3 ชั่วโมงที่แล้ว • บันเทิง

รวมดราม่า Oscar 2026 แบบฉ่ำๆ

ทุกอย่างเริ่มในห้องประชุมขนาดใหญ่ที่มหาวิทยาลัย Texas วันที่ 21 กุมภาพันธ์
Timothée Chalamet นั่งคุยกับ Matthew McConaughey ในงาน CNN & Variety Town Hall สไตล์บรรยากาศพี่สอนน้อง สองดาราต่างรุ่นแลกเปลี่ยนประสบการณ์อุตสาหกรรมภาพยนตร์ เรื่องที่คุยกันคือว่าคนดูยุคนี้ต้องการความเร็ว ต้องการความบันเทิงฉับพลัน แล้ว Chalamet ก็พูดประโยคที่ไม่น่าพูด
"ผมไม่อยากทำงานในบัลเลต์หรือโอเปร่า หรืออะไรก็ตามที่ต้องมีคนออกมาตะโกนว่า 'ช่วยกันรักษามันไว้ด้วย ทั้งที่ไม่มีใครสนใจอีกต่อไปแล้ว' ขอโทษทุกคนในวงการบัลเลต์และโอเปร่านะครับ" แล้วเขาก็หัวเราะแล้วพูดว่า "ผมเพิ่งสูญคนดูไป 14 เซ็นต์เลย"
คนในห้องหัวเราะ เขาดูรู้ตัวว่าพูดอะไรไป แต่สายเกินไปแล้ว
คลิปนั้นแพร่ออกไปในโซเชียลมีเดียปลายสัปดาห์เดียวกัน และสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นนั้นคือหายนะแบบที่ทีมประชาสัมพันธ์ฝันร้ายถึง The Metropolitan Opera โพสต์วิดีโอมอนตาจแสดงให้เห็นว่ากว่าจะออกแสดงได้หนึ่งรอบต้องใช้คนกี่คน พร้อมแคปชั่น "อันนี้สำหรับคุณ @tchalamet" Royal Ballet and Opera London ตอบว่าคืนหนึ่งๆ มีคนหลายพันคนมาดูบัลเลต์และโอเปร่าของพวกเขา และเชิญเขามาดูว่ามันเป็นอย่างไร English National Opera ให้ตั๋วฟรี
LA Opera ตอบสวนว่าตั๋วโอเปร่าของพวกเขาขายหมดแล้ว "มีเหลืออยู่นิดหน่อยถ้าจะซื้อ" Seattle Opera ปล่อยโค้ดส่วนลด 14% ชื่อ "TIMOTHEE" พร้อมข้อความว่า "Timmy คุณก็ใช้ได้นะ 💃" และ Ballet Austin ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง Austin เมืองเดียวกับที่เขาพูดเรื่องนี้ ลงโพสต์ว่า "Timothée คุณอยู่ที่ Austin คุณอยู่ห่างจากเราแค่ไม่กี่ช่วงตึก" แล้วประกาศให้ตั๋วฟรีกับทุกคนที่ชื่อ Timothée, Timothee หรือ Timothy
Doja Cat โพสต์ตำหนิเขาว่าให้ "หุบปาก" แต่ถอนคำพูดในวันถัดมาด้วยความซื่อสัตย์ที่น่าฉงน บอกว่าตัวเองไม่เคยดูโอเปร่าหรือบัลเลต์เลยสักครั้งในชีวิต แค่อยากจะ "ส่งสัญญาณว่าฉันดีนะ" และ "อยากกอดคนอื่น" ซึ่งทำให้เรื่องกลายเป็นสองดราม่าพร้อมกันทันที
ที่หนักกว่านั้นคือเรื่องมาถึงหูอาจารย์ใหญ่โรงเรียนเก่าของเขา Deepak Marwah อาจารย์ใหญ่ Fiorello H. LaGuardia High School โรงเรียนศิลปะในนิวยอร์กที่ Chalamet จบมา ออกจดหมายเปิดผนึกบอกว่าโรงเรียนพวกเขาไม่เคยจัดอันดับความสำคัญของศิลปะแต่ละแขนง และถ้าการแสดงหนึ่งรอบ โน้ตดนตรีหนึ่งตัว หรือท่าเต้นหนึ่งท่าแตะต้องจิตใจคนแม้แต่คนเดียว มันก็มีคุณค่าในตัวเอง
และที่ทำให้เรื่องแสบเป็นพิเศษคือ Chalamet มีคุณย่า แม่ และน้องสาวที่ล้วนเคยเต้นบัลเลต์ใน New York City Ballet มาก่อน อินเทอร์เน็ตขุดรูปเขาใส่หมวก New York City Ballet มาปั่นต่อทันที
ฝั่งธุรกิจโดนด้วย มีรายงานว่า Cartier แบรนด์ที่ Chalamet เป็นพรีเซนเตอร์มูลค่า 35 ล้านดอลลาร์ ส่งอีเมลตอบแฟนคลับที่ร้องเรียนว่าความเห็นของเขา "ไม่สะท้อนค่านิยมของ Cartier" เพราะ Cartier เป็นผู้สนับสนุน Sydney Opera House และวงการบัลเลต์มาตลอด Kevin O'Leary นักแสดงร่วมใน Marty Supreme พยายามแก้เกมในงานออสการ์โดยบอกนักข่าวว่า "เขาโดนกล่าวหาผิดๆ"
แล้วคืนวันที่ 15 มีนาคมก็มาถึง
Misty Copeland อดีตนักบัลเลต์ American Ballet Theatre ที่เป็นหนึ่งในคนวิจารณ์ Chalamet ดังที่สุด ปรากฏบนเวที Dolby Theatre ระหว่างการแสดงดนตรีจาก Sinners คืนนั้น เธอเต้นบัลเลต์ประกอบเพลง Chalamet นั่งดูอยู่แถวหน้า Conan O'Brien ขึ้นกล่าวเปิดงานด้วยมุกว่า "คืนนี้ security แน่นมาก เพราะเราเป็นห่วงเรื่องการโจมตีจากวงการบัลเลต์และโอเปร่า พวกเขาแค่โกรธที่คุณไม่รวม jazz ไว้ด้วย" กล้องตัดมาที่ Chalamet กำลังยิ้ม Kylie Jenner นั่งข้างๆ ยิ้มด้วย แต่รอยยิ้มแบบนั้นอ่านออก
ยังไม่จบ Alexandre Singh ผู้กำกับ Two People Exchanging Saliva ที่ชนะ Best Live Action Short Film ขึ้นรับรางวัลแล้วพูดในสุนทรพจน์ว่า "บางทีต้องใช้เวลาสิบปี แต่เราสามารถเปลี่ยนสังคมผ่านศิลปะ ผ่านความสร้างสรรค์ ผ่านโรงละครและบัลเลต์" เขาหยุดนิดหนึ่งเพื่อให้เสียงฮือในห้องสงบลง แล้วพูดต่อว่า "และก็ผ่านภาพยนตร์" Conan O'Brien กวักมือเรียก Chalamet จากเวทีอีกครั้งระหว่างคืน "เราโอเคใช่มั้ย?" แล้วหันมาบอกคนดูว่า "เขาคิดว่าไม่โอเค"
มีรายงานจาก The Sun อ้างพยานในงานว่า Chalamet และ Jenner หายออกจากที่นั่งแถวหน้าไปนานเกือบหนึ่งชั่วโมงระหว่างงาน มี seat filler มานั่งแทน และกลับมาก่อนประกาศผล Best Actress และ Best Actor เพียงเล็กน้อย
ผลออกมา Michael B. Jordan ชนะ Best Actor จาก Sinners ส่วน Marty Supreme ชิงเก้าสาขา ไม่ได้กลับบ้านพร้อมอะไรเลยแม้แต่รางวัลเดียว
นักอ่านปาก Nicola Hickling ถูก Daily Mail จ้างให้วิเคราะห์คลิปที่กล้องจับ Chalamet และ Jenner คุยกันระหว่างงาน ผลที่ออกมามีสองเวอร์ชั่นจากสองสำนักข่าว The Mirror รายงานว่า Jenner กลอกตาแล้วพูดว่า "ตอนนี้แกเป็นเด็กแล้ว หุบปากได้แล้ว" ขณะที่ Page Six รายงานว่า Chalamet พูดกับ Jenner ว่า "ผมเกลียดสิ่งนี้" แล้ว Jenner ตอบว่า "เราโอเค นะ?" และ Chalamet พูดว่า "คืนนี้ผมต้องการกอด" ซึ่งทั้งสองเวอร์ชั่นล้วนเป็นประเด็นในแบบต่างกัน
Travis Scott อดีตแฟนของ Jenner และพ่อของลูกสองคนของเธอ โพสต์ Instagram Story รูป Michael B. Jordan กำลังรับรางวัล Best Actor โดยไม่มีคำบรรยาย ซึ่งเพียงพอแล้วสำหรับอินเทอร์เน็ตที่จะตีความ
ข่าวที่ตามมาหลังออสการ์คือมีแหล่งข่าวบอกกับ StyleCaster ว่า Chalamet "โทษ Jenner" ส่วนหนึ่งสำหรับการแพ้ โดยเชื่อว่า "กระแส Kardashian-Jenner" กระทบภาพลักษณ์ของเขากับผู้ลงคะแนน แหล่งข่าวฝั่ง Jenner โต้กลับว่าเธอ "โกรธมาก" และ "บอกเพื่อนว่าการแพ้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเธอเลย" แต่ที่ตลกร้ายที่สุดคือ Vanity Fair Oscars Party คืนนั้น ทั้งคู่ถ่ายรูปด้วยกัน แพ็คกิ้งกันอยู่ และ Kris Jenner แม่ของ Kylie มาปลอบ Chalamet ด้วยตัวเอง
ขณะที่ดราม่าคู่รักกำลังวนอยู่ ก็มีดราม่าที่โกรธหนักกว่านั้นในอีกทิศหนึ่ง
ช่วง In Memoriam ปีนี้ขยายเวลาออกเป็น 15 นาทีซึ่งยาวผิดปกติ เพราะปีที่ผ่านมาวงการสูญเสียหลายคนเป็นพิเศษ Rob Reiner, Diane Keaton, Robert Redford ต่างได้รับการอุทิศเวลาเป็นพิเศษ Billy Crystal ร้องไห้บนเวทีขณะพูดถึง Reiner, Rachel McAdams ขึ้นพูดถึง Keaton, Barbra Streisand ร้องเพลง The Way We Were เพื่อ Redford แต่หลังจาก 15 นาทีนั้นจบ
คนก็สังเกตทันทีว่าไม่มีชื่อ Brigitte Bardot ไม่มี James Van Der Beek ที่เสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้อายุ 48 ปีในเดือนกุมภาพันธ์ และไม่มี Eric Dane ที่เสียชีวิตด้วย ALS อายุ 53 ปีในเดือนเดียวกัน รวมถึง Malcolm-Jamal Warner, Robert Carradine และ Bud Cort
ฝรั่งเศสระอุหนักที่สุด เพราะ Bardot ไอคอนหนัง New Wave ระดับโลก อายุ 91 ปีตอนที่จากไปวันที่ 28 ธันวาคม 2025 ถูกตัดออกจากการถ่ายทอดสดทั้งที่ชื่อของเธออยู่บนเว็บไซต์ Academy หลังงานจบ แฟนๆ ยุโรปหลายคนชี้ตรงๆ ว่าปีก่อน Academy ตัด Alain Delon ออกเช่นกัน และตั้งคำถามว่านี่คือรูปแบบที่จงใจหรือไม่ บัญชี DepressedBergman บน X ซึ่งมีผู้ติดตามหลายแสนคนโพสต์ว่า "ผมสันนิษฐานว่าพวกเขาถูกตัดออกเพราะการเมือง
แต่หน้าที่ของ Academy คือจดจำพวกเขาจากผลงานด้านภาพยนตร์ ความเห็นทางการเมืองไม่ควรนำมาพิจารณา" ซึ่งเปิดประเด็นใหม่ขึ้นมาว่า Bardot ที่ถูกตัดสินว่ายุยงความเกลียดชังทางเชื้อชาติถึงห้าครั้งในศาลฝรั่งเศส และเขียนในหนังสือเดือนสุดท้ายของชีวิตว่านักการเมืองขวาจัดคือ "ยาเร่งด่วนเดียวที่จะช่วยฝรั่งเศสได้" ควรได้รับการจดจำในฐานะนักแสดงหรือไม่ ส่วนงาน Césars ที่ฝรั่งเศสก็ไม่ราบรื่น มีคนในห้องโห่และตะโกนว่า "racist!" เมื่อมีการกล่าวถึงเธอในพิธีเดือนกุมภาพันธ์
Academy ไม่ออกแถลงการณ์ใดๆ แต่เพิ่มชื่อบนเว็บไซต์
จากนั้นเช้าวันที่ 16 มีนาคม ก็มีโพสต์หนึ่งบน X ที่ไม่มีดาราไม่มีชื่อนักแสดง
Matt Neglia บรรณาธิการบริหารเว็บไซต์ Next Best Picture ถ่ายรูปภายใน Dolby Theatre หลังแขกทยอยออกไปหมด แล้วโพสต์พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ว่า "Clean up on aisle ALL" รูปในนั้นคือที่นั่งชั้นบนของโรงละคร ที่นั่งสีแดงเบอร์กันดีล้อมรอบทางเดินที่เต็มไปด้วยขวดน้ำ กล่องอาหาร ซองขนม กระดาษ ทุกอย่างถูกทิ้งไว้ตรงนั้นราวกับไม่มีใครเดินผ่านมา
โพสต์นั้นได้ยอดวิวเกิน 5 ล้านภายในคืนเดียว
สิ่งที่ทำให้มันจุดกระแสได้แรงกว่าแค่รูปสกปรกทั่วไปคือบริบทที่ห้อมล้อมอยู่ คืนเดียวกันนั้นมีการกล่าวสุนทรพจน์ขึ้นเวทีเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องความเท่าเทียม เรื่องการดูแลโลก ชุดที่นั่งอยู่ในนั้นรวมกันมูลค่าหลายล้านดอลลาร์
และทั้งหมดนั้นถูกทิ้งไว้ให้ทีมทำความสะอาดจัดการในคืนเดียว คอมเมนต์ที่ได้ยอดไลค์สูงที่สุดคน หนึ่งเขียนว่า "คนรวยทิ้งขยะไว้ให้คนจนเก็บเหมือนเดิม" อีกคนเขียนว่า "'ช่วยกันรักษาโลก ลดพลาสติก' แต่ดูสิ่งที่ทิ้งไว้" และมีคนหนึ่งล้อเลียนชื่อหนังที่ชนะ Best Picture คืนนั้นว่า "One Bottle After Another"
TMZ เป็นคนออกมาเพิ่มบริบทว่าที่นั่งในรูปเป็นโซนชั้นบนสุด ซึ่งดาราแถวหน้าไม่ได้นั่ง เป็นโซนของผู้ชมทั่วไปและสื่อมวลชน ซึ่งบางคนใช้ข้อนี้แก้ต่างว่าไม่ใช่ความผิดของคนดัง แต่ก็มีคนโต้กลับว่า Japan มีถังขยะสาธารณะแทบไม่มีเลยแต่เมืองไม่เคยหน้าตาแบบนี้ และมีคนชี้ว่าปัญหาจริงคือ Academy ไม่จัดถังขยะในทางเดินแต่ละแถวเลยตลอดทั้งคืน
สื่อสเปนและละตินอเมริกาหยิบเรื่องนี้ไปขยายต่อในกรอบที่กว้างกว่านั้น ไม่ใช่แค่ว่าคนรวยสกปรก แต่เชื่อมกับทุกสุนทรพจน์ที่พูดถึงความยุติธรรมทางสังคมในคืนเดียวกัน มีการนำรูปมาวางคู่กับสกรีนช็อตคำพูดบนเวทีที่ดูย้อนแย้งกันอย่างชัดเจน
โพสต์ Neglia ยังอยู่บน X และยังมีคนคอมเมนต์อยู่จนถึงวันนี้
โฆษณา