2 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ

คัด 3 หุ้น กลุ่มสถานีบริการน้ำมัน ชู OR ผู้นำ Non-Oil

หุ้นวิชั่น - บล.เอเชียพลัส ระบุว่า กระทรวงพลังงาน มอบหมายให้สำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศติดตามสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมัน โดยกระทรวงฯและผู้บริหาร OR ได้ขอความร่วมมือให้สถานีบริการบริหารการขายน้ำมันหน้าปั๊ม โดยแนะนำให้ รถยนต์ 4 ล้อเติมน้ำมันไม่เกิน500 บาทต่อคัน และ รถบรรทุกไม่เกิน 1,000 บาทต่อคัน
พร้อมงดการเติมน้ำมันใส่ภาชนะบรรจุ เว้นแต่ผู้มีความจำเป็น เช่น เกษตรกรหรือผู้ประกอบการบางประเภท โดยจำกัด ไม่เกิน 3,000 บาท/ราย/วัน ซึ่งทาง OR ระบุว่ามาตรการดังกล่าวเป็นเพียงแนวทางขอความร่วมมือ ไม่ใช่มาตรการบังคับแต่อย่างใด
• ขณะเดียวกันนโยบายตรึงราคาดีเซล ไม่เกิน 30 บาท/ลิตร จะครบกำหนดใน 17 มี.ค.และภาครัฐมีแนวโน้มทยอยลดการอุดหนุน ส่งผลให้ทิศทางนโยบายราคาพลังงานในระยะสั้นยังมีความไม่แน่นอน ขณะที่สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 8 มี.ค. 2569กลับมาติดลบ 786 ล้านบาท จากที่เคยเป็นบวก 2.5 พันล้านบาทในช่วงต้นเดือน มี.ค.
*Impact Insight
• ในมุมมองฝ่ายวิจัย มาตรการจำกัดการเติมน้ำมันต่อครั้ง อาจทำให้มูลค่าการเติมต่อธุรกรรมลดลง แต่อย่างไรก็ตามผู้ใช้รถสามารถกลับมาเติมบ่อยขึ้น ทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันจริงคาดจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
• อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กองทุนน้ำมันที่ติดลบคาดจะส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น/ลิตรของผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงที่รัฐฯอาจลดเงินชดเชยเต็มจำนวนเพื่อลดภาระกองทุน และอาจขอความร่วมมือให้ผู้ค้าน้ำมันลดค่าการตลาดลงชั่วคราว ส่งผลให้ผู้ประกอบการอาจต้องรับภาระต้นทุนบางส่วนเอง
• ฝ่ายวิจัยคาดผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบเชิงลบสูงสุดได้แก่ PTG > OR > BCP ตามลำดับ เนื่องจาก PTG มีสัดส่วนจำหน่ายน้ำมันกว่า 98% อยู่ในตลาดค้าปลีก และมีสัดส่วนดีเซลสูงราว 71% ของปริมาณจำหน่ายรวม ขณะที่ OR มีสัดส่วนค้าปลีกราว41% (อีก 59% เป็นตลาดพาณิชย์) และดีเซลคิดเป็น 40% ของปริมาณขาย ส่วน BCPแม้มีธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน แต่คิดเป็นสัดส่วนเพีย 16.7% ของ EBITDA รวม เนื่องจากกำไรหลักยังมาจากธุรกิจโรงกลั่น จึงได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้จำกัด
*Execution
• ช่วงสั้นถือเป็นผลกระทบเชิงลบต่อกลุ่มสถานีบริการน้ำมัน ดังนั้นจึงอาจหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ไปก่อน จนกว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย ส่วนการลงทุนระยะยาว เรายังคงมองบวกกับบริษัทที่มีโครงสร้างธุรกิจที่หลากหลาย โดยชอบ BCP(FV@43B)
จากโครงสร้างกำไรที่พึ่งพาธุรกิจโรงกลั่นและพลังงานอื่นมากกว่ ารวมถึง OR (FV@16.5B) จากความแข็งแกร่งของธุรกิจ Non-oil และเครือข่ายสถานีบริการขนาดใหญ่ ส่วน PTG (FV@9.8B) เน้นเพียง trading เนื่องจากมีความ อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงค่าการตลาดสูงที่สุดในกลุ่มฯ
โฆษณา