27 มี.ค. เวลา 01:00 • ไลฟ์สไตล์

ฮั่นเหวินตี้: จักรพรรดิผู้ “แกล้งโง่” จนได้ครองบัลลังก์

กลยุทธ์แห่งความอดทน การเมืองราชสำนัก และยุคทองแห่งราชวงศ์ฮั่น
ในประวัติศาสตร์จีน มีจักรพรรดิหลายพระองค์ที่ขึ้นสู่อำนาจด้วยสงคราม การปฏิวัติ หรือการแย่งชิงอำนาจอย่างรุนแรง แต่มีจักรพรรดิองค์หนึ่งที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง พระองค์ไม่ได้เป็นนักรบผู้เกรียงไกร หรือผู้ชนะในสนามรบ หากแต่เป็นชายผู้ใช้ “ความเงียบ” “ความถ่อมตน” และ “การแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น” เป็นอาวุธทางการเมือง
จักรพรรดิองค์นั้นคือ ฮั่นเหวินตี้ (漢文帝 / Emperor Wen of Han)
พระองค์ขึ้นครองราชย์ในปี 180 ก่อนคริสต์ศักราช และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในจักรพรรดิที่ดีที่สุดของจีนยุคโบราณ เพราะพระองค์นำพาจีนเข้าสู่ยุคสันติภาพและความรุ่งเรืองที่เรียกว่า
“ยุคเหวินจิ่งจื้อจื้อ” (文景之治)
หรือ ยุคทองของการปกครองโดยความประหยัดและสันติ
แต่กว่าจะถึงจุดนั้น ชีวิตของฮั่นเหวินตี้ต้องผ่านความเสี่ยงทางการเมืองอย่างรุนแรง และหนึ่งในกลยุทธ์ที่ทำให้พระองค์รอดพ้นจากการถูกกำจัดก็คือ
การทำตัวเหมือนคนที่ไม่มีพิษภัย
หรือที่นักประวัติศาสตร์บางคนเรียกว่า
“จักรพรรดิผู้แกล้งโง่”
กำเนิดของเจ้าชายผู้ไม่โดดเด่น
ฮั่นเหวินตี้มีพระนามเดิมว่า
หลิวเหิง (劉恆 / Liu Heng)
พระองค์เป็นโอรสของ หลิวปัง (劉邦) ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ฮั่น ซึ่งภายหลังได้รับพระนามว่า จักรพรรดิฮั่นเกาจู่ (Emperor Gaozu)
หลิวปังเป็นชายที่เริ่มต้นจากชนชั้นสามัญ ก่อนจะลุกขึ้นสู้และโค่นล้มราชวงศ์ฉิน แล้วสถาปนาราชวงศ์ฮั่นขึ้นในปี 202 ก่อนคริสต์ศักราช
แต่หลิวเหิงไม่ได้เกิดจากพระมเหสีหลัก
มารดาของพระองค์คือ
นางปั๋วจี (薄姬 / Consort Bo)
ซึ่งเป็นสนมระดับล่างในราชสำนัก
สถานะนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะในราชสำนักจีน ลำดับชั้นของมารดามีผลโดยตรงต่อโอกาสในการขึ้นครองราชย์ของบุตร
ดังนั้นตั้งแต่ต้น หลิวเหิงจึง ไม่ใช่ตัวเต็งสำหรับบัลลังก์
ราชสำนักที่เต็มไปด้วยอันตราย
หลังจากจักรพรรดิฮั่นเกาจู่สิ้นพระชนม์ในปี 195 ก่อนคริสต์ศักราช
อำนาจในราชสำนักกลับไม่ได้อยู่ในมือของจักรพรรดิพระองค์ใหม่เพียงอย่างเดียว
แต่ตกอยู่ในมือของหญิงผู้ทรงอำนาจที่สุดในราชวงศ์ฮั่น
นั่นคือ
จักรพรรดินีลวี่ (呂后 / Empress Lü)
พระนางเป็นมเหสีของหลิวปัง และเป็นหนึ่งในสตรีที่ทรงอำนาจที่สุดในประวัติศาสตร์จีน
จักรพรรดินีลวี่มีชื่อเสียงเรื่อง
ความโหดเหี้ยม
การกำจัดศัตรู
การรวบอำนาจไว้กับตระกูลลวี่
ผู้ที่ถูกมองว่าเป็นภัยต่ออำนาจของพระนางมักจะถูกกำจัดอย่างไร้ความปรานี
แม้แต่เจ้าชายหลายพระองค์ก็ไม่รอดพ้น
เหตุผลที่หลิวเหิงรอดชีวิต
ในช่วงที่จักรพรรดินีลวี่มีอำนาจ
เจ้าชายหลายคนถูกกำจัด เพราะถูกมองว่าเป็นภัยทางการเมือง
แต่หลิวเหิงกลับรอดมาได้
เหตุผลสำคัญคือ
พระองค์ไม่โดดเด่น
หลิวเหิงถูกส่งไปเป็น
เจ้าผู้ครองแคว้นไต้ (代王 / Prince of Dai)
ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของจักรวรรดิ ใกล้พรมแดนชนเผ่าเร่ร่อน
พื้นที่นี้ถือว่า
ห่างไกล
ไม่สำคัญ
เต็มไปด้วยอันตรายจากชนเผ่าซงหนู
เจ้าชายที่ถูกส่งไปที่นี่มักจะถูกมองว่า ไม่มีอนาคตทางการเมือง
หลิวเหิงจึงใช้ชีวิตอย่างเงียบ ๆ
ไม่สร้างอำนาจ
ไม่สร้างกองกำลัง
ไม่แสดงความทะเยอทะยาน
นักประวัติศาสตร์จีนหลายคนเชื่อว่า
พระองค์ จงใจทำตัวไม่โดดเด่น
เพื่อให้รอดพ้นจากการเมืองอันโหดร้ายของราชสำนัก
กลยุทธ์ “แกล้งโง่”
ในวัฒนธรรมการเมืองจีน มีแนวคิดหนึ่งที่ปรากฏบ่อยในประวัติศาสตร์
เรียกว่า
“ซ่อนความสามารถไว้หลังความโง่”
ตัวอย่างเช่น
ซุนปิน
จูเก๋อเลี่ยง
และผู้นำหลายคนในยุคโบราณ
หลิวเหิงก็ใช้กลยุทธ์คล้ายกัน
พระองค์มักแสดงตัวว่า
ไม่สนใจการเมือง
ไม่ทะเยอทะยาน
ไม่ฉลาดเกินไป
สิ่งนี้ทำให้ฝ่ายจักรพรรดินีลวี่
ไม่มองพระองค์เป็นภัย
และนั่นคือเหตุผลสำคัญที่พระองค์ รอดชีวิต
การล่มสลายของตระกูลลวี่
ปี 180 ก่อนคริสต์ศักราช
จักรพรรดินีลวี่สิ้นพระชนม์
ทันทีที่พระนางจากไป ขุนนางระดับสูงหลายคนเริ่มวางแผน
เพราะพวกเขากังวลว่า
ตระกูลลวี่จะยึดบัลลังก์ถาวร
ขุนนางสำคัญ เช่น
โจวป๋อ (周勃)
เฉินผิง (陳平)
จึงร่วมมือกันทำรัฐประหาร
เหตุการณ์นี้เรียกว่า
“การกำจัดตระกูลลวี่”
กองกำลังของราชสำนักจับกุมและประหารสมาชิกตระกูลลวี่จำนวนมาก
เมื่ออำนาจของตระกูลลวี่พังทลาย
คำถามสำคัญก็เกิดขึ้น
ใครจะเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่?
ทำไมหลิวเหิงจึงถูกเลือก
เจ้าชายในราชวงศ์ฮั่นยังมีอยู่หลายคน
แต่ขุนนางเลือกหลิวเหิง
เหตุผลมีหลายข้อ
พระองค์เป็นโอรสของจักรพรรดิผู้ก่อตั้ง
พระองค์ไม่มีฐานอำนาจใหญ่
พระองค์ดูเป็นคนถ่อมตัว
พระองค์ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองราชสำนัก
กล่าวง่าย ๆ คือ
พระองค์ดูควบคุมง่าย
ขุนนางจึงเชิญหลิวเหิงจากแคว้นไต้ให้ขึ้นครองบัลลังก์
เจ้าชายที่ไม่แน่ใจในโชคชะตา
เมื่อได้รับคำเชิญ
หลิวเหิงไม่ได้รีบตอบรับทันที
พระองค์สงสัยว่า
นี่อาจเป็น
กับดักทางการเมือง
เพราะในอดีตมีหลายกรณีที่เจ้าชายถูกเรียกเข้าวังแล้วถูกกำจัด
หลิวเหิงจึง
ปรึกษาขุนนางใกล้ชิด
ตรวจสอบสถานการณ์อย่างระมัดระวัง
หลังจากมั่นใจว่าเหตุการณ์เป็นจริง
พระองค์จึงเดินทางเข้าสู่เมืองหลวง ฉางอัน
และขึ้นครองราชย์เป็น
จักรพรรดิฮั่นเหวินตี้
จักรพรรดิผู้ไม่เหมือนจักรพรรดิ
เมื่อขึ้นครองราชย์
หลายคนคาดว่า
หลิวเหิงจะเป็นจักรพรรดิที่อ่อนแอ
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม
พระองค์พิสูจน์ว่า
ภายใต้ภาพลักษณ์เรียบง่ายนั้น
มีสติปัญญาและวิสัยทัศน์ที่ลึกซึ้ง
การปกครองแบบประหยัด
ฮั่นเหวินตี้มีชื่อเสียงเรื่อง
ความประหยัดอย่างยิ่ง
ตัวอย่างเช่น
พระราชวังไม่ได้ถูกขยาย
งานก่อสร้างหรูหราถูกยกเลิก
ภาษีประชาชนถูกลดลง
พระองค์เชื่อว่า
ความมั่งคั่งของจักรวรรดิ
ต้องมาจาก
ประชาชนที่มีชีวิตดี
ไม่ใช่จากการเก็บภาษีหนัก
การลดโทษทางกฎหมาย
ในยุคราชวงศ์ฉิน กฎหมายมีความโหดร้ายมาก
ฮั่นเหวินตี้จึงปฏิรูปกฎหมาย เช่น
ลดโทษประหาร
ยกเลิกการลงโทษบางรูปแบบ
ปรับปรุงระบบยุติธรรม
สิ่งนี้ทำให้ประชาชน
มีความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล
ความสัมพันธ์กับชนเผ่าซงหนู
ทางตอนเหนือของจีน มีชนเผ่าเร่ร่อนที่ทรงพลัง
เรียกว่า
ซงหนู (匈奴 / Xiongnu)
แทนที่จะทำสงครามอย่างต่อเนื่อง
ฮั่นเหวินตี้เลือกใช้
นโยบายสันติภาพ
เช่น
การแต่งงานทางการเมือง
การแลกเปลี่ยนการค้า
นโยบายนี้ช่วยให้ชายแดนสงบ
และทำให้จีนมีเวลาฟื้นฟูเศรษฐกิจ
ยุคทองแห่งความสงบ
การปกครองของฮั่นเหวินตี้และพระโอรส
ฮั่นจิ่งตี้
สร้างยุคสมัยที่เรียกว่า
“เหวินจิ่งจื้อจื้อ”
ลักษณะสำคัญของยุคนี้คือ
ภาษีต่ำ
ประชาชนมีอาหารเพียงพอ
เศรษฐกิจฟื้นตัว
กองทัพแข็งแกร่งขึ้น
นักประวัติศาสตร์จีนมักมองว่า
ยุคนี้เป็น
รากฐานของความรุ่งเรืองในสมัยฮั่นอู่ตี้
เรื่องเล่าความกตัญญู
ฮั่นเหวินตี้ยังมีชื่อเสียงเรื่อง
ความกตัญญูต่อมารดา
มีบันทึกว่า
เมื่อมารดาของพระองค์ป่วย
พระองค์ดูแลด้วยตนเอง
แม้แต่การชิมยา
เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เป็นอันตราย
เรื่องนี้ทำให้พระองค์ถูกยกย่องในวัฒนธรรมจีนว่าเป็น
แบบอย่างของ “ความกตัญญู”
การจากไปของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
ฮั่นเหวินตี้ครองราชย์ประมาณ
23 ปี
เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ในปี
157 ก่อนคริสต์ศักราช
พระองค์ได้สั่งว่า
งานศพต้องเรียบง่าย
ไม่ต้องสร้างสุสานใหญ่โต
นี่สะท้อนบุคลิกของพระองค์ตลอดชีวิต
ความเรียบง่ายและความประหยัด
บทเรียนจากจักรพรรดิผู้แกล้งโง่
เรื่องราวของฮั่นเหวินตี้ให้บทเรียนหลายอย่าง
บางครั้งความเงียบคือพลัง
การไม่แสดงตัวอาจเป็นกลยุทธ์
อำนาจที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องมาพร้อมความโอ้อวด
ชายผู้เคยถูกมองว่า
ไม่มีความทะเยอทะยาน
กลับกลายเป็นหนึ่งในจักรพรรดิที่ดีที่สุดของจีน
สรุป
ฮั่นเหวินตี้เป็นตัวอย่างของผู้นำที่ใช้
สติปัญญา ความอดทน และความถ่อมตน
เป็นเครื่องมือในการเอาชีวิตรอดจากการเมืองที่อันตราย
พระองค์อาจดูเหมือนคนธรรมดา
แต่ภายใต้ภาพลักษณ์นั้นคือ
นักการเมืองที่เข้าใจอำนาจอย่างลึกซึ้ง
และด้วยเหตุนี้
ชายผู้เคย “แกล้งโง่”
จึงกลายเป็น
จักรพรรดิผู้สร้างหนึ่งในยุคทองของจีน
โฆษณา