23 มี.ค. เวลา 22:30
การตั้งคำถามกับตัวเอง เป็นเรื่องปกติมากๆค่ะ
ไม่ว่าจะถามตัวเองว่า..
• เราเป็นใคร
• เกิดมาทำไม
• นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่
• ทำไมเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
• ทำไมเกิดแต่กับกรู๊รร์
• ชีวิตต้องการอะไรกับกรู๊รร์
• ฯลฯ
คำถามเหล่านี้ผุดขึ้นได้เสมอล่ะค่ะ ส่วนใหญ่อาจเป็นตอนที่กำลังเผชิญปัญหาหรือวิกฤต หรือไม่ก็เพราะไปประสบพบเห็นอะไรมา แล้วเอามาคิดเปรียบเทียบกับตัวเอง หรือแม้แต่ตอนที่ว่างจัด จิตฟุ้ง มโนไปเรื่อย
อย่างไรก็ตาม การตั้งคำถามกับการหาคำตอบ เป็นคนละเรื่องกันค่ะ
ดังนั้นการจะสรุปฟันธงว่า "จริงๆตัวเราเป็นใครกันแน่" จึงไม่ได้สำคัญอะไรเลยเพราะมันไม่ได้มีคำตอบที่ตายตัว ไม่ได้มีแค่คำตอบเดียว ไม่มีถูกผิด หรือแม้จะมีคำตอบให้ตัวเองแล้ว คำตอบก็ยังเปลี่ยนได้เสมอนั่นแล ตามแต่สถานการณ์-บริบท-วันเวลา-จังหวะของชีวิต ฯลฯ
แม้คำตอบไม่ได้สลักสำคัญอะไร แต่การตั้งคำถามก็ย่อมดีเสมอล่ะค่ะ หากเป็นการตั้งคำถามที่พาให้เราเรียนรู้และทำความเข้าใจกับสิ่งต่างๆรอบตัว กระทั่งเกิดเป็นความตระหนักรู้ในตนเอง ไม่หมกมุ่นวุ่นวายกับคำตอบ แต่โฟกัสที่กระบวนการค้นหาคำตอบค่ะ
เริ่มจากการตั้งคำถาม ตั้งสมมติฐาน หาเหตุผลประกอบ ทำความเข้าใจ พิสูจน์ซ้ำ แล้วสรุปเป็นคำอธิบายที่ตัวเองเข้าใจ..แม้โลกจะไม่เข้าใจ ฯลฯ ต่างๆเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่เริ่มจากการตั้งคำถาม
แต่กระบวนการเหล่านี้ ไม่ใช่ทำครั้งเดียวจบ เพราะคำถามมักเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามแต่โจทย์ของชีวิตในช่วงนั้น เมื่อยังวนเวียนอยู่ในโลกใบนี้คนเราก็มักตั้งคำถาม-หาคำตอบ วนหลูปไปเช่นนี้เป็นเรื่องธรรมดา
โฆษณา