Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
โดย...ช่างแอร์ในตำนาน
•
ติดตาม
17 มี.ค. เวลา 12:04 • นิยาย เรื่องสั้น
เรื่อง ชีวิตวิถีช่าง...เกื้อ
โดย...ช่างแอร์ในตำนาน
“ชีวิตตามวิถีช่างแอร์...
กับเรื่องราวของวิถีชีวิตในชนบท...”
ตอนที่1 เปิดโลก
เช้าตรู่ภายในบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ริมถนนคอนกรีต
ห้องนอนชั้นล่างของบ้านเป็นห้องขนาดค่อนข้างกว้าง พื้นปูกระเบื้องสีอ่อน ฝ้าเพดานเรียบ ๆ กลางห้องมีผ้าม่านผืนใหญ่ขึงกั้นพื้นที่เอาไว้ ทำให้ด้านในกลายเป็นมุมนอนเล็ก ๆ สำหรับเปิดแอร์ ส่วนอีกฝั่งของม่านยังเป็นพื้นที่ใช้สอยของห้องเดียวกัน
อากาศในมุมนอนยังเย็นสบายจากแอร์ที่เปิดทิ้งไว้ตั้งแต่กลางคืน
แอร์ตัวนั้นไม่ใช่เครื่องสำเร็จรูปทั้งชุด คอยล์เย็นเป็นของใหม่ ยี่ห้อหนึ่งที่เพิ่งแกะกล่องมาไม่นาน ส่วนคอยล์ร้อนข้างนอกเป็นเครื่องเก่าที่เกื้อถอดมาจากบ้านลูกค้าแล้วเอามาซ่อมใช้เอง
ลมเย็นยังพัดออกมาเงียบ ๆ จากช่องสวิงเหนือหัวเตียง
ทีวีขนาดสี่สิบกว่านิ้วที่วางอยู่บนชั้นปลายห้องยังดับสนิท เงาของหน้าจอสะท้อนแสงสลัวที่เริ่มลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา
บนที่นอน เกื้อกับนิ่มยังนอนหลับอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง
ลูกสาวตัวเล็กวัยสิบเดือนกว่าเป็นคนแรกที่ลืมตาตื่นขึ้นมา เธอนั่งงัวเงียอยู่กลางเตียง มองไปรอบห้องเงียบ ๆ ก่อนจะค่อย ๆ คลานข้ามตัวแม่ที่ยังหลับอยู่ไปอีกฝั่ง
พอไปถึงตัวพ่อ เด็กน้อยก็พยายามปีนขึ้นไปนั่งบนท้องของเขา
น้ำหนักเล็ก ๆ ทำให้เกื้อขมวดคิ้ว เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมอง
เด็กน้อยนั่งอยู่บนพุงเขาพอดี มือเล็ก ๆ เอื้อมมาจับจมูกพ่อเหมือนของเล่น
เกื้อถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะยิ้มมุมปาก
“ตื่นแล้วบ่ลูก”
เด็กน้อยส่งเสียงอ้อแอ้ตอบกลับเหมือนจะคุยด้วย
เขานอนปล่อยให้ลูกนั่งเล่นอยู่พักหนึ่ง มือค่อย ๆ ลูบหลังลูกเบา ๆ แล้วหันไปมองนิ่มที่ยังหลับสนิทอยู่ข้าง ๆ
แสงเช้าข้างนอกเริ่มสว่างขึ้นทีละนิด
เกื้อมองลูกสาวที่ยังนั่งจ้องหน้าเขาอยู่ก่อนจะยิ้มเบา ๆ
เขาค่อย ๆ ช้อนตัวเด็กน้อยขึ้นมาอุ้มพาดสะโพก เด็กน้อยหัวเราะคิกเล็ก ๆ เหมือนดีใจที่พ่อยอมเล่นด้วย
เกื้อเอื้อมมือไปหยิบรีโมตแอร์ที่วางอยู่หัวเตียงขึ้นมากดปิด
ลมเย็นค่อย ๆ หยุดลง
ด้านนอกคอยล์ร้อนที่เขาซ่อมไว้เองเงียบตามไปด้วย
เขายืดตัวบิดขี้เกียจเล็กน้อย มืออีกข้างลูบหลังลูกเบา ๆ ก่อนจะเดินไปแง้มผ้าม่านที่กั้นมุมนอนออก
อีกฝั่งของม่านยังเป็นพื้นที่ของห้องเดียวกัน ตู้เย็นประตูเดียวตั้งอยู่ตรงมุมผนัง เด็กน้อยในอ้อมแขนพ่อหันซ้ายหันขวาเหมือนกำลังมองสำรวจห้อง
บ้านยังเงียบ แต่จากด้านในลึกเข้าไปเริ่มมีเสียงขยับเบา ๆ เหมือนใครบางคนตื่นแล้ว
เกื้ออุ้มลูกเดินผ่านพื้นที่ส่วนนั้นไปยังประตูห้องนอน แล้วเปิดออกมา
ลมเช้าเย็น ๆ พัดผ่านลานดินหน้าบ้านเข้ามาเบา ๆ
ริมถนนคอนกรีตหน้าบ้าน มีป้ายผ้าใบสีซีดปักอยู่กับหลักไม้สองต้น ตัวหนังสือสีแดงตัวใหญ่เขียนว่า
“แจนแลน แอร์บ้าน”
ข้างใต้มีตัวหนังสือสีน้ำเงินเรียงกันเป็นแถว ล้างแอร์ ติดตั้ง ย้าย ซ่อม พร้อมเบอร์โทรสองเบอร์สำหรับติดต่อ
ป้ายผืนนั้นยืนอยู่หน้าบ้านเงียบ ๆ มาหลายวันแล้ว เหมือนกำลังรอลูกค้าคนแรกจะโทรเข้ามา
กลิ่นควันไฟอ่อน ๆ จากครัวด้านหลังบ้านลอยมากับลม
ดูเหมือนคนในบ้านจะเริ่มตื่นกันแล้ว
เช้าวันใหม่กำลังค่อย ๆ เริ่มต้นขึ้นอีกวัน
เกื้ออุ้มลูกออกมายืนที่ลานดินข้างบ้าน ลมเช้าเย็น ๆ ยังพัดผ่านอยู่เบา ๆ ข้างผนังห้องของเขามีแคร่ไม้วางชิดกำแพงอยู่ตัวหนึ่ง
เสียงเครื่องมอเตอร์ไซค์ดังแว่วเข้ามาจากทางถนนหน้าบ้าน ก่อนจะค่อย ๆ ดับลง
พ่อของเกื้อเพิ่งขี่รถกลับมาจากทุ่งนา เขาลงจากรถแล้วเข็นมันเข้าไปจอดไว้ใต้ชายคาบ้านตรงหน้าต่างห้องของเกื้อ กางเกงขาก๊วยที่เปื้อนดินกับรองเท้าบูทยาง ใส่หมวกแก๊ปอยู่บนหัว
“ตื่นแล้วบ้อ” พ่อเงยหน้าถามหลังจากเดินมาจากรถ
“ตื่นแล้วคร้าบ...” เกื้อตอบแทนลูกสาว น้ำเสียงหยอกล้อเบา ๆ พลางขยับตัวลูกสาวในอ้อมแขนให้ถนัดขึ้น เด็กน้อยมองปู่ตาโตเหมือนกำลังจำหน้า
ด้านหลังบ้านมีเสียงกระทะกระทบกันเบา ๆ กลิ่นข้าวสุกกับกับข้าวลอยมาตามลม
แม่ของเกื้อกำลังยืนทำกับข้าวอยู่ในครัวไม้ด้านหลังบ้าน ควันไฟจากเตาถ่านลอยขึ้นช้า ๆ
“พ่อมึงมาจากนาละติ” แม่ถามขึ้น
พ่อพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะตอบสั้น ๆ
“มาแล้ว”
เกื้อยังยืนโยกลูกเล่นเบา ๆ อยู่ตรงลานดินข้างบ้าน
สักพักพ่อก็เดินอ้อมมาทางข้างบ้าน ก่อนจะมานั่งลงบนแคร่ไม้ที่วางอยู่ติดผนังห้อง ถอดหมวกแก๊ปออกวางไว้ แล้วเอามือปาดเหงื่อที่หน้าผาก
ลูกสาวในอ้อมแขนเกื้อเริ่มดิ้นเหมือนอยากลงพื้น
เกื้อเลยวางลูกลงไว้บนแคร่ไม้คนละฝั่งกับพ่อ
“มา ๆ มาหาปู่เร็ว ๆ”
เสียงปู่เรียกหลานเบา ๆ
เด็กน้อยหันหน้ามามองพ่อที มองปู่ที เหมือนยังลังเลอยู่
เกื้อเลยยิ้มให้ลูกแล้วพูดเบา ๆ พร้อมชี้มือไปทางปู่ว่า
“ไปติลูก ไปหาปู่ไป”
เด็กน้อยคลานดุ๊กดิ๊กไปหาปู่
ปู่หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะอุ้มหลานขึ้นมานั่งบนตัก
“โอ้ย โตไวแท้หลานกู”
เด็กน้อยหัวเราะอ้อแอ้ มือเล็ก ๆ จับคอเสื้อปู่เล่น
ปู่นั่งโยกหลานเล่นอยู่บนแคร่พักหนึ่ง ก่อนจะเหลือบไปมองมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ใต้ชายคา
“ไปนำปู่บ่ ไปซื้อหนม”
เขาพูดพลางชี้ไปที่รถ
เด็กน้อยหันไปมองตาม ก่อนจะส่งเสียงอ้อแอ้อีกครั้งเหมือนจะตอบรับ
ปู่เลยลุกขึ้นอุ้มหลานเดินไปที่มอเตอร์ไซค์อย่างช้า ๆ
เขาจัดให้หลานนั่งด้านหน้าตรงหว่างแขน แล้วใช้มือซ้ายโอบตัวหลานไว้
“นั่งดี ๆ เด้อหล่า”
เด็กน้อยดีใจใหญ่ ร้องอ้อแอ้ ๆ มือเล็ก ๆ จับแฮนด์รถเล่น
สักพักมอเตอร์ไซค์ของทั้งปู่และหลานก็ค่อย ๆ เคลื่อนออกจากลานหน้าบ้านอย่างระมัดระวัง
เสียงรถค่อย ๆ เบาลงจากการที่ขับห่างออกไปเรื่อย ๆ จนไม่ได้ยินเสียงอีก
เกื้อยืนมองเหตุการณ์แบบยิ้ม ๆ ก่อนจะหันกลับมานั่งลงบนแคร่ไม้
สักพักแม่ก็เดินออกมาจากด้านหลังบ้าน พร้อมกับถามเบา ๆ อย่างสงสัย
“พ่อมึงไปไสละ พาหลานไปบ้อ”
“อื้ม... พากันไปซื้อขนม จักร้านได๋ล่ะ” เกื้อตอบเบา ๆ
สักพักนิ่มก็เดินเปิดประตูออกมาจากห้อง พร้อมผ้าขนหนูที่พาดบ่าไว้ เพื่อเตรียมไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ด้านหลังบ้าน
พอเห็นแม่กับเกื้อคุยกันอยู่ข้างบ้าน เลยถามเบา ๆ
“ลูกไปไสละ”
เกื้อตอบเบา ๆ
“ไปร้านค้านำปู่”
นิ่มไม่ได้ว่าอะไรต่อ แล้วเดินไปหลังบ้าน
แม่เลยถามเกื้อว่า
“มีงานบ่ล่ะหำ”
เกื้อทำหน้ายุ่ง ๆ นิดหนึ่งก่อนจะตอบเรียบ ๆ
“ช่วงนี้พึ่งลงมา บ่ค่อยมีคนฮู้จัก กะสิเงียบ ๆ ตามประสาล่ะ อดสาเอา”
เขาพูดแบบปลง ๆ
แล้วเดินเข้าไปในห้อง
แดดเริ่มแรงขึ้นกว่าเดิม ลมเช้าที่พัดผ่านลานดินหน้าบ้านตอนเช้าค่อย ๆ หายไป เหลือแต่ความอุ่นของอากาศที่เริ่มสะสมขึ้นทีละนิด
เกื้อนั่งอยู่ใต้ชายคาข้างบ้าน กล่องเครื่องมือเหล็กวางเปิดอยู่ข้างตัว เขากำลังใช้ผ้าเก่าเช็ดประแจทีละตัวเหมือนหาอะไรทำฆ่าเวลา
โทรศัพท์มือถือวางอยู่บนแคร่ไม้ข้าง ๆ แต่หน้าจอยังคงเงียบ
ตั้งแต่กลับมาอยู่บ้านก็ยังไม่มีงานแอร์เข้ามาเลย เกื้อเลยนั่งเช็ดเครื่องมือไปเรื่อย ๆ ฆ่าเวลา
เสียงมอเตอร์ไซค์ดังเข้ามาจากทางหน้าบ้าน ก่อนจะเลี้ยวเข้ามาจอดตรงลานดิน
เกื้อเงยหน้ามอง
ชายคนหนึ่งขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาจอด ก่อนจะดับเครื่องแล้วเดินเข้ามาหาเกื้อที่นั่งอยู่บนแคร่
“โอ้ย บักเกื้อ มึงอยู่บ้านยุติ”
เกื้อยิ้มทันทีที่เห็นหน้า
“อ้าว บักบอล มึงมาแต่ไส”
เพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กของเกื้อนั่นเอง
สองคนนี้รู้จักกันมาตั้งแต่จำความได้ จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเริ่มรู้จักกันตอนไหน เพราะตั้งแต่เล็กมาก็เห็นหน้ากันแทบทุกวัน
เรียนห้องเดียวกันตั้งแต่อนุบาลหนึ่งจนจบ ม.3 ก่อนจะแยกย้ายกันไปเรียนต่อคนละที่ตอนขึ้น ม.4
ต่อมาก็เรียนสายอาชีพเหมือนกัน จนจบ ปวส.
แม้แต่ตอนเข้าเกณฑ์ทหาร ทั้งคู่ก็ยังได้ไปอยู่หน่วยเดียวกันอีก
“กูเห็นมึงแชร์เพจล้างแอร์ในเฟส” เพื่อนพูดขึ้น
“เพจแจนแลนแอร์บ้านของมึงแมนบ่”
เกื้อยิ้มบาง ๆ
“เออ ลองเบิ่ง เผื่อมีคนเอิ้นใช้”
เพื่อนพยักหน้าแล้วพูดต่อ
“ซั่นไปเบิ่งแอร์ให้กูแน”
เกื้อเงยหน้ามอง
“เป็นหยังล่ะ”
“มันบ่ค่อยเย็น น้ำกะหยดจนได้เอากะละมังมารองไว้ กูบ่ได้ล้างโดนแล้ว”
เกื้อคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“โอเค ได้” เกื้อตอบรับ ก่อนจะถามต่อ “มึงว่างมื้อได๋ล่ะ”
เพื่อนคิดอยู่นิดหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมา
“มื่อนี่มึงว่างกะไปกะได้”
เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ เพื่อนเลยถามต่อ
“ค่าล้างจักบาทละซ่าง...”
เกื้อหัวเราะเบา ๆ
“ปกติกูคิดสี่ร้อย คนอื่นล้างห้าร้อยพุ้นแหล่ว”
เพื่อนยักไหล่
“กะว่ามา บ่ยากดอก”
แล้วเหมือนจะนึกอะไรได้อีก เลยถามเพิ่ม
“มึงเติมน้ำยาให้นำอยู่บ่”
เกื้อทำสีหน้าจริงจังขึ้นทันที
“น้ำยาแอร์มันเป็นระบบปิด ถ้ามันบ่ฮั่ว น้ำยามันบ่หายไปไสดอก ถ้าเขามาล้างแอร์ให้มึงแล้วบอกว่าเติมน้ำยาให้นำ แสดงว่ามึงถึกตั้ว”
เกื้อพูดแบบจริงจังครั้งแรกตั้งแต่เพื่อนเข้ามาคุยด้วย
เพื่อนยืนอึ้งไปครู่หนึ่ง
“เอ้า...ติ้” พึมพำกับตัวเองเบา ๆ
จากนั้นเกื้อเหมือนจะคิดอะไรได้ เลยพูดขึ้น
“เดี๋ยวกูตามไป ของเตรียมของก่อน”
เขาหยุดคิดนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อ
“ส่วนค่าแรง เอาเป็นข้าวเที่ยงคาบหนึ่งกะพอ”
เพื่อนหัวเราะทันที
“ง่ายแท้”
เกื้อปิดกล่องเครื่องมือเสียงดังแกร็ก แล้วลุกขึ้นยืน
“เดี๋ยวกูตามไป ฟาร์มหมูแม่นบ่”
“เออ” เพื่อนตอบ พร้อมกับหันหลังไปขึ้นค่อมรถมอเตอร์ไซค์ ก่อนจะสตาร์ตรถออกไป
เหมือนจะนึกอะไรได้ เลยหันกลับมาตะโกนถาม
“มึงอยากกินหยังล่ะ สิได้เตรียมไว้ถ่า”
เกื้อได้ยินเลยตะโกนตอบกลับไป
“หยัง กะได้ มีหยังกะกิน กูว่าสิพาลูกกับเมียไปนำอยู่”
เพื่อนตอบกลับมาทันที
“เอ้อ! ไปกะไปตั้ว สิได้เตรียมไว้เผื่อนำสะ”
แล้วรถมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนก็ขี่ออกจากลานดินหน้าบ้านไป
ล้างแอร์
แอร์บ้านเครื่องใช้ไฟฟ้า
แอร์บ้าน
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย