16 มี.ค. เวลา 09:00 • นิยาย เรื่องสั้น

เรื่อง - คลองผีดุ

จัดทำโดย - ชายขี้เล่า Story
สมัยก่อนผู้คนมักใช้เรือในการเดินทางเป็นหลัก คลองหลายสายถูกขุดให้เชื่อมต่อกัน ชาวบ้านใช้เรือเดินทางไปค้าขายรวมถึงติดต่องานราชการอยู่เป็นประจำ ในช่วงเวลานั้นรถยนต์ยังคงเป็นสิ่งแปลกใหม่ มีเพียงลูกหลานคนรวยเท่านั้นที่จะได้ครอบครอง ทั้งการบำรุงรักษา การใช้น้ำมัน ทุกอย่างล้วนแต่มีค่าใช้จ่ายที่ราคาแพง ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงเลือกใช้เรือพายกันมากกว่า
ช่วงเย็นวันหนึ่ง ลุงยอดกำลังขนของลงเรือ แกมีอาชีพรับจ้างขนของไปส่งตามท่าน้ำ ที่จริงแล้วลุงยอดมีความผิดติดตัว เนื่องจากอยู่ระหว่างหลบหนีหมายเรียกเป็นทหารที่พระนคร นี่ก็ผ่านมาเกือบสิบปีนับตั้งแต่วันที่ได้รับหมายเรียก เวลาไปไหนจึงต้องใช้ผ้าโพกหัวคอยปิดบังเอาไว้ ครั้งนี้แกได้การว่าจ้างให้ไปส่งของที่ท่าน้ำให้กับพ่อค้าชาวจีน
หลังจากเตรียมตัวเสร็จแล้ว ลุงยอดจึงพายเรือออกเดินทาง แต่ช่วงนั้นมีเหตุการณ์ที่ชาวจีนหลายคน รวมตัวเป็นกลุ่มอั่งยี่สร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชนริมน้ำมากมาย ทางการจึงส่งตำรวจออกกวาดล้างกลุ่มคนพวกนี้อย่างจริงจัง ลุงยอดที่มีคดีหนีทหารจึงเลี่ยงไม่ใช้คลองสายหลักในการเดินทาง แกกลัวว่าตัวเองจะถูกตำรวจจับเอา
เส้นทางที่ลุงยอดพายเรือไปเป็นคลองเก่า ไม่ค่อยมีผู้คนใช้มากนัก ตามผิวน้ำเต็มไปด้วยผักตบชวาที่ขึ้นอย่างหนาแน่น น้ำในคลองดูขุ่นและมีกลิ่นคาว นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยงูพิษอีกหลายชนิด อีกทั้งยังมีข่าวลือเรื่องการพบเจอจระเข้อยู่แถวนี้ ถึงแม้จะเสี่ยงอันตราย แต่ลุงยอดกลับมองว่าเส้นทางนี้ปลอดภัยจากพวกตำรวจมากที่สุด
ท้องฟ้ามืดลง ลุงยอดยังคงพายเรือไปได้ไม่ไกล แกต้องคอยใช้ไม้พายเขี่ยพืชน้ำพวกนั้นให้พ้นทาง ซึ่งมันทำให้เสียเวลาไปมาก พายเรือผ่านไปได้สักพัก ลุงยอดคิดว่าอีกนานกว่าจะถึงท่าน้ำ แกจึงหยิบเหล้าหมักออกมาดื่มกิน เหล้าแบบนี้คือเหล้าเถื่อนที่ชาวบ้านแอบต้มขายกันเอง แค่ดื่มไปครั้งเดียวก็ทำให้รู้สึกร้อนมาจากภายใน
ข้อเสียของลุงยอดคือแกเป็นคนที่ติดเหล้ามาก ยิ่งดื่มยิ่งติดลม หลายครั้งที่ดื่มจนเมาและทำให้ไปส่งของไม่ทันตามนัด แต่แกไม่ได้สนใจมากนัก ขอแค่ทำงานให้พอได้เงินมาซื้อเหล้ากินก็สุขใจมากพอแล้ว ลุงยอดดื่มเหล้าอยู่นานจนเริ่มเมา พอเมาก็เริ่มร้องเพลงส่งเสียงโวยวายไม่อายฟ้าดิน
ปากตะโกนร้อง สองมือตบเรือราวกับกลองชุด แกคงลืมไปแล้วว่าตัวเองมีคดีและต้องคอยหลบซ่อน ฤทธิ์เหล้าทำให้ลุงยอดลืมตัว ปลดปล่อยอารมณ์สุดเหวี่ยงไปกับการร้องเพลง แกมองว่าคลองเส้นนี้คงไม่มีใครผ่านมาบ่อยนัก ดังนั้นจึงไม่มีสิ่งใดต้องกังวล แกดื่มเหล้าจนหมดไห จากนั้นก็โยนไหเหล้าทิ้งลงคลองไปด้วยความคึกคะนอง
เมื่อไม่มีเหล้าดื่มก็ไม่มีสิ่งใดให้ทำ ลุงยอดที่เมาหนักเอนตัวลงนอนบนเรือ แกคิดว่าเอาไว้ตื่นเมื่อไหร่ค่อยพายเรือไปส่งต่อ ช้าไปบ้างพวกพ่อค้าคงไม่ว่าอะไร แต่ขณะที่กำลังเคลิ้มจะหลับ ลุงยอดได้ยินเสียงบางอย่างดังอยู่ไม่ไกลมากนัก เสียงเหมือนปลากระโดดอยู่บนผิวน้ำ แกไม่ได้สนใจ คิดว่าคงเป็นตัวนากที่กำลังออกหากิน
เสียงกระทบผิวน้ำดังขึ้นอีกหลายครั้ง ลุงยอดรู้สึกรำคาญจนต้องลุกขึ้นมาดู แกจุดตะเกียงส่องดูว่าเสียงมาจากทางไหน เพราะอีกใจก็เริ่มกลัวว่าอาจเป็นจระเข้ตามข่าวลือที่เคยได้ยิน น่าแปลกที่เสียงกลับเงียบลง แสงไฟที่ส่องไปไม่พบสิ่งผิดปกติ หรือว่าบางทีแกอาจหูฝาดไปเอง พอเห็นว่าไม่มีอะไรจึงล้มตัวนอนต่อ
ท่ามกลางความเงียบ มีบางอย่างจับที่ข้างลำเรือจนเกิดเสียงดัง คราวนี้ไม่ใช่แค่เสียง แต่เรือถูกโยกไปมาอย่างแรง ลุงยอดกลัวว่าเรือจะพลิกคว่ำ แกลุกขึ้นดูอีกครั้งว่าเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่ามีใครบางคนเกาะอยู่ข้างเรือ ดูคล้ายผู้หญิงผมยาว ผิวกายดำคล้ำ รูปร่างผอมแห้ง ลำตัวช่วงบนไม่ใส่เสื้อผ้า ส่วนช่วงล่างจมลงไปใต้น้ำ
ผู้หญิงคนนั้นเงยหน้ามองดูลุงยอด แกรีบยกตะเกียงขึ้นส่องดู แสงไฟทำให้มองเห็นร่างนั้นได้อย่างชัดเจน ใบหน้าที่เหมือนผู้หญิง มีดวงตาโตเหมือนไข่ไก่ จมูกแบน ปากกว้างจนเกือบถึงใบหู มันไม่ใช่คนแน่ ลุงยอดตกใจจนหายเมา แกหยิบมีดขึ้นมาเพื่อใช้ป้องกันตัว
“อย่าเข้ามานะเว้ย ไม่งั้นกูแทงไส้ปริ้นแน่” ลุงยอดข่มขู่
เจ้าสิ่งนั้นดูไม่ได้เกรงกลัวคำพูดพวกนั้น มันทำท่าทางเหมือนจะปีนขึ้นเรือ ลุงยอดยกมีดขึ้นฟันทันที ปลายมีดเฉือนเข้าที่ข้อมือเจ้าตัวนั้น มันหยุดและยอมถอยออกมา เจ้าตัวนั้นจ้องมองมาที่ลุงยอด มันส่งเสียงที่แหบแห้งดังออกมา สักพักมันอ้าปากกว้าง เผยให้เห็นเหงือกใหญ่ ข้างในเต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมเต็มปาก นี่คงเป็นการข่มขู่
ลุงยอดยกมีดทำท่าจะฟันอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้เจ้าตัวนั้นกลับยอมถอยห่างไป มันคงรับรู้ว่าถ้าเข้ามาใกล้คงต้องเจ็บตัว ลุงยอดหยิบไม้ฟาดไปที่หัวมัน แต่มันกลับดำน้ำหายไป ลุงยอดรู้สึกใจคอไม่ดีจึงรีบพายเรือออกจากตรงนี้ แกพายไปมาได้สักพักก็รู้สึกว่าเหมือนมีบางอย่างตามมา
ลุงยอดหันไปดู แกเห็นเจ้าตัวนั้นว่ายน้ำตามมา มันลอยน้ำมาโดยเห็นเพียงส่วนหัว ไม่ได้ทำท่าว่ายน้ำเหมือนคนทั่วไป ลุงยอดรีบออกแรงพายเรือให้ไวขึ้น แต่มันก็ตามมาอย่างไม่ลดละ เสียงร้องอันแหบแห้งดังตามหลังใกล้เข้ามาทุกที ฤทธิ์เหล้าที่ดื่มไปจางหายลงเมื่อต้องเจอกับอสูรกายตัวนี้ ในใจแกมีแต่ความกลัวเพียงอย่างเดียว
นี่คือครั้งแรกที่ลุงยอดรู้สึกกลัวตาย ถ้าถูกมันจับตัวได้ แกคงถูกลากลงน้ำแน่ ลุงยอดพายเรือต่อไป ปากก็ท่องบทสวดตามที่นึกได้ นึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และพ่อแม่ที่ตายจากไป ขอให้เกิดปาฏิหาริย์ ช่วยให้ตนรอดพ้นจากสถานการณ์ครั้งนี้ เหมือนคำร้องขอจะได้การตอบรับ มีเรือลำหนึ่งพายผ่านมาพอดี ชายหนุ่มบนเรือมองดูลุงยอดด้วยความแปลกใจ
“ไอ้หนุ่ม ช่วยกูด้วย” ลุงยอดตะโกนขอความช่วยเหลือ
ลุงยอดพายเรือไปจอดข้างเรือชายหนุ่มคนนั้น แกหันไปมองข้างหลังอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ปรากฏว่าผู้หญิงที่ว่ายน้ำตามมาได้หายตัวไปอย่างเป็นปริศนา ลุงยอดพูดคุยเล่าเรื่องทั้งหมดให้ชายหนุ่มฟัง จึงทำให้ทราบว่าชายหนุ่มคนนี้แอบลักลอบขนใบยาสูบไปขายในตัวเมือง คนมีความผิดสองคนมาพบกัน ทำให้มีเรื่องพูดคุยกันยาว
ลุงยอดเล่าเรื่องที่เจอให้ชายหนุ่มฟัง ชายหนุ่มบอกว่าสิ่งที่เจออาจเป็นผีพรายตามข่าวลือ มีเรื่องเล่าของคนที่เคยผ่านคลองแถวนี้อยู่บ่อยครั้ง พวกเขาเคยพบเจอผีพรายที่อยู่ในน้ำ บางคนเห็นเป็นผู้หญิงตัวดำ บางคนมองเห็นเป็นจระเข้ตัวใหญ่ คำบอกเล่ามีเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไป
พอได้ฟังเรื่องทั้งหมด ลุงยอดนึกถึงข่าวลือเรื่องการพบเจอจระเข้ที่เคยได้ยินมา บางทีนั่นอาจหมายถึงผีพรายตัวนี้ แกพูดคุยกับชายหนุ่มจนถึงเช้าก่อนที่จะแยกย้ายกันไป ชายหนุ่มดูไม่ค่อยกลัวผีพรายสักเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะอยากได้เงินจากการขนส่งยาสูบ จึงทำให้ไม่สนใจเรื่องผีแบบนี้
ลุงยอดพายเรือต่อ นำสินค้าไปส่งถึงมือพ่อค้าชาวจีน ส่วนขากลับแกเลือกใช้เส้นทางคลองสายหลัก อาจเสี่ยงถูกตำรวจพบ แต่คงดีกว่าถูกผีพรายลากลงน้ำ ไม่อยากคิดเลยว่าในตอนนั้น ถ้าแกเมาหลับโดยไม่สนใจ ตอนนี้จะมีชะตากรรมเป็นเช่นไร บางทีอาจถูกลักพาตัวหายไปใต้น้ำ กลายเป็นผีเฝ้าคลองรายต่อไป...
โฆษณา