21 มี.ค. เวลา 00:00 • หนังสือ

Blockdit Originals คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ ตอน 10

คำถามที่ 1
ไม่ประสงค์ออกนาม : ความสัมพันธ์ที่เรียกว่ารักแท้ นิยามคืออะไร? หาอย่างไร? หรือทำอย่างไรกับตัวหรือส่วนที่เราควบคุมได้เพื่อให้มีโอกาสที่จะมีความสัมพันธ์ดังกล่าวมากที่สุด?
วินทร์ เลียววาริณ : เราโตมาในโลกที่เห็นภาพ ‘รักแท้’ จากภาพยนตร์และนิยาย ส่วนมากเป็นความรักแบบอมตะนิรันดร์กาล หวานแหววตั้งแต่นาทีแรกที่สบตากันจนถึงวันสุดท้ายบนโลก
1
นิยายจำนวนมากวาดภาพรักแท้ จนใครๆ ก็อยากได้ ‘รักแท้’ แบบนี้บ้าง
1
แต่รักแท้ไม่ใช่สิ่งของ มันคือสภาวะ ดังนั้นเราคงไม่สามารถหามันได้จากใครหรือที่ไหน ทว่าเราสามารถสร้างมันขึ้นมา
1
การใช้ชีวิตคู่เป็นมากกว่าการควงกันกลางแสงจันทร์ การโทร.หากันวันละ 22 รอบ นั่นคือหนังตัวอย่าง หนังม้วนที่ฉายจริงอาจเป็นคนละเรื่อง
2
ในหลายคู่ การแต่งงานกลายเป็นจุดจบของการพัฒนาความสัมพันธ์
คนจำนวนมากเมื่อมีปัญหาในชีวิตคู่มักโทษอีกฝ่ายหนึ่ง ชอบบ่นว่าชีวิตคู่จืดชืด
หลักการรักษาชีวิตรักให้ยืนยาวของคนโบราณใช้เคล็ดลับ “ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน” และ “ผ่อนหนักผ่อนเบา”
2
เอาใจเขามาใส่ใจเรา และรู้จักให้อภัย
2
การแต่งงานที่ดีควรทำให้แต่ละฝ่ายพัฒนาความรู้สึกร่วมกันให้แข็งแรงขึ้น เข้าใจกันและกัน ยอมรับจุดไม่ดีของอีกฝ่าย ไม่ใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล อย่าใช้ตัวเองเป็นตัวตั้ง อย่าพยายามเปลี่ยนคนที่เรารักให้เหมือนกับเรา
4
อย่าเห็นคู่ครองเป็น ‘ของตาย’ จะทำอะไรก็ได้ อย่าคิดว่าพูดจาไม่สุภาพกับอีกฝ่ายได้
4
ก็เหมือนรถยนต์ เราควรตรวจสอบคุณภาพของความสัมพันธ์ของเรากับคู่ครองเป็นระยะ เราเสมอต้นเสมอปลายหรือเปล่า เราดูแลความรู้สึกของอีกฝ่ายหรือไม่
3
ชีวิตคู่ต้องมีความอดทน เพราะชีวิตคู่ไม่เคยราบรื่นเหมือนในหนังรัก
2
รักอย่างเข้าใจ รักอย่างไม่ครอบครอง
สมัยผมเป็นเด็ก มีคำกล่าวว่า “รักแท้คือการเสียสละ” ก็ไม่ผิด เพราะรักแท้คือการยอมให้อีกฝ่ายก่อน คิดถึงเขาก่อนตัวเรา
2
รักแท้เกิดขึ้นได้ ทว่าต้องใช้คนสองคนช่วยกันลงมือ
1
ไม่มีเทพเจ้าองค์ใดกล้ารับประกันความสำเร็จของชีวิตคู่ เราต้องลงมือเอง แต่เราก็คุมได้เพียงส่วนเดียว ที่เหลือเป็นเรื่องปัจจัยภายนอกที่เราคุมไม่ได้
2
แปลว่าอะไรที่บอกว่าที่เหลือเป็นเรื่องปัจจัยภายนอกที่เราคุมไม่ได้?
ชีวิตคนเราไม่ว่าจะโสดหรือแต่งงานแล้ว มีปัจจัยภายนอกมากำหนดเสมอ หน้าที่การงาน สภาวะเศรษฐกิจ ความเปลี่ยนแปลงทางสรีระ ฯลฯ เหล่านี้อาจเบี่ยงทิศของชีวิตคู่ แม้ว่าไม่เคยอยู่ในหัวในวันแรกๆ ที่รักกัน
1
พูดง่ายๆ คือคนเราเปลี่ยนแปลงได้
1
สัจธรรมของโลกคือไม่มีอะไรถาวร ความรักไม่ว่าจะแข็งแรงเพียงใด ก็สามารถเสื่อมลงได้ตามธรรมชาติ เพราะคนเราเปลี่ยนแปลงได้ ความรู้สึกก็เปลี่ยนแปลงได้
1
มีแต่คู่ที่ดูแลเครื่องยนต์ดีมากๆ จึงรอดจากความเปลี่ยนแปลง
แต่หากวันใดความสัมพันธ์เสื่อมลง ความรักชืดชาลง ก็ไม่ต้องโทษชะตาฟ้าดิน
เรื่องรักแบบโซลเมต คู่ครองข้ามชาติภพอยู่ในนิยาย รักในชีวิตจริงซับซ้อน วุ่นวาย เปลี่ยนแปลงได้
2
ชีวิตเป็นเช่นนั้นเอง
ถ้าอยู่ด้วยกันได้แค่ 5 ปี ก็ทำให้ 5 ปีนั้นเป็นช่วงที่ดีที่สุด ถ้าอยู่ด้วยกันได้ 10 ปี ก็ทำให้ 10 ปีนั้นเป็นช่วงที่ดีที่สุด
3
เมื่อเข้าใจธรรมชาติของความเปลี่ยนแปลง ก็เข้าใจชีวิต และยอมรับความเปลี่ยนแปลงได้ด้วยดี
3
คำถามที่ 2
Srikanya Uratnoprakon : “ดิฉันขอถามเรื่องการเลือกที่อยู่อาศัยโดยเริ่มตั้งแต่การเลือกชัยภูมิที่ดีต่อสุขภาพ ในความคิดเห็นและมุมมองของคุณวินทร์ ดิฉันเคยถามคำถามนี้กับหมอ หมอบอกว่าขึ้นอยู่กับคุณจะอยู่ตรงไหนของจังหวัดนั้นๆ คำตอบดังกล่าวก็ยังไม่เฉลยความอยากรู้ของดิฉันนัก”
วินทร์ เลียววาริณ : เรื่องทำเลที่ดีกับสุขภาพ ผมไม่มีความสามารถจะตอบได้ ตอบได้แค่มุมมองในออกแบบสถาปัตยกรรม เพราะเรียนและทำงานมาทางนี้
1
อาจารย์มักสอนให้ออกแบบบ้านให้อยู่สบาย โดยวางบ้านให้ถูกทิศแดดลม ซึ่งเป็นวิถีของคนไทยแต่โบราณ แสดงว่าน่าจะทำให้ชีวิตเป็นสุขจริง
1
การวางบ้านของคนไทยสมัยก่อนคือยกบ้านสูงเพื่อหนีน้ำท่วม วางบ้านรับลมแบบผ่านทะลุ (through ventilation) อากาศจะไม่อับ มีหน้าต่างบานเดียวไม่ทำให้ลมทะลุบ้านได้ ต้องมีอย่างน้อยสองบานที่ขนานกัน ลมจะเข้าบานหนึ่ง และออกอีกบานหนึ่ง
1
นอกจากนี้ควรวางบ้านหลบแดดทิศตะวันตก ดังนั้นกำแพงที่หันเข้าทิศตะวันตกมักจะปิดทึบ หรือมีต้นไม้ใหญ่บดบัง
1
หลังคามักทำสองชั้น หรือมีช่องลมเหนือฝ้า เพื่อไม่ให้หลังคากักอากาศร้อนไว้ภายใน จะทำให้บ้านร้อน
1
นอกจากนี้ก็มีการใช้น้ำ เช่น วางบ่อน้ำหรือสระน้ำใกล้บ้าน เพื่อลดอุณหภูมิ
1
ที่สำคัญคือปลูกต้นไม้มาก เพราะพื้นที่สีเขียวทำให้อากาศเย็น ดูแล้วสบายใจ ต้นไม้ยังช่วยดูดเสียงรบกวน และฝุ่น
2
บ้านยังควรออกแบบให้มีแสงสว่างธรรมชาติ
2
การออกแบบปัจจุบัน ไม่ค่อยสนใจเรื่องแดดลม เพราะถูกกำหนดด้วยการตลาด คอนโดมิเนียมยิ่งแล้วใหญ่ หลายแห่งผิดหลักออกแบบทุกข้อ
2
มีคนบอกว่า ก่อนซื้อบ้าน ควรลองไปเช่าบ้านแถวที่เล็งไว้อยู่สักเดือนสองเดือน ก็จะรู้ว่าอยู่แถวนั้นสบายหรือไม่
2
ในโลกทุกวันนี้ การมีที่ดินสักผืนไม่ใช่หาง่าย ต่อให้มีเงิน แต่การออกแบบบ้านให้เข้ากับธรรมชาติ สามารถช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสบายและมีความสุขได้
และ... อ้อ! เพื่อนบ้านต้องดีด้วย
5
คำถามที่ 3
ไม่ประสงค์ออกนาม : อะไรทำให้ชีวิตคู่ร้าวง่ายที่สุด
วินทร์ เลียววาริณ : เสียงบ่น
2
เสียงบ่นเป็นเรื่องใกล้ตัวเรามาก จนหลายคู่ไม่เคยให้ความสนใจ หรือคิดว่าไม่สำคัญ
1
จริงหรือ?
พ่อแม่ทุกคนรักลูกของตน ไม่ให้ห้องร้อนไป เย็นไป สว่างไป มืดไป ไม่ให้มีเสียงรบกวน
ในเมื่อเราไม่ยอมให้มีเสียงรบกวนลูกที่เรารัก เราก็ไม่ควรยอมให้มีเสียงรบกวนคู่ครองของเราที่เราบอกว่ารัก
1
เสียงรบกวนก็คือเสียงบ่น
เสียงบ่นไม่ใช่เสียงธรรมดา มันรวมพลังลบทุกอย่างเข้าไปด้วย ใครได้ยินเสียงบ่นนานๆ บ่อยๆ ย่อมเป็นโรคประสาทได้ง่าย
2
มันคือขยะในรูปคลื่นเสียง
ลองคิดดูว่า หากเราเข้าร้านกาแฟเจอเพื่อนเก่าคนหนึ่ง เพื่อนเก่าบ่นเรื่องบางเรื่องให้เราฟัง เราไม่ชอบ แต่เรายอมทนฟัง เพราะเรารู้ว่าจะไม่ได้พบกับเขาอีกนาน
2
แต่เมื่อกลับบ้าน คู่ครองของเราบ่นเรื่องต่างๆ ให้เราฟัง มันอาจแย่กว่ากรณีแรก เพราะเราอาจต้องทนฟัง
ครั้งแรกคู่ครองที่ได้ยินเสียงบ่นอาจยอมทน แต่การยอมทนคือการยอมรับ เสียงบ่นจึงมาไม่หยุด เพราะอีกฝ่ายคิดว่าไม่เป็นไร ผ่านไปหนึ่งปี สองปี ห้าปี รอยร้าวก็เริ่มปรากฏ
3
คำแนะนำของผมต่อคนแต่งงานแล้วคือ สังเกตตัวเองว่าชอบบ่นให้อีกฝ่ายได้ยินไหม
ถ้าใช่ ลองเปลี่ยนวิธีการบ่น อัดอั้นเรื่องอะไร ให้เดินไปที่ป้ายรถเมล์ หรือเสาไฟฟ้า แล้วบ่นกับป้ายหรือเสานั้น บ่นจนสบายใจแล้วก็กลับบ้าน
3
ถ้ามีปัญหาอยากให้คู่ครองช่วย ให้บอกปัญหา แต่อย่าบ่นปัญหา
6
‘บอกปัญหา’ กับ ‘บ่นปัญหา’ ไม่เหมือนกัน
4
โฆษณา