1 ชั่วโมงที่แล้ว • หนังสือ

ฆาตกรรมสามัญประจำบ้าน

ถ้าถามว่ามีหนังสือในเครือของ Biblio เยอะแค่ไหน ชั้นหนังสือในรูปคงตอบได้ เพราะหนังสือสำนักพิมพ์นี้กินพื้นที่บนชั้นไปพอๆกับหนังสือทั้งหมดในเครืออมรินทร์ แต่ถามว่าได้อ่านเยอะแค่ไหนก็คงต้องตอบว่า ไม่อะ 5555555 ครั้งนี้ก็เลยตั้งใจว่าต้องเคลียร์อย่างน้อยสักเล่ม และ #ฆาตกรรมสามัญประจำบ้าน จาก Beat ก็คือตัวเลือกนั้น
ตระกูล "คันนิงแฮม" เป็นครอบครัวที่มีชื่อเสียที่สุดในเมือง เพราะทุกคนในครอบครัวของเขาล้วนเคยฆ่าคนกันมาแล้วทั้งนั้น แต่พวกเขาไม่ใช่ฆาตกรโรคจิตที่เสพติดการสังหาร พวกเขาหลายคนก็แค่โชคร้าย และบางคนก็เป็นคนดี อย่างที่ "เออร์เนสต์ คันนิงแฮม" เชื่อว่าตนเองเป็น ด้วยเหตุนี้เขาจึงส่งพี่ชายตัวเองเข้าคุก และเข้าหน้ากันไม่ติดกับครอบครัวมานับตั้งแต่นั้น
แต่แล้ววันหนึ่งอาของเขาก็ตัดสินใจจัดงานรวมญาติขึ้น สถานที่คือสกีรีสอร์ตกลางภูเขาสูงชัน ในช่วงที่พายุหิมะกำลังมา ช่างเหมาะกับฉากการฆาตกรรมเสียเหลือเกิน เพราะในเช้าวันถัดไปก็มีคนพบศพชายนิรนามนอนจมกองหิมะอยู่บนภูเขา สิ่งที่แปลกคือหน้าของเขากลับเป็นสีดำสนิทเหมือนถูกไฟไหม้ เออร์เนสต์เริ่มสงสัยว่างานนี้คนในครอบครัวของเขาจะมีเอี่ยวด้วย แต่มันจะเป็นอย่างนั้นจริงหรือ?
เป็นนิยายสืบสวนที่อ่านแรกๆรู้สึกแปลกๆ จะว่าน่าเบื่อก็ไม่เชิง แต่มันแค่ไม่ชินมากกว่า เนื่องจากนักเขียนตั้งใจเขียนล้อเลียนนิยายสืบสวนยุคปัจจุบัน ทั้งเรื่องเซ็ตติ้งที่เป็นสถานที่ปิดตาย ผู้ต้องสงสัยจำกัด เหตุการณ์เหนือธรรมชาติใดๆ แถมอีตาเออร์เนสต์ที่เป็นตัวดำเนินเรื่องก็ยังชอบคิดอะไร พูดอะไรกวนๆอีก คืออ่านแล้วก็ขำ แต่บางครั้งแกก็พล่ามไปเรื่อยอยู่ 🤣
อ้อ เล่มนี้จะใช้วิธีการเล่าเหมือนเราอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เออร์เนสต์เป็นคนเขียนขึ้นมานะ ซึ่งอันนี้แหละเป็นลูกเล่นที่เราจะได้รู้ว่าการพล่ามไปเรื่อยของแกมันไม่ได้ไร้สาระซะทีเดียว มันคือวิธีการสอดแทรกปริศนาบางอย่างเอาไว้ อืมม จริงๆแล้วใช้คำว่าบอกออกมาโต้งๆเลยน่าจะถูกกว่า เพียงแต่เราไม่รู้เพราะไม่ได้ใส่ใจพอจะเอามาตีความจริงจัง พี่แกถึงขั้นบอกสปอยล์ไว้หมดตั้งแต่บทนำเลยด้วยซ้ำว่าใครตายหน้าไหนบ้าง ปั่นสุดๆ 55555
แล้วเนื้อเรื่องนี่คือชุลมุนมาก เป็นบ้านที่วุ่นวายโคตรๆอะ อีนุงตุงนังกันไปหมด คือพออ่านแล้วเริ่มชิน เริ่มจับทางได้ว่าสไตล์การเล่าเป็นแบบนี้ คุณจะรู้สึกเลยว่า เห้ยยย สนุกมากก มันเป็นความสนุกที่ไม่หวือหวา แต่อ่านได้เรื่อยๆ พีคขึ้นเรื่อยๆไรงี้ นี่รู้ตัวอีกทีก็คือตี 4 จ้าา วันนี้ตื่นมาคือมึนไปเลย ยังงงตัวเองอยู่ว่าสามารถเขียนรีวิวนี้จบได้ไง 55555
พี่แกฆ่าคน แต่นั่นทำให้เขาเป็นฆาตกรหรือไง
อย่าเพิ่งคิดไปว่าหนังสือเล่มนี้กำลังเชิดชูคนที่เป็นฆาตกร หรือพยายามแก้ต่างให้กับความผิดนั้น จริงๆแล้วสารของมันคือการชี้ให้เราเห็นว่า บาปจากการพรากชีวิตผู้อื่นนั้นไม่ได้มีน้ำหนักที่เท่าเทียมกันเสมอไป เพราะถ้าสังคมของเรามองว่าการฆ่าผู้อื่นคือบาปที่ไม่อาจอภัย แล้วทำไมบางครั้งการเข่นฆ่านั้นถึงนำมาซึ่งชื่อเสียงและเกียรติยศแก่วงศ์ตระกูลคนที่ลงมือ
แค่เพราะว่ามันคือหน้าที่ของเขาอย่างนั้นหรือ เพราะว่าเขาได้รับอนุญาตให้ทำได้อย่างนั้นใช่ไหม แต่เขาได้รับอนุญาตจากใครล่ะ ใครกันที่มีสิทธิ์กำหนดว่าคนไหนในหมู่พวกเราสมควรได้รับอำนาจเช่นนั้น แล้วมันก็จะวนมาสู่คำถามที่ว่า จริงๆแล้วนิยามของ "ฆาตกร" คืออะไรกันแน่? ทหารที่สังหารศัตรูคือฆาตกรหรือเปล่า หมอที่ทำให้คนไข้ตายเป็นฆาตกรไหม คนที่รอดจากอุบัติเหตุที่มีคนเสียชีวิตคือฆาตกรอย่างนั้นหรือ
ถ้าคำว่าฆาตกรหมายถึง "คนที่สังหารคนอื่น" คำตอบก็คงเป็น "ใช่" แต่ถ้ามันหมายถึง "คนที่มุ่งมั่นตั้งใจสังหารคนที่ไม่สมควรตาย" คำตอบก็คงเป็น "ไม่" ว่าแต่เราตัดสินกันจากอะไรว่าเหยื่อเป็นคนที่คู่ควรจะมีชีวิตอยู่หรือเปล่า?
และผมรู้ว่าแม่เริ่มมองตัวเองด้วยนามสกุลของแม่
อีกสิ่งหนึ่งที่หนังสือพยายามจะสื่อก็คือเรื่องของการแสวงหาการยอมรับ และตำแหน่งแห่งหนของตนในโลกใบนี้ จนบางครั้งเราก็เผลอเอาความคิดของคนอื่นมาครอบทับตัวตนของตัวเอง แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ยังไม่วายรู้สึกว่าตนไม่เข้าพวกอยู่ดี เลยต้องพยายามดิ้นรนพิสูจน์ตัวเองให้หนักขึ้น เพราะหวังว่าสักวันจะมีคนมองเห็นและยอมรับเข้าฝูง หวังว่าสักวันตนจะไม่ต้องรู้สึกแปลกแยกอีกต่อไป
ดังนั้นเราจึงมองว่าตัวละครแทบทุกตัวในเรื่องนี้คือเหยื่อ เหยื่อของการถูกแปะป้ายตีตราด้วยนามสกุลของพวกเขา ไม่ว่าจะคนที่พยายามปฏิเสธว่าตนเป็นพวกเดียวกัน หรือคนที่โหยหาที่จะได้เป็นส่วนหนึ่ง พวกเขาต่างก็เจ็บช้ำกับการเอาภาพที่คนภายนอกมองครอบครัวคันนิงแฮม มาปิดทับตัวตนที่แท้จริงของคนในครอบครัวแต่ละคน จนค่อยๆหลงลืมกันและกันไปทีละน้อย นานวันเข้าพวกเขาก็รู้สึกโดดเดี่ยว โดดเดี่ยวทั้งที่อยู่ท่ามกลางกันและกันมาเสมอ
มันน่าเศร้ามากนะที่ชีวิตของคนคนหนึ่ง ถูกย่อส่วนให้กลายเป็นแค่ชื่อชื่อหนึ่ง กลายเป็นแค่นามสกุลหนึ่ง และสุดท้ายก็กลายเป็นรูปแบบพฤติกรรมแบบหนึ่งที่อคติของสังคมกำหนดให้พวกเขา
แต่เอาเป็นว่าเราจะเบรกกันไว้ที่ตรงนี้ เพราะสิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้มันสนุกคือการค่อยๆอ่านเรื่องราวทั้งหมดด้วยตัวเอง เราเลยไม่อยากจะเขียนต่อให้ยืดยาวแล้วเสี่ยงจะหลุดสปอยล์ให้หมดสนุก 😉 เอาเป็นว่าใครสนใจก็ไปตามกันได้ที่: https://s.shopee.co.th/9UwwAJzCdG แล้วก็อย่าลืมรอติดตาม HBO Serires ที่เอาเรื่องนี้ไปดัดแปลงด้วย แต่ยังไม่รู้จะมาปีไหนนะ 555555
โฆษณา