19 มี.ค. เวลา 10:19 • หุ้น & เศรษฐกิจ

อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งผลต่อความสัมพันธ์นี้อย่างไร?

หากดอลลาร์คือคู่ชกของทองคำ "อัตราดอกเบี้ย" ก็เปรียบเสมือนกรรมการที่คอยให้คะแนนฝั่งดอลลาร์อยู่ตลอดเวลาครับ โดยเฉพาะนโยบายจากธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ที่นักลงทุนทั่วโลกต่างเฝ้าจับตาดูทุกการประชุม เพราะการขยับตัวเลขดอกเบี้ยเพียงแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์สามารถเปลี่ยนทิศทางกระแสเงินทุนทั่วโลกได้ทันที
หลายคนสงสัยว่าทำไมทองคำที่ดูมั่นคงถึงแพ้ทางดอกเบี้ยขาขึ้นอย่างรุนแรง วันนี้ผมจะพาไปดูความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างครับว่า ทำไมดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นถึงกลายเป็นยาพิษสำหรับราคาทองคำครับ
อัตราดอกเบี้ยคือ "ต้นทุนค่าเสียโอกาส" (Opportunity Cost) ของการถือทองคำครับ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยหรือเงินปันผลให้กับผู้ถือครอง ผลตอบแทนเพียงอย่างเดียวที่เราจะได้จากทองคำคือส่วนต่างราคาซื้อขายเท่านั้น
ในขณะที่การถือเงินดอลลาร์หรือการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยครับ เมื่อ Fed ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย ผลตอบแทนจากการถือครองดอลลาร์และพันธบัตรก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้นักลงทุนมองว่า "การถือทองคำไว้เฉยๆ เริ่มไม่คุ้มค่า" เมื่อเทียบกับการเอาเงินไปฝากหรือซื้อพันธบัตรที่ให้ดอกเบี้ยสูงและมีความเสี่ยงต่ำครับ
นอกจากนี้ การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ยังเป็นตัวขับเคลื่อนให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นโดยตรง เพราะดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนทั่วโลกให้ไหลเข้ามาเก็งกำไรในสกุลเงินดอลลาร์เพื่อรับผลตอบแทนดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
เมื่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากแรงหนุนของดอกเบี้ย ทองคำจึงได้รับผลกระทบสองเด้งครับ คือหนึ่งโดนกดดันจากราคาดอลลาร์ที่แพงขึ้น และสองโดนเทขายจากนักลงทุนที่ต้องการโยกเงินไปหาดอกเบี้ยที่สูงกว่า สภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นจึงถือเป็นข่าวร้ายขั้นรุนแรงของทองคำที่มักจะทำให้ราคาเข้าสู่รอบขาลงได้นานหลายเดือน ตราบใดที่ดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูงหรือมีแนวโน้มจะไปต่อครับ
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.gotradehere.com/the-relationship-between-dollar-and-gold/
*หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
โฆษณา