Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
WealthThink
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 04:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
ทองคำ สินทรัพย์ที่ยิ่งมีความสำคัญ ในวันที่ประเทศมหาอำนาจ พิมพ์เงินเองได้
“เพื่อปกป้องเงินดอลลาร์สหรัฐจากการโจมตีของนักเก็งกำไร ผมได้สั่งการให้รัฐมนตรีคลัง ระงับการนำเงินดอลลาร์สหรัฐไปแลกเปลี่ยนเป็นทองคำหรือสินทรัพย์สำรองอื่น ๆ ไว้ชั่วคราว”
1
นี่เป็นคำพูดของคุณ Richard Nixon ประธานาธิบดีคนที่ 37 ของสหรัฐอเมริกา ที่พูดไว้ในปี 1971 ซึ่งแปลเป็นภาษาชาวบ้านได้ง่าย ๆ ว่า
“ประเทศไหนที่ถือดอลลาร์สหรัฐ จะไม่สามารถเอามาแลกคืนเป็นทองได้ เป็นการชั่วคราว”
2
แต่ผ่านมาราว 50 กว่าปีแล้ว มาตรการนี้ก็ไม่เคยถูกยกเลิก เพราะสิ่งนี้ได้ทำลายมาตรฐานทองคำ และเกิดเป็นบรรทัดฐานการเงินโลกใหม่
1
ว่าดอลลาร์สหรัฐนั้น ไม่ได้ถูกค้ำประกันด้วยทองคำอีกต่อไป และสหรัฐอเมริกา สามารถผลิตเงินเพิ่มได้หากต้องการ..
1
แต่ถึงแม้มาตรฐานทองคำในระบบการเงินของโลกจะล่มสลาย แต่สินทรัพย์อย่างทองคำนั้น ก็ไม่ได้หายไปไหน แถมดูเหมือนจะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นอีกด้วย
ทั้งกับธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ จนถึงนักลงทุนทั่วไปอย่างเราก็ตาม
ถ้าสงสัยว่าเป็นเพราะอะไร ? WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย จะทำให้คุณเข้าใจ
ก่อนระบบการเงินโลกจะพลิกผัน โลกในตอนนั้นใช้ระบบการเงินที่เรียกว่า “ระบบ Bretton Woods” ที่ประเทศพันธมิตรกว่า 44 ประเทศ ซึ่งร่วมลงนามในสัญญานี้ด้วยกัน
จะสามารถนำเงินดอลลาร์สหรัฐนี้เอง ไปแลกกับทองคำ ที่สหรัฐอเมริกาเก็บไว้ได้ ในอัตรา 35 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1 ออนซ์ แลกกับการต้องตรึงค่าเงินของตัวเองไว้กับดอลลาร์สหรัฐ
1
หลังจากตกลงกันได้แล้ว ประเทศต่าง ๆ ก็พากันนำเงินดอลลาร์สหรัฐ มาใช้เป็นสินทรัพย์ ในการค้ำประกันปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ
อีกทั้งมาตรฐาน Bretton Woods ได้ช่วยให้แต่ละประเทศ สามารถค้าขาย และรับเงินช่วยเหลือ จากสหรัฐอเมริกาได้ง่ายขึ้น เพราะตรึงค่าเงินของตัวเองไว้กับดอลลาร์สหรัฐ
ทำให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในหลายประเทศ เป็นไปอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม สงครามเย็น ที่เกิดขึ้นหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง ทำให้สหรัฐอเมริกา ต้องใช้เงินเพื่อทำสงครามตัวแทน ในหลาย ๆ ประเทศ อย่างเช่น สงครามเวียดนาม ในช่วงทศวรรษ 1960-1970
สหรัฐอเมริกาที่ขาดดุลการคลังมากขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องกู้ยืมเงินจากชาติอื่น ส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐในมือของประเทศต่าง ๆ มีมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มมากเกินกว่ามูลค่าทองคำที่สหรัฐอเมริกามี
เมื่อเห็นแบบนี้ ประเทศเหล่านั้น ก็เกิดความไม่มั่นใจในเงินดอลลาร์สหรัฐขึ้นมา
ส่งผลให้ประเทศมหาอำนาจในยุโรป ต่างพากันนำเงินดอลลาร์สหรัฐ มาแลกเป็นทองคำจำนวนมาก จนสหรัฐอเมริกากำลังจะไม่สามารถรักษาอัตราส่วน 35 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1 ออนซ์ ไว้ได้
จนนำไปสู่ประโยคสำคัญที่เปลี่ยนโลกระบบการเงินของโลกทั้งใบ ซึ่งถูกตั้งชื่อให้ว่า “Nixon Shock” ซึ่งเราได้กล่าวถึงไปตอนต้นบทความ
นับตั้งแต่นั้นมา เราก็สามารถพูดได้ว่า ดอลลาร์สหรัฐ นั้นถูกหนุนหลังด้วย “ความเชื่อมั่น”
2
ผนวกกับความต้องการดอลลาร์สหรัฐที่ยังมีอยู่เสมอ ผ่านระบบ “Petrodollar” ที่ทำให้ประเทศส่วนใหญ่ยังคงซื้อขายน้ำมันเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ
1
รวมถึงการค้าขายระหว่างประเทศก็ยังใช้เงินดอลลาร์สหรัฐ
ทำให้สหรัฐอเมริกา สามารถพิมพ์เงินออกมากระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมหาศาลได้ โดยไม่เจอกับอภิมหาเงินเฟ้อแบบที่เคยเกิดกับบางประเทศ
1
อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อที่ไม่ได้เกิดกับสหรัฐอเมริกาก็ใช่ว่าจะหายไปไหน
แต่เพราะมันถูกส่งออกไปให้กับเหล่าประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ที่ถือเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ ผ่านทั้งค่าเงิน การค้า และตลาดทุน
1
เมื่ออำนาจซื้อของดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับทองคำลดลงเรื่อย ๆ ผ่านการพิมพ์เงินเพิ่มแบบนี้
1
ประกอบกับการที่สหรัฐอเมริกา ทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง ว่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ก็ถูกใช้เป็นอาวุธได้
1
อย่างการแช่แข็งทุนสำรองระหว่างประเทศ พร้อมกับตัดรัสเซียออกจากระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ หรือ SWIFT ในปี 2022
2
ก็ทำให้ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา กว้านซื้อทองคำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
1
ไม่ใช่แค่เพื่อกระจายความเสี่ยงจากเรื่องอำนาจการซื้อของดอลลาร์สหรัฐ ที่กำลังด้อยค่า
แต่รวมไปถึงการดึงความเป็นอิสระคืนมา จากการต้องผูกติดกับเงินดอลลาร์สหรัฐ แม้เพียงสักนิดก็ยังดี
1
เช่นเดียวกันกับคนลงทุนอย่างเราเองที่ก็ควรจะมีสินทรัพย์อย่างทองคำไว้ติดพอร์ตบ้าง แม้มันจะไม่ใช่สินทรัพย์ที่ออกดอกออกผลให้
แต่การมีไว้ก็เหมือนเป็นหลักประกัน ว่าความมั่งคั่งที่เราหามาอย่างยากลำบากนั้น จะไม่ถูกเงินเฟ้อในระยะยาวที่มีแต่จะเพิ่มขึ้นกัดกินไป
ทั้งหมดนี้เองจึงทำให้ ทองคำ เป็นสินทรัพย์ที่ไม่เคยหายไปไหน เพราะโลกสั่นคลอนเมื่อไร ผู้คนก็จะให้น้ำหนักกับ “สิ่งที่จับต้องได้จริง” มากกว่า “ความเชื่อใจ” เสมอ
และถ้าเราอยากลงทุนทองคำไว้กระจายความเสี่ยงบ้าง แต่ไม่มีเวลาบริหารพอร์ตด้วยตัวเอง
ก็มีตัวเลือกที่น่าสนใจอย่าง กองทุน TLGOLDPLUS
กองทุนใหม่จาก บลจ.ทาลิส ที่ในพอร์ตไม่ได้ลงทุนแค่ในทองคำแท่ง แต่ยังผสมกับการลงทุนในหุ้นเหมืองทองด้วย
ซึ่งตอบโจทย์การลงทุนในทองคำ ที่ไม่ได้จำกัดผลตอบแทนอยู่กับแค่การเคลื่อนไหวของราคาทองคำอย่างเดียว
1
แต่มอบโอกาสให้ผู้ลงทุนรับผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากราคาหุ้นเหมืองทองที่มีโอกาสเติบโตมากกว่าด้วย..
คำเตือน : กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในตราสารต่างประเทศ ผลการดำเนินงานในอดีตของบริษัทหรือดัชนีอ้างอิง มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน บริษัทอาจมีความสัมพันธ์หรือความเกี่ยวข้องกับผู้ออกหรือผู้จัดการกองทุนที่ปรากฏในเนื้อหานี้
#WealthCreation
#ทองคำ
#ลงทุน
References
-
https://www.britannica.com/topic/gold-standard
-
https://www.investopedia.com/terms/b/brettonwoodsagreement.asp
-
https://history.state.gov/milestones/1969-1976/nixon-shock
-
https://www.investopedia.com/terms/p/petrodollars.asp
-
https://www.bis.org/press/p250930.htm
-
https://www.weforum.org/stories/2023/03/heres-how-central-banks-have-used-gold-in-the-last-30-years/
-
https://www.aljazeera.com/economy/2025/7/30/exorbitant-privilege-can-the-us-dollar-maintain-its-global-dominance
การลงทุน
ทองคำ
เศรษฐกิจ
31 บันทึก
28
1
16
31
28
1
16
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย