Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
คลังความรู้โลกกว้าง (Global Knowle Bank)
•
ติดตาม
17 มี.ค. เวลา 10:00 • ข่าวรอบโลก
พายุเซตจิล: ปฏิบัติการทะลวงฟ้าจากใต้ดินของอิหร่าน
ในสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้สร้างความตะลึงให้กับแวดวงการทหารโลกด้วยการเปิดตัวปฏิบัติการ "True Promise 4" ซึ่งเป็นการโจมตีระลอกที่ 54 โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการนำขีปนาวุธวิถีโค้งพิสัยกลางรุ่น "เซตจิล" (Sejjil) มาใช้ในการรบจริงเป็นครั้งแรกเพื่อโจมตีเป้าหมายในอิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ
เขี้ยวเล็บใหม่แห่งตะวันออกกลาง
เซตจิล (ซึ่งมีความหมายว่า "อัญมณี" หรือ "กรรมถัน") เป็นขีปนาวุธแบบ 2 ตอนที่ขับเคลื่อนด้วย เชื้อเพลิงแข็ง ซึ่งถือเป็นจุดแข็งทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญเหนือกว่าขีปนาวุธเชื้อเพลิงเหลวแบบเดิมอย่างตระกูล Shahab เนื่องจากเชื้อเพลิงแข็งช่วยให้สามารถจัดเตรียมและยิงได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ต่างจากเชื้อเพลิงเหลวที่ต้องใช้เวลาเติมนานหลายชั่วโมงจนอาจตกเป็นเป้าสายตาของดาวเทียมจารกรรมได้ง่าย
ขีปนาวุธรุ่นนี้มีสมรรถนะที่น่ากลัวดังนี้:
อานุภาพทำลายล้าง: แบกหัวรบที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 700 กิโลกรัม ไปจนถึง 1 ตัน
ความเร็วเหนือแสง: ทำความเร็วได้สูงสุดกว่า Mach 13 (เร็วกว่าเสียง 13 เท่า)
ระยะทำการ: ครอบคลุมระยะ 2,000 ถึง 2,500 กิโลเมตร ซึ่งหมายความว่าสามารถส่งไปถึงอียิปต์ ยูเครน บางส่วนของรัสเซีย จีนตอนใต้ และครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของอิสราเอล
ฉายา "ขีปนาวุธเต้นระบำ": เนื่องจากความสามารถในการหลบหลีกการตรวจจับในระดับความสูง ทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศรับมือได้ยาก
ยุทธวิธี "นกต่อ" และไซโลใต้ดิน
ในการโจมตีครั้งนี้ อิหร่านเลือกใช้วิธียิงขีปนาวุธขึ้นจาก ไซโลใต้ดิน เพื่อป้องกันการถูกโจมตีชิงลงมือก่อน (Pre-emptive strike) และใช้ยุทธวิธีแบบผสมผสาน โดยการยิงเซตจิลควบคู่ไปกับขีปนาวุธรุ่นอื่นๆ เช่น Khebar, Sejil และโดรนจำนวนมหาศาล เป้าหมายไม่ใช่เพียงการทำลายล้างโดยตรง แต่เป็นการสร้างสภาวะ Overload ให้กับระบบป้องกันภัยทางอากาศอันเลื่องชื่อของอิสราเอลอย่าง Arrow และ David’s Sling เพื่อเปิดช่องโหว่ให้หัวรบหนักทะลวงเข้าไปถึงศูนย์กลางการบริหารและการตัดสินใจทางทหารในเขตชานเมืองเทลอาวีฟ
บทสรุปและมุมมองทางยุทธศาสตร์
แม้ทางฝั่งอิสราเอลจะรายงานว่าสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธส่วนใหญ่ได้ แต่เศษซากที่ร่วงลงมาก็ยังคงสร้างความเสียหายต่ออาคารและโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการที่อิหร่านเลือกใช้เซตจิลซึ่งมีจำนวนจำกัดในคลังแสง อาจเป็นสัญญาณที่แสดงถึงความตึงเครียดของสถานการณ์ที่บีบคั้นให้อิหร่านต้องงัด "ไม้ตาย" ออกมาใช้เร็วกว่าที่คาด ซึ่งการปะทะกันในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการสู้รบเชิงกำลัง แต่เป็นการชิงไหวชิงพริบในเชิงเทคโนโลยีอาวุธระดับสูงที่โลกต้องจับตามอง
แหล่งที่มา คลังความรู้โลกกว้าง
เศรษฐกิจ
โซเชียลมีเดีย
การลงทุน
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย