4 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ

TTB กางยุทธศาสตร์ปี 69 Transform สู่ Enabler

ชูโมเดล “3+” ยกระดับบริการการเงิน คุมเข้ม NPL พร้อมดัน NIM แตะ 3.1%
ท่ามกลางกระแสความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและโจทย์ใหญ่ของโครงสร้างเศรษฐกิจไทย TTB ได้ออกมาตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น ด้วยการประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปรับตัว แต่คือการ Transform บทบาทครั้งสำคัญสู่การเป็น Enabler ที่พร้อมจะขับเคลื่อนความมั่งคั่งให้กับลูกค้าทุกกลุ่มอย่างแท้จริง
นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ​ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจภายใต้แนวคิด “Empower Your REAL Change” ว่า ธนาคารได้วางกลยุทธ์หลัก “ยกระดับ 3+” เพื่อเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ทางการเงิน ดังนี้
ยกที่ 1: ยกระดับการช่วยเหลือลูกหนี้และสนับสนุนลูกค้า – เน้นความยุติธรรมผ่านกลไก Risk-based Pricing เพื่อให้ลูกค้าที่มีวินัยทางการเงินได้รับดอกเบี้ยที่เหมาะสม พร้อมสนับสนุน SME ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านสินเชื่อคู่ค้าภาครัฐ
ยกที่ 2: ยกระดับการเติบโต และต่อยอดบนธุรกิจที่เชี่ยวชาญ – โฟกัส 6 Ecosystem ที่เชี่ยวชาญ โดยมุ่งเน้นกลุ่มมนุษย์เงินเดือน, กลุ่ม Wealth และกลุ่ม Mass Affluent ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ยกที่ 3: ยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลที่ใช่และรู้ใจลูกค้า – ชูธง Humanized Digital Banking นำ Data และ AI มาออกแบบบริการที่สะดวก ปลอดภัย และเป็นส่วนตัว (Personalized) เพื่อยกระดับชีวิตทางการเงินของคนไทยอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ นายปิติ ยังระบุถึงการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากการปล่อยสินเชื่อกินส่วนต่างดอกเบี้ย ไปสู่การสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมจากการลงทุน เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว โดยหลัก ๆ คือ
กลยุทธ์การเงินและการรักษาผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
ธนาคารเตรียมพร้อมรับมือภาระภาษีที่จะกลับมาอยู่ในอัตรา 20% โดยมีแผนทำ Share Buyback หรือซื้อหุ้นคืนประมาณ 18% ของฐานทุน เพื่อลดจำนวนหุ้นและรักษาผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ให้อยู่ในระดับ 10% ต้น ๆ พร้อมตั้งเป้ากำไรเติบโตในระดับ Double Digit ภายใต้โมเดลธุรกิจใหม่ที่ไม่เน้นการเร่งปล่อยสินเชื่อจนเกิดหนี้ครัวเรือน
บริหารจัดการ NPL และ NIM
ในส่วนของหนี้เสีย (NPL) ธนาคารมั่นใจควบคุมได้ที่ระดับ 3.2% และไม่มีแผนจัดตั้ง JV AMC เนื่องจากสามารถบริหารจัดการเองได้ ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ตั้งเป้าเป้าหมายไว้ที่ 3.0 – 3.1% โดยเน้นลูกค้ารายย่อยคุณภาพดีและผลิตภัณฑ์ High Yield เพื่อประคองรายได้ในภาวะดอกเบี้ยขาลง
“เราไม่ได้มองแค่การพัฒนาโซลูชันทางการเงิน แต่เรากำลังสร้าง Ecosystem ที่จะเติบโตไปพร้อมกับลูกค้า นอกจากนี้ยังมีภารกิจสำคัญคือการเร่งช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย และการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินอย่างยั่งยืน เพื่อรับมือกับความท้าทายจากระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังคงสูงอยู่ในปัจจุบัน เพื่อยกระดับชีวิตทางการเงินของคนไทยอย่างยั่งยืน” นายปิติ กล่าว
โฆษณา