20 มี.ค. เวลา 12:08 • นิยาย เรื่องสั้น

เรื่อง   ชีวิตวิถีช่าง...เกื้อ

โดย...ช่างแอร์ในตำนาน
“ชีวิตตามวิถีช่างแอร์...
กับเรื่องราวของวิถีชีวิตในชนบท...”
ตอนที่5  เช็คแอร์
เมื่อเกื้อแบกบันไดมาถึงในห้อง เขาเห็นบอลนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ปลายที่นอนของเขาระหว่างรอเพื่อน เกื้อเริ่มรู้สึกถึงความเย็นของแอร์ได้แล้วเบา ๆ
เขาวางถังกับบันไดลง และรื้อค้นในถังสีใบนั้น เขาหยิบผ้าใบผืนหนึ่งสีฟ้าสลับขาวเป็นแถบ คลี่ออกแล้วปูลงบนพื้นตรงหน้าแอร์
จากนั้นเกื้อหยิบผ้าใบอีกผืนหนึ่ง เดินไปทางบอลที่นั่งดูการกระทำต่าง ๆ ของเขา
บอลถามเกื้อแบบงง ๆ "มึงสิเฮ็ดอีหยัง"
เกื้อสั่งเชิงบอก "ลุก ๆ กูสิปูผ้า" บอลไม่ตอบแต่ยื่นมือมาจับชายของผ้าอีกฝั่งเพื่อปูช่วยกัน
และล้วงมือลงไปหยิบผ้าอีกผืนหนึ่ง จากถังสีมาถือไว้ กางบันไดก่อนปีนขึ้นไปคลุมตู้เสื้อผ้า
ส่วนบอลยืนดูงง ๆ ขณะเก็บโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกง พร้อมถามเบา ๆ อย่างสงสัยว่า
"มึงต้องเอ้ดขนาดนี้เลยบ้อ ปล่อยไว้โลดกะได้เด่วกูเช็ดเองดอกบาดแร้ว"
เกื้อหันมาตอบเบา ๆ
"บ่เป้นหยังดอกกันไว้ก่อน กูเอ้ดประจำจนชินแร้ว"
เขาเว้นไปนิด หยุดแล้วถามต่อ
"คอยร้อนยุทางได่ละพากูไปเบิ่งแน"
"ป้ะ ยุทางหลังบ้านหม่องโรงจอดรถ" บอลพูดจบ หันหลังเดินนำออกไปจากห้อง
บอลเดินออกมาจากประตูห้อง กลับมาทางเดิมที่เขาเดินมาจากทางหน้าบ้านเล็กน้อย และเลี้ยวซ้ายไปทางห้องครัวที่เปิดโล่งแบบไม่มีประตู มีแค่เคาน์เตอร์ที่สูงประมาณเอวไว้ใช้สำหรับวางของต่าง ๆ อยู่ระเกะระกะเกือบเต็มพื้นที่
เกื้อเดินตามไป เห็นประตูครัวเปิดทิ้งไว้
เกื้อเดาว่าน่าจะเป็นชมพู่เปิดไว้ เพราะก่อนหน้านี้เห็นชมพู่เดินไปทางห้องครัวแล้วไม่เห็นกลับมาทางเดิม ถัดจากประตูเขาเห็นมีตู้เย็นแบบ 2 ประตูตั้งอยู่ข้าง ๆ กัน
เกื้อเดินตามบอลไป เขาเหลือบขึ้นไปมองด้านบนของกำแพงฝั่งที่เป็นห้องนอน เห็นเป็นรางครอบท่อแอร์แบบที่เขาคุ้นเคยและใช้เป็นประจำ
สังเกตว่ารางครอบมันดูเอียงเล็กน้อยออกไปทางกำแพงของบ้าน จุดที่ทะลุกำแพงอยู่เหนือประตูไปพอสมควร เขาสังเกตเห็นว่าด้านล่างของรางครอบท่อนั้นเหมือนจะมีคราบดำ ๆ จาง ๆ ตลอดแนว
เกื้อหันมามองบอลที่กำลังจะเปิดประตูด้านหลังบ้าน พอดีเหลือบไปเห็นประตูห้องน้ำเปิดอยู่ เขาเลยส่องหน้าเข้าไปดูในห้องน้ำเหมือนหาอะไรสักอย่าง ปล่อยให้บอลเปิดประตูและเดินออกไปก่อนคนเดียว
เกื้อยื่นหน้าไปสำรวจภายในห้องน้ำสักพักค่อยเดินตามบอลออกไปทางประตูที่เห็นบอลเดินออกไปก่อน
พอพ้นประตู มีกลิ่นขี้หมูจาง ๆ โชยมาอ่อน ๆ เกื้อเห็นรถกระบะสีขาวคันหนึ่งจอดอยู่ หันหน้ามาทางเขา
เขาเห็นบอลยืนดูอยู่ตรงคอยล์ร้อนที่วางบนยางรองสีดำสูงประมาณ 10 เซนฯ บนพื้นปูนของโรงรถ เยื้อง ๆ มาด้านหน้ารถเล็กน้อย
เขาเห็นคราบตะไคร่และมอสสีเขียว ๆ เต็มพื้น รอบ ๆ และใต้คอยล์ร้อน
เกื้อเดินเข้าไปใกล้ ได้ยินเสียงลม "วืดดด ๆ" ดังมาต่อเนื่อง จากนั้นเอื้อมมือไปหยิบไขควงเช็กไฟที่เหน็บอยู่แขนเสื้อข้างซ้าย จิ้มลงตรงหัวน็อตยึดโครงของเครื่อง แต่ไม่มีไฟขึ้นตรงที่มือเขาจับไขควง
'โอเค' เกื้อคิดในใจ แล้วเขาก็เก็บไขควงคืนที่เดิม
เขาเดินอ้อมเครื่องไปอีกฝั่งที่มีท่อน้ำยาที่ถูกพันด้วยเทปพันท่อที่เขาคุ้นเคย มันกรอบตามอายุการใช้งานทำให้เห็นฉนวนหุ้มท่อสีขาวออกเหลือง
เสียงคอมเพรสเซอร์กำลังทำงานดัง "อืด…" ยาว ๆ เบา ๆ แต่ต่อเนื่องตลอดเวลา พัดลมส่งลมออกมาแรงตามปกติของมัน เป่าลมอุ่น ๆ ออกมาปะทะแขนเขาบางช่วง
เกื้อก้มมองลงไปยังปลายท่อน้ำทิ้ง เห็นมีตะไคร่น้ำขึ้นอยู่เต็มพื้นที่ เป็นวงกว้าง เห็นมีน้ำไหลเบา ๆ 'ส่ำพอน้ำหยดล่ะ' เกื้อคิดในใจ เขามั่นใจสาเหตุที่น้ำหยดลงมาในห้องแล้ว
เขานั่งยอง ๆ ลง เอามือจับตรงข้างเครื่องตรงที่เป็นทองเหลืองรู้สึกถึงความเย็นของทองเหลืองได้อย่างชัดเจน สักพักก็ปล่อยแล้วยืนขึ้น พูดเบา ๆ
"ปกติดี คอมฯทำงาน น้ำยาครบ บ่ขาด"
เกื้อพูดเบา ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
บอลยืนดูการกระทำของเกื้องง ๆ ก่อนพูดขึ้นอย่างสงสัยว่า
"อ้าว ๆ บักเกื้อมึงเอามือจับเครื่องแค่นี้แร้วมึงก้ฝะบอกว่าปกติน้ำยาบ่ขาด มึงบ่คึดสิเอาหยังมาเสียบเบิ่งให้กุก่อนบ้อ.."
บอลพูดปนฉุนนิด ๆ ว่าเพื่อนล้อเล่นหรือเปล่า เพราะปกติที่เขาเคยเห็น เวลามีช่างมาล้างแอร์ เขาจะถือเกจมาเสียบวัดน้ำยาและเติมน้ำยาให้ทุกครั้ง
แต่ครั้งนี้เพื่อนเขากลับทำแค่ยืนดู เอามือจับทีเดียว แล้วบอกปกติ
เกื้อยกมือขึ้นเหมือนพยายามบอกให้ใจเย็น ๆ พลางพูดเรียบ ๆ
"กะมันปกติดี แค่ท่อน้ำถิ่มมันตันซื่อ ๆ มึงสิให้กุบอกว่าจั่งได่ละ"
เขาไม่ได้อยู่ฟังว่าบอลจะอ้าปากพูดอะไรต่อ
เกื้อหันหลังเดินอ้อมไปทางด้านหลังรถกระบะ ไปทางด้านหน้าบ้านที่รถพ่วงข้างเขาจอดอยู่ เพื่อเตรียมเครื่องมือ
โฆษณา