3 ชั่วโมงที่แล้ว • ธุรกิจ

สงครามสหรัฐ-อิหร่านพ่นพิษ รพ.เอกชน ชะลอตัว-ต้นทุนพุ่ง

  • สงครามสหรัฐ-อิหร่าน กระทบธุรกิจ รพ.ในประเทศไทย ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางลดลง และคนไทยชะลอการใช้จ่าย
  • โรงพยาบาลต้องเผชิญกับต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากภาวะสงคราม
  • ภาพรวมธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนเกิดการชะลอตัวและเผชิญความไม่แน่นอน ทำให้ผู้ประกอบการต้องควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด
นพ.ไพบูลย์ เอกแสงศรี นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า นับตั้งแต่เริ่มต้นเดือนมกราคม 2569 ภาพรวมของโรงพยาบาลเอกชนคล้ายจะปรับตัวดีขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจของปี 2568 เรื่อยมากระทั่งเกิดภาวะสงครามสหรัฐ-อิหร่านทุกอย่างจึงเริ่มชะลอตัว ลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการในประเทศไทยเริ่มลดน้อยลง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าตะวันออกกลาง
หากประเมินสถานการณ์โรงพยาบาลเอกชนที่สอดคล้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ประกอบการต่างต้องเตรียมพร้อมเผชิญการรับมือในหลายด้าน ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วแน่นอนมี 2 ประเด็นคือ 1. ผู้ใช้บริการกลุ่มต่างชาติลดลง เพราะเดินทางมาไม่ได้ 2. คนไทยเริ่มใช้จ่ายน้อยลง เพราะกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่จะสูงขึ้น
“แม้ความเชื่อมั่นด้านการแพทย์ของประเทศไทยจะยังคงแข็งแรงและไม่มีปัญหา แต่ด้วยภาวะสงครามทำให้ทุกอย่างคาดการณ์ได้ยาก โดยไม่รู้ว่าจะมีจุดสิ้นสุดหรือจบลงอย่างไร และภาวะแบบนี้จะอยู่ไปอีกนานแค่ไหน”
ขณะเดียวกัน สินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ตลอดจนต้นทุนที่ใช้ในโรงพยาบาลก็กำลังทยอยปรับขึ้นราคา เป็นปัจจัยลบและเป็นผลกระทบจากภาวะสงครามโดยตรง ผู้ประกอบการธุรกิจโรงพยาบาลต่างมีมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวนมากขึ้น ทั้งพยายามปรับตัวตลอด
นพ.ไพบูลย์ กล่าวว่า หากวิเคราะห์ทิศทางของโรงพยาบาลเอกชนหรือแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นภายในครึ่งแรกของปี 2569 ทำได้ยากมาก ต้องคอยติดตามสถานการณ์เป็นระยะ ในช่วงสั้นๆ ผลประทบที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยอยาจจะยังไม่รุนแรง ส่วนในระยะยาวหากสงครามยืดเยื้อไม่มั่นใจว่าจะเป็นอย่างไร
แน่นอนว่าประเด็นเรื่องสงครามในตอนนี้กระทบกับเศรษฐกิจทั้งโลก ไม่รู้ว่าอนาคตต่อไปจะส่งผลเลวร้ายมากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งสำคัญคือต้องระมัดระวังในการดำธุรกิจให้มาก แม้จะเป็นธุรกิจด้านสุขภาพที่เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
โฆษณา