17 มี.ค. เวลา 05:12 • หนังสือ

บทที่ 5

ตัวตนกับจักรวาล
จักรวาลในฐานะระบบทั้งหมด
เมื่อมนุษย์เริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวตน เขามักเริ่มจากสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด นั่นคือจิตของตนเอง
แต่เมื่อการสำรวจดำเนินไปลึกขึ้น คำถามหนึ่งจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากมนุษย์มีตัวตน
สิ่งมีชีวิตอื่นก็มีตัวตน
แล้วระบบที่ใหญ่ที่สุดอย่างจักรวาลเองจะมีตัวตนหรือไม่
คำถามนี้อาจดูเหมือนเป็นเพียงจินตนาการ แต่ในความเป็นจริง นักปรัชญาและนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากเคยตั้งคำถามในลักษณะเดียวกัน
จักรวาลในมุมมองของวิทยาศาสตร์
ในทางฟิสิกส์ จักรวาลถูกอธิบายว่าเป็นระบบขนาดมหึมาที่ประกอบด้วย
  • 1.
    ​พลังงาน
  • 2.
    ​สสาร
  • 3.
    ​และกฎธรรมชาติ
แบบจำลองสำคัญของจักรวาลในปัจจุบันเริ่มต้นจากเหตุการณ์ที่เรียกว่า Big Bang ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายตัวของจักรวาลเมื่อประมาณ 13.8 พันล้านปีก่อน
จักรวาลจึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ว่างเปล่า แต่เป็นระบบที่กำลังพัฒนาอยู่ตลอดเวลา
จักรวาลในฐานะกระบวนการ
หากเรามองจักรวาลจากมุมมองของกระบวนการ เราจะพบความคล้ายคลึงกับแนวคิดของตัวตน
จักรวาลไม่ได้หยุดนิ่ง
มันกำลังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ดาวเกิดขึ้น
ดาวดับไป
กาแล็กซีเคลื่อนที่
และโครงสร้างของจักรวาลค่อย ๆ วิวัฒนาการ
กระบวนการนี้ทำให้จักรวาลดูเหมือนสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่กำลังพัฒนา
แนวคิดลักษณะนี้ปรากฏในสาขาปรัชญาที่เรียกว่า Process Philosophy ซึ่งเสนอว่า ความเป็นจริงพื้นฐานของจักรวาลไม่ใช่วัตถุ แต่เป็นกระบวนการ
จิตกับจักรวาล
หากตัวตนของมนุษย์เกิดจากกระบวนการของจักรวาล
ก็อาจกล่าวได้ว่า
จักรวาลเองคือระบบที่ทำให้จิตสามารถเกิดขึ้นได้
ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์บางคนเริ่มสำรวจแนวคิดที่ว่าจิตอาจเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของธรรมชาติ
แนวคิดนี้เรียกว่า Panpsychism
Panpsychism เสนอว่าความสามารถในการรับรู้อาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนเท่านั้น แต่อาจมีอยู่ในระดับพื้นฐานของสสารด้วย
จักรวาลในฐานะตัวตนระดับสูง
หากเรารวมแนวคิดทั้งหมดเข้าด้วยกัน เราอาจมองจักรวาลในอีกมุมหนึ่งได้
จักรวาลอาจเป็นระบบที่กำลังพัฒนา “ตัวตน” ของมันเอง
ในมุมมองนี้ สิ่งมีชีวิตทั้งหมด รวมถึงมนุษย์ อาจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่จักรวาลใช้ในการสำรวจตัวเอง
ความคิด
การรับรู้
และสติ
อาจเป็นวิธีที่จักรวาลใช้เพื่อทำความเข้าใจตัวมันเอง
ตัวตนในหลายระดับ
ทฤษฎี “ตัวตนและการคงอยู่” จึงเสนอว่า ตัวตนอาจมีหลายระดับ
ระดับแรก
ตัวตนของสิ่งมีชีวิตแต่ละตัว
ระดับที่สอง
ตัวตนของจิตที่สามารถรับรู้และพัฒนาตนเอง
ระดับที่สาม
ตัวตนของระบบขนาดใหญ่ เช่น อารยธรรม หรือระบบนิเวศ
ระดับสูงสุด
ตัวตนของจักรวาลเอง
แต่ละระดับไม่ได้แยกจากกันโดยสิ้นเชิง
มันเชื่อมโยงกันเหมือนชั้นของโครงสร้างที่ซ้อนกันอยู่
ภาพเปรียบเทียบของตัวตน
เพื่อทำความเข้าใจแนวคิดนี้ อาจใช้ภาพเปรียบเทียบง่าย ๆ
จักรวาล เปรียบเหมือน ท้องฟ้า
ตัวตน เปรียบเหมือน อากาศ
ความคิด เปรียบเหมือน เมฆ
เมฆเกิดขึ้นและหายไป
แต่อากาศยังคงอยู่
และทั้งหมดนี้ดำรงอยู่ภายในท้องฟ้า
ภาพเปรียบเทียบนี้ช่วยให้เราเห็นว่า ตัวตนในระดับต่าง ๆ อาจไม่ได้แยกจากกันอย่างสิ้นเชิง แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ใหญ่กว่า
บทสรุปของบทที่ห้า
หากตัวตนเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในจักรวาล
และจักรวาลเป็นระบบที่กำลังพัฒนา
ก็อาจเป็นไปได้ว่า
การพัฒนาของจิตในสิ่งมีชีวิตแต่ละตัว
คือส่วนหนึ่งของกระบวนการที่ใหญ่กว่านั้น
ในมุมมองนี้ การสำรวจตัวตนของมนุษย์อาจไม่ใช่เพียงการสำรวจตนเอง
แต่มันอาจเป็น
การสำรวจจักรวาลผ่านตัวเราเอง
คำถามสุดท้ายที่ยังคงเปิดอยู่คือ
หากตัวตนสามารถพัฒนาได้อย่างไม่สิ้นสุด
ปลายทางของกระบวนการนี้จะอยู่ที่ใด
คำถามนี้จะนำเราไปสู่บทสุดท้ายของหนังสือ
บทที่ว่าด้วย
การคงอยู่ของตัวตน
โฆษณา