Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
herothailand
•
ติดตาม
25 มี.ค. เวลา 07:58 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
เอลนีโญและลานีญา
เปิดมุมมองใหม่ มหาสมุทรแปซิฟิกคือหัวใจของโลก
การจะเข้าใจปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญานั้น เราต้องเริ่มต้นจากการปรับจูนมุมมองที่มีต่อแผนที่โลกเสียก่อน โดยปกติเรามักคุ้นเคยกับแผนที่ที่เอาทวีปยุโรปหรือแอฟริกาไว้ตรงกลาง ซึ่งทำให้เห็นทวีปอเมริกาอยู่ทางซ้าย (ตะวันตก) และเอเชียอยู่ทางขวามือ (ตะวันออก) แต่ในการทำความเข้าใจสภาพอากาศโลก เราต้องพลิกมุมมองโดยเอา "มหาสมุทรแปซิฟิก" มาไว้ตรงหน้าแทน
เมื่อทำเช่นนั้นเราจะพบว่าชายฝั่งอเมริกาใต้กลายเป็น "ขอบด้านตะวันออก" ของมหาสมุทร และชายฝั่งเอเชียรวมถึงไทยกลายเป็น "ขอบด้านตะวันตก" ของมหาสมุทรนี้ทันที จุดนี้คือรากฐานสำคัญเพราะทิศทางของลมและกระแสน้ำจะถูกเรียกตามเข็มทิศจริงบนพื้นผิวโลก ไม่ใช่ตามตำแหน่งซ้ายขวาบนกระดาษที่เราคุ้นตา
พระเอกของเรื่อง ลมสินค้าและสายพานพลังงาน
เมื่อเรากำหนดทิศทางบนมหาสมุทรแปซิฟิกได้ถูกต้องแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการทำความเข้าใจกับ "ลมสินค้า" (Trade Winds) ซึ่งเป็นพระเอกของเรื่องนี้ โดยมีปัจจัยสำคัญคือการที่โลกของเราหมุนรอบตัวเองจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง โดยเฉพาะบริเวณเส้นศูนย์สูตรที่โลกมีความเร็วในการหมุนสูงถึงประมาณ 1,670 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทว่าชั้นบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลกอยู่นั้นเป็นก๊าซที่มีความยืดหยุ่นและมีความเฉื่อยในตัวเอง
ผลรวมของแรงกดอากาศและการหมุนของโลกประกอบกับความเฉื่อยนี้ ทำให้เกิดกระแสลมที่พัดจากทิศตะวันออก (ฝั่งอเมริกาใต้) มุ่งหน้าไปสู่ทิศตะวันตก (ฝั่งเอเชีย) ตลอดทั้งปี เปรียบเสมือนเรานั่งอยู่บนรถที่วิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงแล้วรู้สึกถึงลมที่พัดสวนเข้าหาหน้าเราจากทิศตรงข้ามนั่นเอง
หัวใจสำคัญที่ทำให้ลมพัดเบนทิศทางได้อย่างแม่นยำเช่นนี้คือ "แรงคอริออลิส" (Coriolis Force) ซึ่งเป็นแรงเสมือนที่เกิดจากการหมุนรอบตัวเองของโลก ลองจินตนาการว่าหากเราพยายามขว้างลูกบอลจากขั้วโลกมายังเส้นศูนย์สูตร ในขณะที่ลูกบอลลอยอยู่ในอากาศ โลกข้างใต้ลูกบอลจะหมุนเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันออกด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามละติจูดที่ต่ำลง
ผลที่ได้คือในซีกโลกเหนือลมจะถูกปัดเบนไปทางขวาและในซีกโลกใต้จะถูกปัดเบนไปทางซ้าย ทำให้กระแสลมเบนทิศจนกลายเป็น "ลมตะวันออก" ที่พัดข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกอย่างสม่ำเสมอและทรงพลัง
พระเอกของเรื่อง ลมสินค้าและสายพานพลังงาน
เมื่อเรากำหนดทิศทางบนมหาสมุทรแปซิฟิกได้ถูกต้องแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการทำความเข้าใจกับ "ลมสินค้า" (Trade Winds) ซึ่งเป็นพระเอกของเรื่องนี้ โดยมีปัจจัยสำคัญคือการที่โลกของเราหมุนรอบตัวเองจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง โดยเฉพาะบริเวณเส้นศูนย์สูตรที่โลกมีความเร็วในการหมุนสูงถึงประมาณ 1,670 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ทว่าชั้นบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลกอยู่นั้นเป็นก๊าซที่มีความยืดหยุ่นและมีความเฉื่อยในตัวเอง ผลรวมของแรงกดอากาศและการหมุนของโลกประกอบกับความเฉื่อยนี้ ทำให้เกิดกระแสลมที่พัดจากทิศตะวันออก (ฝั่งอเมริกาใต้) มุ่งหน้าไปสู่ทิศตะวันตก (ฝั่งเอเชีย) ตลอดทั้งปี เปรียบเสมือนเรานั่งอยู่บนรถที่วิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงแล้วรู้สึกถึงลมที่พัดสวนเข้าหาหน้าเราจากทิศตรงข้ามนั่นเอง
หัวใจสำคัญที่ทำให้ลมพัดเบนทิศทางได้อย่างแม่นยำเช่นนี้คือ "แรงคอริออลิส" (Coriolis Force) ซึ่งเป็นแรงเสมือนที่เกิดจากการหมุนรอบตัวเองของโลก ลองจินตนาการว่าหากเราพยายามขว้างลูกบอลจากขั้วโลกมายังเส้นศูนย์สูตร ในขณะที่ลูกบอลลอยอยู่ในอากาศ โลกข้างใต้ลูกบอลจะหมุนเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันออกด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามละติจูดที่ต่ำลง
ผลที่ได้คือในซีกโลกเหนือลมจะถูกปัดเบนไปทางขวาและในซีกโลกใต้จะถูกปัดเบนไปทางซ้าย ทำให้กระแสลมเบนทิศจนกลายเป็น "ลมตะวันออก" ที่พัดข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกอย่างสม่ำเสมอและทรงพลัง
อ่านเนื้อหาเต็มได้ที่
https://herothailand.com/el-nino-la-nina-the-pulse-of-the-pacific/
ข่าวรอบโลก
เศรษฐกิจ
ความรู้รอบตัว
1 บันทึก
2
1
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย