วันนี้ เวลา 01:03 • ธุรกิจ

ปี 2026 ธุรกิจที่รอด ไม่ใช่เพราะ ‘ทำทุกอย่าง’แต่เพราะเลือก ‘ทำบางอย่าง’

รวม 7 เรื่องสำคัญที่คนทำธุรกิจต้องรู้ เพื่อจัดลำดับความสำคัญให้ดี 2026
เริ่มปี 2026 มาแค่ไม่กี่เดือน แต่ดูเหมือนมรสุมในปีนี้จะหนักหนาสาหัสกว่าปีก่อนอย่างเห็นได้ชัด
ทั้งเรื่องของสงคราม และความตึงเครียดที่สูงขึ้น, ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ, ต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้น รวมถึงปัญหาของสภาพคล่องของธุรกิจต่าง ๆ เมื่อความท้าทายมาจากหลายด้าน ทำให้บางธุรกิจหลงทาง และไปไม่รอด เพราะเลือกที่จะจัดการทุกอย่างพร้อมกัน
แต่การจัดการทุกอย่างพร้อมกันนี้ กลับทำให้ ‘โฟกัสอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง’ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจไปต่อได้ในวันนี้ อาจไม่ใช่การทำทุกอย่างให้ได้ทั้งหมด แต่คือการ ‘จัดลำดับความสำคัญ’ เพื่อให้ได้โฟกัสกับสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ และแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น
คุณ Beth Berman ผู้เชี่ยวชาญด้าน Entrepreneurial Operating System กล่าวว่า
“ผู้นำที่ก้าวหน้าไม่ใช่คนที่ไล่ตามเครื่องมือ หรือเทรนด์ใหม่ทุกอย่าง แต่คือคนที่สร้างพื้นที่เพื่อคิด ค้นหาความจริง และวางโครงสร้างในการตัดสินใจก่อนจะลงมือทำ”
ตอกย้ำให้เห็นว่าการเลือกทำสิ่งที่เหมาะสมให้ตรงกับจังหวะเวลาที่ถูกต้อง ก็จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจฝ่ามรสุมไปได้นั่นเอง
ผู้ประกอบการหลายคนอาจสงสัยว่า.. แล้วเรื่องไหน คือเรื่องสำคัญของธุรกิจในช่วงเวลานี้? ในบทความนี้เราได้รวบรวม 7 เรื่องสำคัญที่คนทำธุรกิจต้องจัดลำดับให้ดี เพื่อรับมือกับความท้าทายได้อย่างมีทิศทาง
1. ปรับความเข้าใจบทบาทของ AI ใหม่ ให้สร้างได้ทั้งผลกำไร และประสิทธิภาพ
ในวันนี้ AI เข้ามามีส่วนในการทำงานจริงของทุกธุรกิจแล้ว และหากใช้ได้อย่างถูกวิธี AI จะเป็นเครื่องมือที่เข้ามาช่วยสร้าง Productivity และขยายขีดจำกัดให้มากขึ้นอีก แต่ในทางกลับกันหลาย ๆ ธุรกิจยังคงใช้ AI ไม่ถูกวิธี เลยทำให้ไม่สามารถสร้างผลผลิต หรือการได้เปรียบทางการแข่งขันได้อย่างเต็มที่
เพราะฉะนั้นหากธุรกิจต้องการใช้ AI เพื่อสร้างความได้เปรียบ สิ่งสำคัญคือต้องสำรวจ และจัดลำดับความสำคัญให้ดี ในประเด็นหลัก ๆ ดังนี้
- ไม่ให้ AI เป็นแค่ระบบอัตโนมัติที่ทำแต่งานเดิม ๆ อย่างเดียว แต่ต้องเพิ่มความสามารถ เพื่อให้สร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง
เช่น นอกจากใช้ AI เพื่อสรุปข้อมูลหรือร่างอีเมล ลองให้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า หรือเทรนด์ของตลาด เพื่อให้สามารถออกแบบสินค้าให้ได้เปรียบในการแข่งขันมากยิ่งขึ้น
- ออกแบบบทบาทหน้าที่ใหม่ เพื่อให้คนไปโฟกัสกับงานที่เหมาะสม และมีมูลค่าสูง
เช่น ให้ AI จัดการกับเอกสารที่เป็นข้อมูล หรือตัวเลข แล้วค่อยกลับมาตรวจสอบความเรียบร้อย เพื่อเอาเวลาไปโฟกัสกับการคิด หรือการดูแลลูกค้าที่สำคัญ
- หันมาให้ความสำคัญกับเครื่องมือที่สามารถลดต้นทุน ช่วยให้ตัดสินใจเร็วขึ้น และเพิ่มปริมาณงานที่ทำ
เช่น ลงทุนใช้ AI ที่มีคุณภาพ ที่สามารถเข้ามาช่วยวิเคราะห์มุมมอง หรือจำลองพฤติกรรมของลูกค้า เพื่อให้ตัดสินใจในการทำการตลาดได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น
2. วางแผนธุรกิจให้รอบคอบ เพราะภูมิรัฐศาสตร์กำลังเข้ามาตีกรอบให้การค้าแคบลง
ตอนนี้โลกไม่ได้ค้าขายกันแบบเสรี Supply Chain แต่มีการแบ่งตัวออกไปตามกลุ่มประเทศต่าง ๆ ซึ่งหากธุรกิจยังเน้นที่การหาแหล่งผลิตที่ถูกที่สุดอยู่ แนวคิดนี้อาจทำให้ใช้ไม่ได้อีกต่อไป เพราะมีเงื่อนไขระหว่างประเทศ และภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาเกี่ยวมากขึ้น ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่ต้องเตรียมตัวและให้ความสำคัญอย่างมากในปี 2026
สิ่งที่องค์กรควรทำ คือการติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ และต้องวางแผนให้ดีใน 3 เรื่องนี้ ประกอบด้วย
- เตรียมตัวรับมือกับค่าไฟฟ้า และค่าระบบคอมพิวเตอร์ที่อาจสูงขึ้น
เช่น การนำ AI เข้ามาใช้ อาจทำให้ค่าระบบการประมวลผลเพิ่มสูงขึ้น องค์กรอาจต้องวางแผนจัดการเรื่องงบประมาณ และบริหารให้ดี
- อย่าคิดว่าสถานการณ์จะคงที่ตลอด แต่ต้องคอย Stress-test Supply Chain ของธุรกิจตัวเองอยู่เสมอ
เช่น ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น ธุรกิจจะยังไปต่อได้หรือต้องหยุด
- ลงทุนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอน
เช่น การหาหรือกระจายแหล่งผลิตให้ครอบคลุมหลากหลายประเทศ ไม่ใช่ใช้แค่จากประเทศเดียว
3. บริหารราคาให้ดี ในวันที่ต้นทุนเปลี่ยนอยู่ตลอด
ภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบันยังเป็นเรื่องที่ผันผวนอยู่ตลอดเวลา และส่งผลต่อธุรกิจไม่เท่ากัน ดังนั้นสิ่งที่ธุรกิจควรให้ความสำคัญเรื่องต่อมา คือการสร้างกำไรระยะสั้น พร้อมเตรียมตัวรับมือกับผลกระทบของเงินเฟ้อที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว
อาจลองเริ่มทำได้จาก 2 เรื่องนี้ คือ
- ใช้กลยุทธ์ในการตั้งราคา มากกว่าใช้อารมณ์
เช่น ใช้ข้อมูลตลาด เพื่อประเมินการกำหนดราคาที่เหมาะสม แทนที่จะตั้งราคาเพราะความรู้สึกส่วนตัว
- ใช้วิธีการปรับราคาสินค้าทุกไตรมาส หรือใช้ระบบปรับราคาแบบอัตโนมัติ
เช่น หากต้นทุนของการผลิต หรือต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น ก็ใช้ระบบให้ปรับเปลี่ยนราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุน
4. บริหารเงินทุนให้ถูกจังหวะ ช่วยเปลี่ยนภาระให้เป็นโอกาส
อีกหนึ่งเรื่องสำคัญในปี 2026 คือการจัดการและบริหารเงินลงทุนให้ถูกที่ ถูกจังหวะ และเหมาะสม เพราะการจัดระเบียบเงินทุนที่ดีจะช่วยสร้างทางเลือกให้ธุรกิจ แต่หากการจัดระเบียบไม่ดีจะช่วยเพิ่มความเครียดให้ธุรกิจแทน
ซึ่งการจัดสรรปันส่วนของเงินทุนให้ดี จะช่วยให้ธุรกิจมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และอาจนำหน้าธุรกิจอื่น ๆ ได้ แม้จะอยู่ในช่วงวิกฤต โดยอาจลองเริ่มจัดการง่าย ๆ ผ่าน 2 เรื่องนี้
- วางแผนสภาพคล่องของเงินสดไว้ เพื่อให้สามารถคว้าโอกาสได้ทันทีถ้ามีข้อเสนอที่น่าสนใจ
เช่น แทนที่จะเอาเงินสดไปใช้ลงทุนในโปรเจกต์เดียว ควรเปลี่ยนเป็นเก็บเงินสดไว้บางส่วน เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้ธุรกิจ และเพิ่มโอกาสใหม่ ๆ
- เลือกใช้เงินกู้จากตราสารหนี้ภาคเอกชน ในบางจังหวะ เพื่อเร่งการเติบโตของธุรกิจให้เพิ่มขึ้น
เช่น ถ้ามีโอกาสขยายธุรกิจเข้ามา ซึ่งมองแล้วว่าเป็นเรื่องจำเป็น และสำคัญจริง ๆ อาจกู้เงินจากตราสารหนี้ภาคเอกชน เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้เร็วขึ้นนั่นเอง
5. คนไม่ต้องแน่น แค่แม่นเรื่องทักษะก็พาให้ธุรกิจโตได้
ปัญหาการลาออกยังคงมีในทุก ๆ องค์กร แต่บางครั้งธุรกิจก็อาจเติบโตได้ แม้ไม่ได้มีจำนวนพนักงานเยอะ แนวคิดนี้สอดคล้องกับคุณ Allison Maslan (CEO of Pinnacle Global Network) ที่เคยกล่าวไว้ว่า
“ความกลัวที่ใหญ่ที่สุดของเจ้าของกิจการ คือการไม่กล้าปล่อยมือ และไม่เชื่อใจทีมงาน แต่หากลองมอบอำนาจให้ทีม กำหนดเป้าหมายความสำเร็จให้ชัดเจนในทุกตำแหน่ง และให้ความสำคัญกับที่วิสัยทัศน์ บริษัทจะโตได้ไว และทำกำไรได้มากขึ้น”
ถึงการประสบความสำเร็จของธุรกิจอาจไม่ได้วัดที่จำนวนคน แต่องค์กรก็ไม่ควรมองข้ามการพัฒนาคน เพราะอาวุธที่สำคัญก็คือทักษะ ความสามารถของคนภายในทีม เพราะฉะนั้นสิ่งที่องค์กรควรต้องทำ คือการหันมาให้ความสำคัญกับคน โดยเน้นเรื่องการพัฒนาทักษะการวิเคราะห์ และการตัดสินใจ ในวันที่ AI สามารถเข้ามาทำงานได้ เช่น ตอนนี้ AI มีความสามารถในการหาข้อมูลได้ภายในเวลาไม่กี่นาที แตสิ่งที่คนในองค์กรต้องมีคือการวิเคราะห์ และตัดสินใจใช้ในธุรกิจให้ถูกที่
6. เจ้าของธุรกิจต้องคิดล่วงหน้า เพื่อรับมือปัญหาได้ตรงจุด
หากอยากเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในปี 2026 สิ่งแรกที่ควรทำเลยคือการเลิกมองจากภาพกว้าง แล้วมองให้ลึกกว่าเดิม เพื่อเปลี่ยนจากสิ่งที่คิด ให้เป็นความจริงที่จับต้องได้ ซึ่งอาจทำได้ผ่านขั้นตอนเหล่านี้
- กำหนดเป้าหมายปลายปีให้ชัดก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาวางแผน
เช่น ตั้งเป้าหมายว่าสิ้นปีหน้าบริษัทต้องมีโครงสร้างทีมแบบไหน ทำกำไรได้เท่าไหร่ แล้วค่อยย้อนกลับมาดูว่าวันนี้ต้องปรับบทบาทหน้าที่ หรือเพิ่มทักษะอะไรบ้าง เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ตอนต้นได้
- ใช้การทบทวนสิ่งที่ทำ จากเป้าหมายที่ตกลงกัน และความกดดันที่เจอ
เช่น ทุก 3 เดือนให้เอาสิ่งที่รับปากว่าจะทำมาวางไว้เทียบกับความจริงที่เจอ เพื่อดูว่ามีอุปสรรคหรือความเสี่ยงอะไรบ้าง และรีบปรับแผนแก้ไขอย่างรวดเร็ว
- เปลี่ยนระบบโครงสร้างของทีม เพื่อให้สอดคล้องกับอนาคตของธุรกิจ
เช่น แทนที่จะใช้ระบบเดิมที่เคยทำมาตลอดกับคนในทีม แต่ไม่สอดคล้องกับธุรกิจ ให้ลองเปลี่ยนระบบโครงสร้างของทีมใหม่ตามที่ธุรกิจต้องใช้ในอนาคตข้างหน้า
7. เลิกเหนื่อยกับงานที่ไม่ใช่ แล้วหันมาวางแผนให้ไกล
เรื่องสุดท้ายที่สำคัญของการทำธุรกิจในปี 2026 นี้ ไม่ใช่การทำทุกอย่างให้มากขึ้น แต่คือการเพิ่มโอกาส และสร้างกำไรให้ก้าวกระโดด ผ่านการโฟกัสงานที่สำคัญจริง ๆ โดยสามารถทำได้ผ่าน 2 ขั้นตอน ประกอบด้วย
- ไม่ต้องทำงานหนัก 100% แต่ให้เน้น 20% ที่ขับเคลื่อนธุรกิจได้จริง
เช่น เลือกทำงานที่สร้างความได้เปรียบและส่งผลต่อกำไรจริง ๆ เพื่อสร้างความชัดเจน และความมั่นใจให้ธุรกิจได้ตลอดทั้งปี
- กำจัดสิ่งที่ไม่จำเป็น เพื่ออิสรภาพทางการเงินของธุรกิจให้ไม่จำกัด
เช่น อย่าเสียเวลากับสิ่งเดิม ๆ ที่เคยทำแต่ไม่สร้างผลลัพธ์ แล้วหันมาหาทางเลือกใหม่ที่สามารถเพิ่มความสำเร็จ และอิสรภาพทางการเงินให้กับธุรกิจแทน
ทั้ง 7 เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่คนทำธุรกิจในปี 2026 ต้องจัดลำดับให้ดี เพื่อให้สามารถวางแผน และสามารถรับมือกับปัญหาของสงคราม และความตึงเครียดที่สูงขึ้น, ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ, ต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้น รวมถึงปัญหาของสภาพคล่องของธุรกิจต่าง ๆ ได้อย่างมีทิศทาง
สุดท้ายนี้เมื่อจัดลำดับความสำคัญได้แล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อคือการวางแผนอย่างตั้งใจ และมีเป้าหมายปลายทางที่ชัดเจน เพื่อให้ธุรกิจของคุณอยู่รอดได้ในปี 2026
✍🏻 เรียบเรียง: ธัญวรัตน์ ปกรณ์รัศมี
ที่มา:
• Press Release on the Economic and Monetary Conditions for January 2026 - https://www.bot.or.th/en/news-and-media/news/news-20260227.html
โฆษณา