16 มี.ค. เวลา 10:00 • นิยาย เรื่องสั้น

เรื่อง – จ่าฝูงอาฆาต

จัดทำโดย - ชายขี้เล่า Story
เมื่อครั้งที่พรานทินเข้าป่าล่าสัตว์ครั้งแรก เขายังจำได้เป็นอย่างดี คงต้อนย้อนไปสมัยที่พรานทินยังเป็นวัยรุ่น ในตอนนั้นพ่อที่เป็นพรานเกิดล้มป่วยอย่างกระทันหัน ส่วนแม่ก็ออกไปทำงานในเมืองกรุง นานๆจะกลับมาเยี่ยมสักครั้ง พรานทินลองหางานรับจ้างทั่วไปในหมู่บ้าน แต่ค่าจ้างค่อนข้างน้อย ไหนจะมีค่าใช้จ่ายเรื่องยารักษาพ่ออีก
พอดีว่าช่วงนั้น มีนายทุนคนหนึ่งยื่นข้อเสนอให้พวกชาวบ้าน นั่นคือการจับสัตว์ป่าตามใบสั่ง สัตว์ที่ถูกจับจะถูกนำตัวใส่กรงขังไปที่อื่น บางตัวถูกส่งมอบให้ร้านค้าผิดกฎหมาย บางตัวถูกส่งไปเป็นสัตว์เลี้ยงให้กับพวกคนรวย ยิ่งเป็นสัตว์หายาก ยิ่งได้รับค่าตอบแทนที่มากขึ้น ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่จับได้แต่พวกสัตว์ขนาดเล็ก
พรานทินต้องการใช้เงิน เขาจึงเลือกรับงานกับนายทุนคนนี้ โดยไม่มีความลังเล จากรายชื่อสัตว์ทั้งหมด ควายป่า กวางตัวผู้ เสือดาว สัตว์พวกนี้มีค่าตอบแทนมากที่สุด แม้ไม่เคยมีประสบการณ์ล่าสัตว์ใหญ่มาก่อน แต่เคยได้รับการถ่ายทอดความรู้จากพ่อมาบ้าง พรานทินคิดว่างานนี้คงไม่ยาก
พรานทินรับงานแล้วออกเดินทางเข้าป่าทันที เขานำปืนของพ่อพกติดตัวไปด้วย พ่อบอกเสมอว่าป่าใกล้ต้นน้ำ มักมีฝูงสัตว์ออกมาหากินเป็นจำนวนมาก ตรงนั้นมีทั้งแหล่งน้ำ และดินโป่ง โขลงช้าง กับฝูงควาย มักรวมตัวกันอยู่แถวนั้น พรานทินเคยไปที่ป่าต้นน้ำกับพ่อมาสองครั้ง แต่นั่นก็เป็นช่วงสมัยที่เขายังเด็ก
แม้จะผ่านมานาน แต่พรานทินยังคงจดจำเส้นทางได้เป็นอย่างดี การจดจำเส้นทางเป็นหนึ่งในทักษะที่เขาได้รับจากพ่อ ใช้เวลาเกือบสองวัน ในที่สุดพรานทินก็มาถึงป่าต้นน้ำ ตอนนั้นยังเป็นช่วงเที่ยงวัน จึงยังไม่มีสัตว์ตัวใดผ่านมา พรานทินตัดสินใจปักหลักพักที่นี่ เขาคิดว่าอีกไม่นานเดี๋ยวก็มีสัตว์ตัวอื่นผ่านมา
แสงแดดหุบลง สายลมยามเย็นพัดผ่านมา เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง สถานการณ์ยังคงเป็นเหมือนเดิม มีแต่ความเงียบ ไม่มีสัตว์สักตัวผ่านมาสักที พรานทินคิดในใจว่าสงสัยครั้งนี้คงมาเสียเที่ยว ถ้ายังเป็นแบบนี้คงต้องย้ายไปที่อื่น แต่ทันใดนั้นสายตาเขามองเห็นบางอย่างที่เดินผ่านไป
สิ่งนั้นคือเสือโคร่งตัวใหญ่ ดูเหมือนมันจะคาบลูกหมูป่าตัวเล็กติดมาด้วย มันวางซากหมูป่าลง จากนั้นจึงก้มลงกินซากหมูป่าที่อยู่บนพื้น เสือโคร่งเป็นสัตว์ที่อยู่ในรายชื่อใบสั่งเช่นกัน ต่อให้จับตายก็ยังขายได้ราคาแพง เขี้ยว อุ้งเล็บ ผิวหนัง ทุกส่วนล้วนแต่นำมาขึ้นเงินได้ทั้งหมด
พรานทินยกปืนเล็งไปที่เสือตัวนั้น พ่อเคยสอนวิธียิงปืนมาให้บ้างแล้ว จึงทำให้เขาสามารถใช้ปืนได้อย่างชำนาญ ปลายกระบอกปืนเล็งไปที่เป้าหมาย กำหนดลมหายใจให้นิ่ง กระชับปืนให้มั่น สายตาจับจ้องไปที่เหยื่อด้วยความมั่นใจ เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วเขาจึงยิงปืนออกไป
น่าเสียดาย กระสุนที่ยิงออกไปกลับไม่ถูกเป้าหมาย เสือรู้ตัว มันคาบซากหมูป่าไปที่อื่น เขาอยู่ไกลเกินไป ต่อให้ตามไปก็คงไม่ทันอยู่ดี น่าเสียดายครั้งนี้พรานทินเพิ่งทำพลาดไป ก้อนเงินที่ควรได้หนีหายไปเป็นที่เรียบร้อย เขาถอนหายใจนั่งลงด้วยความเบื่อหน่าย
ช่วงหัวค่ำ พรานทินนำอาหารแห้งออกมากินประทังชีวิต พลางคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา คงเป็นเพราะฝีมือยังไม่ถึงขั้น เลยทำให้ยิงเป้าหมายไม่โดน เขาคิดว่าพักอีกสักคืน ถ้าไม่มีอะไรคืบหน้า พรุ่งนี้ค่อยเดินทางกลับหมู่บ้าน แต่ขณะที่พักผ่อนอยู่นั้น มีบางอย่างกำลังเข้ามาใกล้ที่พัก
มันคือลิงป่าสามตัว หนึ่งในสามตัวนั้น มีอยู่ตัวหนึ่งมีเส้นขนสีขาว ดูโดดเด่นไม่เหมือนใคร พรานทินนึกขึ้นได้ว่าพวกสัตว์ที่มีลักษณะพิเศษ เช่นขนสีเผือก ขึ้นเงินได้ราคาสูงมากกว่าเสือทั้งตัวอีก ถ้าจับเป็นกลับไปได้ยิ่งต่อรองราคาเพิ่มได้อีกหลายเท่า พรานทินนำเศษอาหารวางไว้ข้างหน้า เพื่อหลอกล่อให้มันเข้ามาใกล้
ลิงทั้งสามตัวเดินเข้ามาใกล้ เจ้าตัวสีขาวหยิบเศษอาหารขึ้นมากิน ส่วนอีกสองตัวยังดูระแวงไม่กล้าเข้ามา พรานทินย่องเดินเข้าไป สองมือจับถุงกระสอบ เขาเดินไปใกล้มากขึ้น ใกล้ขึ้นอีก พอเข้าไปถึงตัวมัน พรานทินจึงใช้ถุงกระสอบตระครุบจับตัวมันทันที เจ้าลิงเผือกปีนออกมานอกกระสอบ แต่พรานทินจับมันยัดกลับลงไปอีกครั้ง
ลิงตัวนั้นตอบโต้ด้วยการกัดเข้าไปที่แขน เขี้ยวของมันทำให้พรานทินได้แผลใหญ่ ความเจ็บปวดทำให้เขาลืมตัว พรานทินจับร่างลิงเผือกขว้างกระแทกพื้นอย่างแรง เขาเตะมันซ้ำไปอีกครั้งด้วยความโกรธแค้น ลิงอีกสองตัวเมื่อเห็นเพื่อนถูกทำร้าย พวกมันได้วิ่งหนีหายไปทางอื่น
พรานทินกลับมาได้สติอีกครั้ง เขาพบว่าลิงเผือกตัวนั้นนอนเจ็บอยู่บนพื้น ดูเหมือนเขาจะทำร้ายมันหนักเกินไปจนถึงขั้นปางตาย ลิงเผือกลุกไม่ขึ้น มันขับเลือดออกทางปากและจมูก เป็นสัญญาณบอกว่าร่างกายภายในได้รับความเสียหายอย่างหนัก พรานทินคิดว่าในเมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้ คงมีแต่ต้องกำจัดทิ้ง อย่างน้อยซากมันน่าจะยังพอใช้ขึ้นเงินได้บ้าง
พรานทินเดินไปจับอุ้มร่างลิงเผือกขึ้นมา ครั้งนี้มันเจ็บหนักจนขัดขืนไม่ไหว แต่มันกลับส่งเสียงร้องดังตลอดเวลา มันร้องเสียงแหลมต่อเนื่อง พรานทินรู้สึกลำคาญใจ เขาหยิบมีดขึ้นเตรียมปลิดชีพให้จบไป แต่ทันใดนั้นเขากลับรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่ใกล้เข้ามา ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก พรานทินรู้ตัวอีกครั้งพบว่ามีร่างขนาดใหญ่ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า
มันคือลิงตัวใหญ่ที่ยืนสองขาได้เหมือนคน เส้นขนของมันดำสนิท เขี้ยวยาวแหลมยื่นออกมานอกปากจนเห็นได้ชัด ดวงตาสีแดงเข้มจับจ้องมาที่ตัวเขาด้วยความดุร้าย พรานทินไม่เคยเห็นลิงแบบนี้มาก่อน ตอนมันยืนตัวตรงน่าจะมีความสูงมากกว่าตัวเขาเสียอีก พรานทินอุ้มร่างลิงเผือกถอยกลับมาช้าๆ เขาวางลิงตัวนั้นลง จากนั้นจึงหยิบปืนขึ้นมา
เขาพยายามไม่แสดงความกลัว แม้ในใจจะหวั่นไหว มันเป็นลิงสายพันธุ์ไหน ทำไมถึงมีร่างกายสูงใหญ่ผิดกับลิงทั่วไป แต่ถ้ามันเป็นสัตว์หายาก การล่าเอาตัวมันกลับไปก็คงคุ้มค่าเช่นกัน เขาเตรียมยิงลิงตัวนั้น แต่ว่ามีบางอย่างผิดปกติ มีลิงป่าหลายตัวออกมาจากพุ่มไม้ พวกมันทุกตัวมีรูปร่างเหมือนลิงป่าทั่วไป เพียงแต่มีดวงตาสีแดงเช่นเดียวกับลิงตัวใหญ่
เท่าที่เห็น ลิงพวกนี้น่าจะมีกันอยู่ประมาณสิบกว่าตัว ถ้าพรานทินยิงปืนออกไป มีความเป็นไปได้ว่า ลิงทั้งฝูงคงเข้ามารุมขย้ำเขาจนตาย แบบนี้ไม่คุ้มค่า แต่พวกมันล้อมเอาไว้แบบนี้ ต่อให้อยากหนีไปก็คงไม่มีทางให้หลบหนีอยู่ดี ลิงตัวใหญ่กับฝูงของมันเข้ามาใกล้ตัวเขามากขึ้น พรานทินยังจับปืนแน่น พร้อมยิงทุกอย่างที่เข้ามาใกล้
พรานทินสังเกตว่า ลิงตัวใหญ่มองมาที่ลิงเผือกที่เจ็บหนัก บางทีลิงเผือกตัวนี้คงมาจากฝูงเดียวกันกับลิงพวกนี้ ส่วนเจ้าตัวใหญ่ที่ยืนสองขาคงเป็นจ่าฝูงของพวกมัน แต่มันดูน่ากลัวเกินกว่าที่จะเรียกว่าลิง ทั้งร่างกายที่สูงกว่าตัวเขา ใบหน้าของมันดูเหมือนคนมากกว่าลิงเสียอีก ลิงตัวอื่นแยกเขี้ยว ส่งเสียงขู่ พวกมันพร้อมเข้ามาทำร้ายเขาได้ตลอดเวลา
พรานทินตัดสินใจลองทำบางอย่าง เพื่อให้มีชีวิตรอดออกไป เขาอุ้มร่างลิงเผือกไปวางไว้ข้างหน้าลิงจ่าฝูง เจ้าลิงจ่าฝูงก้มตัวดมร่างลิงเผือก ไม่นานนักมันก็อุ้มร่างลิงเผือกขึ้นมา ลิงตัวอื่นทำท่าทางเหมือนจะเข้ามาทำร้ายพรานทิน แต่เจ้าตัวจ่าฝูงส่งเสียงคำรามหยุดเอาไว้ มันจ้องมองเขา แยกเขี้ยวส่งเสียงข่มขู่อยู่สักครู่หนึ่ง
พรานทินเลือกนิ่งเงียบ ไม่ตอบโต้กลับไป เขารู้ตัวว่าไม่มีทางจัดการลิงทั้งฝูงได้แน่ ลิงจ่าฝูงส่งเสียงร้องอีกครั้ง ไม่นานนักมันก็อุ้มร่างลิงเผือกถอยหายไปในความมืด เมื่อตัวจ่าฝูงถอยกลับไป ลิงตัวอื่นก็เดินตามผู้นำของมันไปด้วย รอบนี้พรานทินรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด นึกว่าจะต้องถูกลิงทั้งฝูงรุมขย้ำตายแล้ว
พรานทินกลับมาทำแผลที่ถูกกัด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เขาไม่ยอมหลับนอน ฝืนทนความง่วงเฝ้าระวังทั้งคืน โชคดีที่ลิงพวกนั้นไม่ย้อนกลับมาอีก พรานทินเดินทางกลับไปที่หมู่บ้านในช่วงเช้าอีกวัน หลังจากกลับไปถึงที่พัก นายทุนเข้ามาพูดคุยว่าเขาได้สัตว์ตัวไหนกลับมาบ้าง แต่รอบนี้คงต้องบอกว่าเขากลับมามือเปล่า
การเข้าป่าครั้งนั้น พรานทินไม่ได้สิ่งใดกลับมา แถมยังเจอลิงประหลาดที่น่ากลัวแบบนั้นอีก หลังจากพ่อมีอาการดีขึ้น เขานำเรื่องที่พบเจอไปเล่าให้พ่อฟัง พ่อที่เพิ่งทราบเรื่องตกใจจนหน้าซีด พ่อบอกว่าบางทีลิงตัวนั้นอาจเป็นเจ้าป่า ซึ่งหมายถึงสัตว์ที่เป็นราชาของสัตว์ตัวอื่นอีกที
สัตว์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าป่านั้น เต็มไปด้วยความลึกลับ บ้างก็ว่ามันมีอำนาจไม่ต่างจากภูตผี พ่อบอกโชคดีมากที่พรานทินมีชีวิตรอดกลับมาได้ เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนอย่างดี นับตั้งแต่วันนั้น เขาไม่กล้ายิงสัตว์โดยไม่จำเป็นอีกเลย ต่อให้มีข้อเสนอมากมายแค่ไหน มันไม่คุ้ม กับการที่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงกับสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวแบบนั้น...
โฆษณา