23 มี.ค. เวลา 05:00 • ท่องเที่ยว

Maple (ต้นเมเปิล) เป็น “ต้นไม้แห่งแคนาดา” ทั้งในเชิงธรรมชาติ เศรษฐกิจและการออกแบบเมือง

จึงทำให้มีการปลูกเมเปิลเยอะมากและมากขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลที่ทุกคนก็จะปลูกก็คือ
1) เป็นไม้ท้องถิ่น แข็งแรงกับอากาศหนาว Maple เป็น native species ของแคนาดาที่
• ทนหนาวจัด
• ทนหิมะ
• รากแข็งแรง
• อยู่ได้ 80–150 ปี
• ไม่ต้องดูแลมาก
เทศบาลเลยเลือกปลูกเพราะถูกกว่า + อยู่ทน + เสี่ยงตายน้อย
2) ใบสวย สีเปลี่ยนฤดูใบไม้ร่วง = Tourism + Value เมือง
Autumn foliage ของ maple คือของขึ้นชื่อโลก
• ดึงนักท่องเที่ยว
• เพิ่มมูลค่าพื้นที่
• ทำให้ neighbourhood ดูดี
เมืองเลยนิยมปลูกเป็น “street tree”
3) ให้ร่มเงาดี ลดความร้อนเมือง (Urban heat island) เพราะ Maple มีใบใหญ่ พุ่มแน่น และให้ shade ดีมาก ช่วยลดอุณหภูมิถนน ประหยัดไฟแอร์ และปกป้อง asphalt และ sidewalk
4) เศรษฐกิจ: Maple syrup มหาศาล
Canada ผลิตได้ 70–75% ของ maple syrup โลกโดย Quebec คือเบอร์ 1 โลก
พันธุ์ที่ใช้คือ Sugar maple ใช้ทำน้ำเชื่อม และเป็น soft power สินค้าส่งออก
5) สัญลักษณ์ชาติ Maple leaf = อยู่บนธงชาติ นอกจากธงยังพบได้บนเหรียญ โลโก้รัฐบาล โรงเรียนและสวนสาธารณะเพราะมันคือ identity ทางวัฒนธรรมของแคนาดา
6) เป็นไม้เมืองที่ดี (Urban friendly) เนื่องจาก
• รากไม่ดันถนนมาก
• โตสวยเป็นทรง
• ไม่หล่นผลหนักใส่รถ
• ไม่มียางพิษ
เทศบาลชอบมากจึงนำมาปลูกตามถนนชนิด
Maple ที่ปลูกบ่อย
Sugar Maple นำมาทำน้ำเชื่อม , ใบแดงสวย , โตช้าแต่อยู่ยาว
Red Maple โตเร็ว , สีแดงจัด ทนต่อเมืองที่มีการเติบโต
Norway Maple ปลูกเยอะตามถนน ทน pollution แต่บางเมืองเริ่มเลิกเพราะ invasive
Silver Maple โตเร็วมากแต่กิ่งเปราะ แตกหักง่ายเวลามีพายุ
Maple ปลูกเยอะตามเมืองเพราะว่าคุ้มทุกมิติ มีหลายเหตุผลได้แก่
1. ทนหนาว
2. ต้นโตเต็มที่แล้วสวยงามมาก
3. ให้ร่มเงา
4. เพิ่มมูลค่าให้กับเมือง
5. ทำเงินจาก syrup
6. เป็นสัญลักษณ์ชาติ
โฆษณา