16 มี.ค. เวลา 14:55 • บ้าน & สวน

Hydroponics Farm and Technology

EP.126 ความสำเร็จเพียงลำพังเป็นความสำเร็จที่โดดเดี่ยวถึงแม้นจะเป็นเพียงงานเล็กๆ เท่านี้ก็มีความสุข...
เสียดัง “ป๊อป” จากการเปิดกระป๋องน้ำอัดลม ผมยกขึ้นดื่มด้วยความหิวกระหายวันนี้อากาศทำไมจึงร้อนจัด 😩 ปกติแล้วผมไม่ดื่มน้ำอัดลมตอนเช้า แต่วันนี้เป็นข้อยกเว้นเพราะอุณหภูมิที่อยู่ใน Farm ปรากฏตัวเลขที่ 37 องศา C โอ๊ย❗ ร้อนเอาเรื่อง ผมบ่น:
พัดลมระบายอากาศที่ถูกตั้งไว้ในระบบของ Farm ให้ทำงานตั้งแต่อุณหภูมิ 33 องศา C ขึ้นไปได้ทำหน้าที่ของระบบงานอย่างถูกต้องได้แจ้งเตือนผ่านมือถือของผมก่อนหน้านี้แล้ว แต่อุณหภูมิความร้อน Heat temperature มันเหลือร้ายจริงๆ 😄😄😄
พัดลมระบายอากาศก็เอาไม่อยู่ หลังจากการดับกระหายคลายร้อนไปหนึ่งกระป๋อง ผมนำเอาตัววัดอุณหภูมิมาจับวัดที่หน้า Farm เกือบจะ 38 องศา C ปีนี้ความร้อนมาเร็วกว่ากำหนดอาจถึง 45 องศาตามที่ผู้เชี่ยวชาญได้คาดการณ์กันไว้ จึงต้องเร่งรีบจัดการงานที่ค้างต่อจากของเดิมที่ได้ทำเครื่องพ่นความชื้นค้างไว้
เริ่มจากการที่ต้องวางแผนในการเติมน้ำเข้ากระบอกท่อ PVC สีฟ้าขนาด 3 นิ้ว เพื่อที่จะได้เป็นแหล่งจ่ายน้ำให้หัวพ่นความชื้น
เดิมที่ลองเจาะรูที่ปลายกระบอกเป็นรูเล็กขนาดสาย PE 4/7 MM ที่ใช้ในการทำระบบหยดน้ำในงานเกษตรซึ่งมีอยู่แล้วนำมาประยุกต์ใช้งานแบบนัก DIY เสียเวลาไปวันหนึ่ง ใช้งานพอได้แต่ไม่ Work❗😄😄😄 กว่าน้ำจะไหลเต็มกระบอกและไหลวนกลับเข้าถัง ดูแล้วไหลพอๆ กับฉี่แมว 🐱 ไม่สะใจกับวัยอย่างผม ผลคือต้องรื้อทำใหม่
สองวันกับความคิดในร้านกาแฟ ❗🤔
หลังจากพ่ายแพ้กับการสร้างระบบน้ำวนผมก็พยายามเร่งหาวิธีการจัดการเรื่องนี้ให้ได้ คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก 😁
ถ้ามีข้อจำกัดเข้ามามีส่วนในการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของต้นทุนที่อาจลงทุนมากขึ้นแต่ได้ผลน้อยลงทุนแบบ 80 ได้ผลแค่ 20 แบบกฏของ (Pareto Principle) ไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร
ต้องลงทุน 20 ได้ผล 80 และวิธีการติดตั้งที่ยุ่งยากต่อการทำงาน สองข้อนี้ก็เป็นปัจจัยในการฉุดรั้งความคิดได้ จึงพักทำงาน Farm ไปสองวัน ผมเลยทำตัวสบายๆ ไปนั่งฉิวๆ ที่ร้านกาแฟ หยุดคิดเพื่อจิบกาแฟ “อเมริกาโน่ผสมน้ำผึ้ง” ตามสไตล์ที่รักเดียวใจเดียวกับกาแฟรสชาตินี้มากว่า 20 ปี 😄😄😄
ก่อนที่กาแฟจะหมดถ้วยสายตาที่มองออกไปนอกหน้าต่างร้านกลับไปสะดุดกับตู้แอร์ของตึกฝั่งตรงข้าม เฮ้ย❗ ผมอุทาน: เรื่องแค่นี้เหมือนเส้นผมบังภูเขาก็ท่อน้ำทิ้งแอร์ที่สามารถนำน้ำจากแอร์ต่อทิ้งลงท่อได้ แต่มันมีขนาดเล็กแต่อย่างไรก็ยังมีขนาดของรูกว้างกว่า PE 4/7 ผมคิด:
ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นท่อน้ำทิ้งของแอร์อย่างเดียว❗
ผมไปเดินวนหาของอยู่แถว Hardware House ไม่ได้เลือกเอาท่อน้ำทิ้งแอร์เพราะไม่ค่อยชอบสีเทา 😄😄😄 เลยเปลี่ยนแผนไปเดินแผนกไฟฟ้าไปเลือกท่อไฟ UPVCสีขาวขนาด 16 mm แล้วเลือกข้อต่อสามทางและงอเก้าสิบหมดไปพอๆ กับค่ากาแฟไม่ถึงร้อยบาท 🙄
ถึงเวลาจัดการกับงานต้นทุนต่ำ❗
ที่เรียกว่าต้นทุนต่ำเพราะใช้แรงงานของตัวเองแบบนัก DIY ที่ควานหาของถูกและใช้เวลา แรงงาน และความคิดเป็นของตนเอง 😁
หลังจากเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์พร้อมเดินหน้าเข้า Farm ในวันรุ่งขึ้น แผนแรกต้องจัดการกับฝาท่อ PVC ก่อนโดยนำท่อ 16 mm. มาตัดความยาวขนาด 10 cm จำนวน 3 ท่อ
แล้วนำไปต่อกับฝาท่อโดยใช้กาวเชื่อมท่อน้ำติดแต่ละฝาแบบติดถาวรเพราะจุดนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการขนส่งน้ำล้นกลับไปยังถังพัก
ผมรอจนกาวแห้งลองจับดูผลงานติดแน่นดีทั้งสามฝา 👍 เลยนำไปประกอบเข้ากับตัวท่อตอนปิดฝาท่อผมไม่ได้ทากาวเชื่อมต่อเพราะประเมินแล้วว่าถ้าปิดสนิทโดยการเคาะฝาท่อให้เข้าไปจนสุดแล้วและเพิ่มการใช้กาวกันซึมทารอบขอบฝาท่อแค่นี้ก็เอาอยู่เพราะแรงดันน้ำที่ไหลผ่านแทบไม่มีแรงดันอะไรมากมาย เผื่ออนาคตต้องถอดฝาล้างท่อจะได้เป็นงานง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก
ทำการเชื่อมท่อและฝาท่อด้วยกาวทาท่อน้ำ
ประกอบร่างลำเลียงน้ำเข้าสู่ระบบ❗
หลังจากติดฝาครอบท่อและข้อต่อเชื่อมท่อปลายด้านหนึ่งที่ยื่นออกมาแถวที่หนึ่งใส่ตัว 90 แถวที่สองและสามใส่ 3 ทาง ใส่แบบกดให้แน่นไม่ได้ทากาวใดๆ ทั้งสิ้นตรงนี้เผื่อเอาไว้ทำการเพิ่มความยาวหรือขยายรางขึ้นเวลาถอดออกจะง่ายแค่ดึงออกก็หลุดแล้ว ง่ายๆ แบบนี้ไม่เปลืองแรง 😄😄😄
จากนั้นจึงนำท่อ UPVC มาตัดตามความยาวและนำไปสวมเข้ากันได้เป็นลำรางในการลำเลียงน้ำกลับไปยังถังพักเมื่อเวลาน้ำถูกเติมมาจนล้นน้ำล้นที่ระดับ 3 ใน 4 ของความสูงท่อก็จะระบายออกมายังท่อที่ทำไว้
ด้วยคุณสมบัติของ UPVC สามารถทนความร้อนจากแสงแดดได้ ทนแรงกระแทก ไม่หักงอง่าย มีน้ำหนักเบาจึงได้นำมาประกอบเป็นรูปร่างอย่างที่เห็นและทำการทดสอบดูจุดรั่วที่ข้อต่อใดบ้างก็ไม่พบเพราะกดท่อไว้อย่างแน่น 😁
ระบบควบคุมการพ่นความชื้น Humidification Control System (HCS) ❗
ผมนำอุปกรณ์ที่จัดเตรียมไว้เข้าไปใน Farm เพื่อที่จะได้ทำการประกอบอุปกรณ์ IOT เข้าด้วยกันด้วยการนำเอากล่องพลาสติกกันน้ำกับ Switching Power Supply ขนาด 5V 30Amp 150 W มาเป็นตัวจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ควบคุมตัวพ่นความชื้น
หยิบกล่องอุปกรณ์ขึ้นมาดูและวัดขนาดด้วยสายตาก็จะพอมองออกว่ากล่องมีขนาดใหญ่กว่า PS เพียงเล็กน้อยไม่น่าจะเหมาะสมกับการนำมาใช้งาน แต่ไม่เป็นไรเพียงใส่ไว้ชั่วคราว ผมคิด:
ชั้นวางกล่องจากไม้ของกองโดเรม่อน ❗
ผมไปคุ้ยแคะแกะรื้อหาเศษไม้ได้มาสองแผ่นนับว่าโชคช่วยเพราะรื้อหาอยู่นาน 😁ได้ไม้มาสองแผ่นเป็นแผ่นไม้สีเขียวไม่ต้องเสียเวลาไปทาสีใหม่ นำมาทำความสะอาดสามารถใช้งานได้ทันที
โดยนำมาวัดตัดให้เท่ากันและใช้ขาเหล็กฉากยึดติดกับเสาอยู่ด้านหลังกล่องไฟวางแผ่นไม้แล้วยึดด้วยสกรูก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยก่อนใช้งานก็วัดด้วยระดับน้ำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจว่าไม่เอียงไม่เทไปด้านใดด้านหนึ่งทำให้กว้างไว้ก่อน เมื่อทดสอบเสร็จตั้งใจว่าจะเปลี่ยนกล่องให้ใหญ่ขึ้นจะได้ทำงานได้คล่องตัวกว่า
ติดตั้งแผ่นไม้ไว้รองรับเครื่องควบคุม
ท่อไฟสีดำ❗
ด้วยความที่สมองจดจำแต่ Loft Style เวลาเลือกสีท่อก็ต้องเลือกสีดำ เพื่อไปตัดกับสีของตัวรางปลูกผักที่เป็นสีขาว เวลาผักเจริญเติมโตมีใบ เขียว แดง ดูสวยงาม เป็นเพราะสมองผมมันคิดอย่างนั้น: 😄😄😄
ท่อขนาด 16 mm ถูกจัดเรียงให้ขนาดไปตามรางปลูกผักด้านซ้ายมือเพราะผมคำนวณแล้วว่าจะเป็นทางที่อาจมีผลกระทบเรื่องน้ำและความชื้นน้อยที่สุด
เพื่อการหลีกเลี่ยงและขจัดความเสี่ยงที่ฝนอาจสาดมาทางหน้าต่างระบายอากาศของ Farm สำหรับการรดน้ำให้ผักนั้น Farm ที่ผมออกแบบนี้ไม่ใช้วิธีการพ่นน้ำให้ผักโดยตรง
แต่จะใช้ความชื้นเป็นเครื่องมือช่วยให้ผักสดชื่นและสุขภาพผักแข็งแรง ท่อไฟสีดำสำหรับผมแล้วตัดประกอบไม่ยากๆ แต่ตอนนำสายเข้าไปไว้ในท่อ 😄
เพราะต้องใช้แรงดึงสายทั้ง 6 เส้น เพื่อไปนำไฟไปจ่ายให้กับกล่องความคุมความชื้นทั้ง 3 ชุด 12 หัวพ่น ใช้เวลานานพอควรแต่ก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
Control Panel กับความละเอียดที่ละเลยไม่ได้ ❗
สองสามวันถัดมาหลังจากที่เตรียมอุปกรณ์พร้อมที่จะลงงานในส่วนของการควบคุมความชื้นต่อการการวางจุดท่อส่งน้ำให้กับหัวพ่นความชื้น
ตอนนี้ผมยังหากล่องที่ใส่ที่เหมาะสมไม่ได้ แต่ไม่เป็นไรเอาไว้ไปหาซื้อที่ไทวัสดุจะมีให้เลือกหลายขนาดมากกว่าหน้าปากซอยบ้านทำเท่าที่มีก่อนเพื่องานทดสอบ ผมคิด: 🤔
ที่กล่องจ่ายไฟ PS (Power Supply) ผมนำพัดลมระบายอากาศขนาด 5V มาติดตั้งสองตัวใช้ในการระบายความร้อนจากการจ่ายไฟเลี้ยงของ PS โดยต้องจ่ายให้กับพัดลมดังกล่าวและกล่อง Control Panel (CP) ที่ต้องไปจ่ายไฟต่อให้กับหัวพ่นอีก 4 ตัวต่อ 1 ท่อที่ได้ทำการออกแบบเอาไว้
สำหรับกล่อง CP มีพัดลมระบายอากาศต่อเชื่อมอยู่อีก 1 ตัว กล่องที่ใช้เป็นกล่องไฟขนาดเล็กแบบกันน้ำสีขาว ด้านหนึ่งเจาะรูให้ระบายอากาศจากภายในสู่ภายนอก ด้วยพัดลมเพราะบอร์ดควบคุมความชื้นเวลาทำงานทั้ง 4 หัวพ่นจะมีความร้อนระบาย ออกมาคล่อนข้างมาก เพื่อประหยัดเงินลดต้นทุนภายในกระเป๋าเงินของผม 😄😄😄
นัยหนึ่งเพื่อเป็นการถนอมบอร์ดให้ใช้ไปได้นานๆ ติดตั้งเอาไว้ดีกว่า ส่วนอีกด้านหนึ่งจะเจาะรูให้สายไฟให้ส่งไฟมาจากทาง PS เข้ามาเลี้ยงบอร์ดและเพื่อป้องกันการสับสนเวลาติดตั้งการควบคุมแต่ละ CP
ผมติดตัวเลขสำหรับระบุสาย (Cable Marker) เอาไว้ระบุสายแต่ละสายเพื่อกันการสับสนเรื่องนี้ต้องละเอียดรอบครอบไม่ให้ใส่หมายเลขผิด ถ้าใส่ผิดชีวิตเปลี่ยน 😄😄😄 เพราะต้องมารื้อระบบนั่งไล่สายกันใหม่สู่ค่อยๆ ทำแบบ slow but sure จะดีกว่า
ติดตั้งและเชื่อมต่อสายไฟกับกล่องควบคุมการพ่นความชื้น
Wiring Terminals ❗
ตัวต่อสายไฟถูกนำมาใช้ในการแยกสายไฟระหว่าง ➕ แดง ➖ ดำ ออกจากกันอย่างชัดเจนและการต่อก็จะง่ายเข้าไม่สับสนและต่อไม่ผิด
การติดตั้งสายนั้นต้องนำสายคู่ไฟสีแดง/ดำ ที่มาจากหัวพ่นความชื้นทั้ง 4 ชุดมาเสียบเข้าที่ตัวบอร์ดควบคุม ส่วน Terminals ที่แยกสายไฟสีแดงและสีดำออกจากกันจะทำหน้าที่รับไฟจาก PS มาส่งให้ Terminls
จากนั้นจึงส่งต่อให้กับบอร์ดควบคุมความชื้นอีกทีหนึ่งง่ายๆ แค่นี้ 😁 เพิ่มงบประมาณอีกเล็กน้อยก็ทำงานได้ง่ายขึ้น ผมชอบ: 👍
สำหรับสายไฟที่ต่อมาจาก PS ร้อยผ่านท่อลงมายังจุดของ CP นั้นเพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรหรือความเปียกชื้นภายใน Farm ผมได้นำท่อเฟล็กซ์ (Flexible Conduit) อ่อนสีดำนำมาร้อยใส่สายไฟอีกชั้นหนึ่ง
System Test ❗
วันรุ่งขึ้นหลังจากตรวจเช็คความสมบูรณ์บบของการ Install ติดอุปกรณ์ด้านตัวควบคุมและไฟเลี้ยงบอร์ดแล้ว จึงได้นำเอาบอร์ด ESP สำหรับควบคุมกระบวนการของ IOT ด้านความชื้นมาทดสอบพึ่งเขียน Code บรรจุเสร็จเมื่อคืนหลังจากเขียนมาแรมเดือน 😄😄😄
ไม่รู้จะหมู่หรือจ่าก็ว่ากันไป บอร์ด ESP ถูกตั้งไว้บนกล่องแบบชั่วคราวที่ด้านล่างเป็นที่อยู่ของ PS และต่อไฟไปอยู่รวมกันไว้ด้วย Terminals
เมื่อไฟไหลผ่านบอร์ดเข้าสู่ ESP สักครู่ระบบแสดงไฟสีเขียวติดทั้ง 2 ดวงของ Relay Fan กับ Relay Humidifier นั้นหมายความว่าพัดลมเปิดทำงานตามอุณภูมิที่ตั้งไว้ (ตอนนี้ยังไม่ได้นำพัดลมมาต่อจริง)
แต่ส่วนที่น่าสนใจเป็นเรื่องของหัวพ่นทั้งสี่ทำงานหรือไม่อันนี้ต่างหากที่เป็นเป้าหมายหลักหัวพ่นทั้งสี่ทำงานตามการสั่งของ Relay ที่เป็นเสมือน Switch ไฟเปิด/ปิด ของระบบแต่ก็ต้องมีความสัมพันธ์กับอุณภูมิด้วยจึงจะทำงานแต่ตอนนี้ยังคงไม่อธิบายรายละเอียดเพราะต้องการ Test การสั่งเปิด/ปิด ให้ลงตัวก่อน
ผมสำรวจหัวพ่นทุกท่อว่าทำงานไปได้ด้วยดีหรือไม่เรื่องหัวพ่นความชื้น OK แต่ปล่อยระบบทำงานไปได้ประมาณสองชั่วโมงตัวแสดงอุณภูมิและพัดลมเกิดการแกว่งขึ้นๆ ลงๆ อยู่หลายรอบจากนั้นหยุดระบบและรอทดสอบในช่วงบ่ายอีกครั้งหนึ่ง
ทดสอบการทำงานของหัวพ่นความชื้น
พอถึงช่วงบ่ายหลังอาหารมื้อเที่ยงกับกับกาแฟกลับไป Test ระบบใหม่อีกรอบโดยไม่ได้บนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ผ่านไปสองชั่วโมงเป็นเหมือนเดิมเกิดอาการแกว่งอีกแล้ว 😄😄😄
เสียงริงโทนของระบบการแจ้งเตือนผ่าน App Blynk ส่งเสียงเตือนมาแบบไม่ขาดสายเพราะความแกว่งของระบบยังใช้ไม่ได้ๆ ผมตอบย้ำและส่ายหน้า: 🙄
ผมคงต้องกลับไปเริ่มต้นเช็คทีละจุดตามลำดับขั้นตอน (Sequence) เพื่อหาข้อบกพร่อง (Bug) หรือตรวจสอบความถูกต้องทั้งตัวบอร์ด ESP และ Code โปรแกรม รวมทั้ง PS ที่จ่ายออกมาคงต้องใช้เวลาจัดการวิเคราะห์สาเหตุและการแก้ไข
ส่วนสุดท้ายก่อนเลิกงานผมตรวจดูระบน้ำเข้าท่อกับถังน้ำที่ได้ต่อเอาไว้เป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อยและสำเร็จถึงแม้นจะเป็นเพียงงานเล็กๆ เท่านี้ก็มีความสุขครับ แล้วพบกันใหม่ใน EP หน้า สวัสดีครับ 🙏
ความสำเร็จเพียงลำพังเป็นความสำเร็จที่โดดเดี่ยว
Solitary success is a solitary achievement.
🔊 ถ้าชอบกด like (React)
ถ้าใช่กด Share ร่วมแชร์ประสบการณ์ (Comment) หรือ Line ID :
โฆษณา