1 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ

Wang Guanran เด็กหนุ่มอายุ 25 ที่รวย 10,000 ล้านบาท จากการรับมรดกเป็นหุ้นเหมืองทอง

ผ่านไปเพียง 5 ปี วันนี้ราคาทองคำอยู่ที่ประมาณบาทละ 77,000 บาทแล้ว จาก 25,000 บาท
แปลว่า หากใครซื้อทองคำเก็บไว้ 1 ล้านบาท เมื่อ 5 ปีก่อน วันนี้แค่อยู่เฉย ๆ เงิน 1 ล้านบาท จะกลายเป็นเงิน 3 ล้านบาท โดยไม่ต้องทำอะไรเลย
แต่รู้ไหมว่ายังมีคนที่กำไรได้มากกว่านี้ จากอานิสงส์ราคาทองคำที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตลอด 5 ปีที่ผ่านมา
นั่นคือคุณ Wang Guanran ชายหนุ่มอายุ 25 ปี ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท Lingbao Gold Group Co. เจ้าของเหมืองทองในจีน และประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก
เพราะมูลค่าบริษัทของ Lingbao Gold ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาเติบโตจาก 4,000 ล้านบาท กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าประมาณ 136,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 33 เท่าเลยทีเดียว
แล้วเรื่องราวของคุณ Wang Guanran เป็นอย่างไร ?
MONEY LAB จะย่อยเรื่องการเงิน การลงทุน ให้เข้าใจง่าย ๆ
จุดเริ่มต้นของคุณ Wang Guanran ต้องย้อนไปถึงเรื่องราวของคุณ Wang Weidong ซึ่งเป็นพ่อของเขาเอง และเป็นผู้มอบมรดกให้กับคุณ Wang Guanran กับมือเมื่อ 5 ปีที่แล้ว
ที่บอกว่าให้เองกับมือ เพราะปัจจุบันคุณ Wang Weidong ยังมีชีวิตอยู่ แถมอายุเพียง 56 ปี หรือก็คือยังไม่ถึงวัยเกษียณเลยด้วยซ้ำ
แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ที่เรากำลังจะเล่าต่อไป ทำให้เขาต้องรีบโอนหุ้นให้กับลูกของเขา
อันที่จริงจุดเริ่มต้นของคุณ Weidong ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับธุรกิจเหมืองขุดทองคำเลยแม้แต่น้อย
เพราะก่อนหน้านั้นเขาคลุกคลีอยู่ในวงการการเงินมาโดยตลอด เริ่มจากการเป็นเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของจีน
ต่อมาก็ย้ายไปทำงานเป็นวาณิชธนกิจในบริษัทหลักทรัพย์ China International Capital Corp.
และเติบโตกลายเป็นผู้บริหารของบริษัทหลักทรัพย์อีกแห่งที่ชื่อ Beijing Securities ดูแลทั้งแผนกโบรกเกอร์ ที่เป็นนายหน้าในการซื้อขายหลักทรัพย์
รวมถึงแผนกวาณิชธนกิจ ที่ทำหน้าที่ IPO ให้กับบริษัทต่าง ๆ ที่อยากเข้าไประดมทุนในตลาดหุ้น
จนกระทั่งในปี 2007 คุณ Weidong ก็ออกมาเปิดบริษัท Private Equity Fund ของตัวเองที่ชื่อว่า Beijing Jiesi Haneng Asset Management ซึ่งในสมัยนั้นนับว่าเป็นกองทุน Private Equity รายแรก ๆ ของจีน
และในปี 2010 เขาก็ก่อตั้งบริษัทอีกแห่งขึ้นมานั่นคือ บริษัท D&R Asset Management Group
จุดเริ่มต้นที่ทำให้ตระกูล Wang เริ่มเข้าสู่ธุรกิจเหมืองทองคำ เกิดขึ้นในปี 2016
เมื่อคุณ Weidong ใช้บริษัท D&R Asset Management เข้าถือหุ้นของ Lingbao Gold มาจากผู้ถือหุ้นใหญ่ที่เป็นหน่วยงานรัฐ ในสัดส่วน 24% คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนประมาณ 2,300 ล้านบาท
แต่เส้นทางก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะหลังจากนั้นบริษัทก็โดนเพ่งเล็งจากหน่วยงานกำกับดูแล
โดยบริษัทถูกตำหนิ จากการโฆษณาขายกองทุน Private Fund เป็นวงกว้างบนเว็บไซต์ของบริษัท
นอกจากนี้ยังโดนตรวจสอบเรื่องการตั้งประธานบริษัทที่ไม่มีคุณสมบัติด้านการบริหารกองทุนอย่างเพียงพอ ทำให้บริษัทโดนสั่งห้ามออกกองทุนใหม่ เป็นเวลา 6 เดือน
คุณ Weidong จึงตัดสินใจเลิกทำธุรกิจกองทุน และส่งต่อหุ้นในบริษัท D&R และ Beijing Jiesi Weiye ให้กับลูกชายของเขาแทน
ตัดกลับมาที่ลูกชายของเขา คุณ Wang Guanran
คุณ Wang Guanran เกิดเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2000 เขาจบการศึกษามาจากคณะเศรษฐศาสตร์ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัย George Washington University School of Business
เมื่อมีโรคระบาดในปี 2020 เขาก็รีบเรียนให้จบ แล้วกลับมาช่วยธุรกิจที่บ้าน
ขณะที่เขาอายุได้ 20 ปีนั้น เขาถูกแต่งตั้งให้เป็น ประธานบริษัท Shenzhen Jiesi Weiye Holdings ซึ่งเป็นบริษัทของครอบครัวของเขา ที่ดูแลเกี่ยวกับธุรกิจผลิตแร่โลหะทั้งหมด
นอกจากนี้เขายังเข้าร่วมในบอร์ดบริหารของบริษัท Londian Wason Group ซึ่งเป็นบริษัทของครอบครัวอีกแห่ง โดยธุรกิจนี้เป็นผู้ผลิตแผ่นโลหะทองแดง ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในแบตเตอรี่ EV
จนในปี 2023 เขาก็สามารถไต่เต้าขึ้นมาเป็น CEO ร่วมของบริษัทแห่งนี้ได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของบริษัท Lingbao Gold เขากลับไม่มีส่วนร่วมในการบริหาร เป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ แถมเป็นกรรมการบริษัทที่ไม่มีอำนาจบริหาร
นอกเหนือจากงานด้านการบริหารธุรกิจของครอบครัวแล้ว คุณ Wang Guanran ยังมีงานอดิเรกที่น่าสนใจอีกด้วย
คือการเขียนบล็อกท่องเที่ยว ชื่อ “Dominicus”
ซึ่งในปี 2019 สื่ออย่าง AFP ก็เคยลงข่าวถึงเขาด้วยว่า เขาสามารถหาวิธีจองตั๋วสายการบิน Cathay Pacific แบบ First Class ได้ในราคาถูกเหลือเชื่อ
ปัจจุบันคุณ Wang Guanran ถือหุ้นในบริษัท Lingbao Gold คิดเป็นสัดส่วน 31% โดยถือหุ้นผ่านบริษัท Shenzhen Jiesi Weiye
และในตอนนี้ตระกูล Wang ก็กำลังวางแผนเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจ Private Equity ไปสู่ธุรกิจผลิตโลหะมีค่า
โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ในช่วงที่ราคาทองคำเป็นขาขึ้น บริษัท Lingbao Gold ก็อาศัยจังหวะนี้ขยายธุรกิจออกไปยังต่างประเทศ
ไม่ว่าจะเป็นการซื้อหุ้นของบริษัท St Barbara Mining เจ้าของเหมืองทองในปาปัวนิวกินี
นอกจากนี้ยังมีการลงทุนในบริษัทเหมืองทองในอเมริกาใต้ชื่อ Titan Minerals เจ้าของเหมือง The Dynasty Gold Project ในเอกวาดอร์ ในสัดส่วน 9.9% ด้วย
เมื่อมีการกระจายความเสี่ยงไปหลากหลายประเทศ ประกอบกับราคาทองคำที่พุ่งขึ้นเรื่อย ๆ
จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมมูลค่าของบริษัทแห่งนี้สามารถเติบโตได้ถึง 33 เท่า ภายในระยะเวลาแค่ 5 ปี
ด้วยราคาหุ้นที่เพิ่มมากขึ้นขนาดนี้ ก็ส่งผลให้คุณ Wang Guanran มีความมั่งคั่งประมาณ 39,000 ล้านบาท
และในอนาคตความมั่งคั่งของคุณ Wang Guanran ก็อาจเพิ่มมากขึ้นกว่านี้ เพราะบริษัท Londian Wason Group ซึ่งเป็นอีกธุรกิจของครอบครัว Wang ก็มีแผนจะเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นเช่นกัน
เรื่องราวของตระกูล Wang แสดงให้เราเห็นว่า การลงทุนไม่ได้มีแค่วิธีการเดียวเท่านั้น
หลายคนเมื่อคาดว่าราคาทองคำจะขึ้น ก็มักจะนึกถึงแต่การซื้อทองคำกันเพียงอย่างเดียว
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีสินทรัพย์อื่น ๆ ที่ได้ประโยชน์จากราคาทองคำที่พุ่งขึ้นด้วย เช่น หุ้นในเหมืองทองคำ ที่มีคุณภาพธุรกิจดี มีแผนการเติบโตที่ชัดเจน
แต่ถ้าเราไม่รู้ว่าจะวิเคราะห์คุณภาพธุรกิจเหมืองทองคำอย่างไร ทางเลือกที่น่าสนใจก็คือกองทุน TLGOLDPLUS
กองทุนใหม่จาก บลจ.ทาลิส ที่ออกแบบมาด้วยแนวคิดการจัดพอร์ตแบบผสมผสานระหว่าง การลงทุนในทองคำแท่ง ผสมกับการลงทุนในหุ้นเหมืองทอง
ดังนั้นกองทุน TLGOLDPLUS จึงตอบโจทย์การลงทุนในทองคำ ที่ไม่ได้จำกัดผลตอบแทนอยู่กับแค่การเคลื่อนไหวของราคาทองคำอย่างเดียว
แต่มอบโอกาสให้ผู้ลงทุนรับผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากราคาหุ้นเหมืองทองที่มีโอกาสเติบโตมากกว่าด้วย..
คำเตือน : กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในตราสารต่างประเทศ ผลการดำเนินงานในอดีตของบริษัทหรือดัชนีอ้างอิง มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน บริษัทอาจมีความสัมพันธ์หรือความเกี่ยวข้องกับผู้ออกหรือผู้จัดการกองทุนที่ปรากฏในเนื้อหานี้
#ลงทุน
#ทองคำ
#เศรษฐีจีน
โฆษณา