยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า "อาทิตย์" วางแผนและควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในคืนนั้นด้วยตัวเองตลอด "บุญมา" เป็นเพียงคนขับที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่
🏠 บ้านวรรณา - ปลายทางที่ไม่ได้เตรียมใจ
รถมอเตอร์ไซค์มาถึงอำเภอสิชลในช่วงดึก "อาทิตย์" พา "บุญมา" แวะเข้าพักที่บ้านของ "วรรณา เรืองศรี" น้องสาวของ "บุญมา" นั่นเอง ซึ่งอาศัยอยู่ที่สิชล
นั่นหมายความว่าตั้งแต่ต้น ปลายทางที่ "อาทิตย์" บอกว่าจะไปสิชลนั้นคือบ้านของน้องสาว "บุญมา" ไม่ใช่สถานที่แปลกหน้าใดๆ ซึ่งยิ่งทำให้ "บุญมา" ไม่มีเหตุผลที่จะสงสัยตั้งแต่ต้นว่าการเดินทางครั้งนี้มีวาระซ่อนเร้น
"อาทิตย์" เข้าไปพักในบ้านของ "วรรณา" เพื่อนอนหลับหลังคืนที่ตึงเครียด ส่วน "บุญมา" ตัดสินใจออกเรือทะเลตามวิถีชีวิตปกติของเขาในฐานะชาวประมง
คืนนั้นสำหรับ "บุญมา" จบลงด้วยการออกไปทำงาน เขาไม่ได้ถาม "อาทิตย์" ว่าเกิดอะไรขึ้นในสวนยาง ไม่ได้พูดถึงเสียงปืน และ "อาทิตย์" ก็ไม่ได้อธิบายอะไร ทั้งคู่แยกย้ายกันไปราวกับว่าคืนนั้นเป็นคืนธรรมดา
🌅 รุ่งเช้าที่โลกพังทลาย
เมื่อ "บุญมา" กลับเข้าฝั่งจากทะเลและกลับมาที่บ้านของ "วรรณา" น้องสาว สิ่งแรกที่เขาได้รับรู้คือข่าวที่เขาไม่ได้เตรียมใจไว้ "อาทิตย์" ถูกตำรวจจับกุมในข้อหาฆ่าคน ความจริงที่ถาโถมเข้ามาในทีเดียวทำให้ "บุญมา" ใจหาย
ทุกภาพในคืนที่ผ่านมาฉายซ้ำในหัว ปากทางสวนยาง เสียงปืน คำสั่ง "ไป ไป!" การจอดรถระหว่างทาง และปลายทางที่บ้านน้องสาว ทุกอย่างที่เคยดูเหมือนเรื่องธรรมดาตอนนี้กลับมีความหมายที่หนักอึ้ง
"บุญมา" ตระหนักว่าเขาอยู่ในที่เกิดเหตุ เขาขับรถพา "อาทิตย์" หนี และเขาอาจกลายเป็นพยานหรือแม้แต่ผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ได้ทุกเมื่อ สิ่งที่เขาทำในลำดับต่อมาจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของคดีที่ยืดเยื้อไปอีกกว่า 12 ปี
🌊 ตัดสินใจหายตัว - ทะเลคือที่หลบซ่อน
แทนที่จะเดินเข้าไปพบตำรวจหรืออธิบายสิ่งที่เขารู้ "บุญมา" เลือกที่จะ ออกเรือลงทะเลอีกครั้ง และหายตัวไปจากพื้นที่ เขาล่องเรือออกไป รับจ้างก่อสร้างที่จังหวัดสงขลา จากนั้นย้ายไปสตูล ใช้ชีวิตเงียบๆ ห่างจากบ้านเกิด ห่างจากคนรู้จัก และห่างจากข่าวคดีของ "อาทิตย์"
การตัดสินใจหายตัวไปครั้งนี้ไม่ได้ทำให้เขาพ้นผิดในสายตาของกระบวนการยุติธรรม แต่กลับยิ่งทำให้เขาดูน่าสงสัยมากขึ้นในภายหลัง เพราะคนที่ไม่ได้ทำอะไรผิดนั้นมักจะไม่หนี
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของ "บุญมา" ซึ่งเป็นชายหนุ่มชาวประมงที่ไม่มีความรู้ทางกฎหมาย การหนีออกไปเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลที่สุดที่เขาคิดออกในตอนนั้น เขากลัว สับสน และไม่รู้ว่าความจริงจะปกป้องเขาได้หรือไม่...
โฆษณา