26 มี.ค. เวลา 06:47 • หนังสือ

ชีวิตก็เหมือนดินสอใช้ไปนานๆ ก็ทู่และสั้นลง ต้องเหลาหัวให้แหลมเสมอ

ตอนผมเป็นเด็กนักเรียน การเขียนหนังสือ ทำการบ้าน ทุกอย่างทำด้วยดินสอเป็นหลัก
เด็กทุกคนจึงต้องมีกบเหลาติดตัว
กบเหลาที่เราใช้เมื่อห้าสิบปีก่อนไม่ต่างจากตอนนี้ ไม่ได้วิวัฒนาการไปจากเดิมเท่าไร เป็นแท่งเล็ก ๆ ฝังใบมีด มีรูให้เสียบปลายดินสอ ด้านหนึ่งเป็นช่องให้ไส้ดินสอออกมา
ผมในวัยเด็กมักทึ่งว่ามันเป็นกลไกที่น่าอัศจรรย์ เสียบดินสอเข้าไปแล้วหมุนดินสอหรือกบ ไส้ดินสอก็ออกมาทางหนึ่ง ความแหลมเท่ากันทุกครั้ง
ต่อมาเห็นเพื่อนที่มีฐานะใช้กบเหลาแบบใหญ่ เป็นฐานมั่นคง มีที่เสียบดินสอ ก้านหมุน เวลาใช้ก็เสียบดินสอ ยึดไว้ด้วยตัวหนีบ หมุนก้านเหลา เศษดินสอตกลงไปในกล่องใส เมื่อเต็มก็นำไปเททิ้ง
เป็นกบเหลาที่เข้าท่ามาก เห็นแล้วอยากได้ แต่ไม่มีปัญญาซื้อ
กบเหลาชนิดนี้ก็ไม่ได้วิวัฒนาการต่างจากเดิม
บ้านผมเป็นร้านทำและซ่อมรองเท้า มีเครื่องมือมากมาย หนึ่งในนั้นเป็นมีดตัดรองเท้าทรงตัว L ใช้ตัดหนัง ด้ามจับไม้กับแผ่นมีดยาวแบนตั้งฉากกัน
ตอนเด็กผมซนเอาการ ชอบเล่นเครื่องมือต่าง ๆ มักใช้มีดชนิดนี้เหลาดินสอ ทั้งที่มันไม่ได้ออกแบบมาให้ทำหน้าที่เหลาดินสอ
วันหนึ่งเหลาอย่างไรไม่รู้ ไส้ดินสอแทงทะลุเล็บนิ้วหัวแม่มือ หักคาฝังอยู่ใต้เล็บ
ยื่นมือให้พ่อแม่ดู ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับไส้ดินสอที่ฝังในเล็บและเด็กจอมซนคนนี้ดี
ในที่สุดก็ต้องไปหาหมอ หมอบอกว่าไม่ต้องทำอะไร รอให้ขึ้นหนองก่อน
ผ่านไปราวหนึ่งสัปดาห์ ก็เกิดหนองใต้เล็บสมดั่งคำพยากรณ์ของหมอ! คราวนี้เจ็บมาก นิ้วบวม กลับไปหาหมออีกครั้ง
หมอไม่พูดพล่ามทำเพลง คว้ากรรไกรขนาดเล็กที่คมมาก ตัดเล็บฉับ ๆ โดยไม่มีคำปลอบโยน ไม่มียาชาใด ๆ ตัดเล็บอย่างไม่รู้ไม่ชี้ ไม่มองหน้าเด็กที่ตาละห้อยอยู่ ความเจ็บไม่ต้องพูดถึง รู้ตัวอีกทีเล็บหายเกลี้ยงไปจากนิ้วหัวแม่มือ ยังไม่หมดเวรกรรม หมอขูดหนองออก แล้วใส่ยา พันผ้าไว้
ยัง! ยังไม่หมดเวรกรรมเท่านั้น หลังจากนั้นทุกวันหลังเลิกเรียน ก็แวะร้านหมอเปลี่ยนผ้าพันแผล แรก ๆ ทุกครั้งที่แกะผ้าออก ก็ร้องโอย ๆ เพราะผ้าเกาะติดกับแผล ผ่านไปนับเดือนแผลจึงแห้ง หลังจากนั้นก็รอเล็บใหม่งอก กินเวลาหลายเดือนกว่าเล็บจะเข้าที่
ตั้งแต่นั้นมาก็เลิกยุ่งกับ ‘กบเหลา’ แบบนี้ไปจนตาย
กบเหลาแบบต่อมาที่ผมทึ่งคือกบเหลาไฟฟ้า เสียบปลายดินสอเข้าไปปุ๊บ แหลมปั๊บ เหมือนเนรมิต
ช่างเป็นประดิษฐกรรมที่ยอดเยี่ยมอะไรเช่นนี้
เมื่อเรียนสถาปัตย์ ดินสอไม้กลายรูปเป็นดินสอกดไส้ แต่กระนั้นก็ยังต้องเหลา หน้าตากบเหลาเป็นกระปุก ด้านบนมีรูให้เสียบปลายไส้ดินสอ สามารถยึดกับโต๊ะ เวลาเหลาก็เสียบไส้ลงไป แล้วหมุนปากกาเป็นวง ก็เข้าท่าเหมือนกัน
เมื่อเข้าสู่โลกของการออกแบบโฆษณาและกราฟิก ดีไซน์ ก็ ‘back to basic’ หวนกลับมาใช้ดินสอไม้ตามเดิม คราวนี้ใช้มีดคัตเตอร์ธรรมดาเหลา
ผมรู้สึกว่าการเหลาดินสอเป็นการทำสมาธิที่ดีอย่างหนึ่ง ค่อย ๆ ปาดใบมีดไป แล้วหมุนดินสอ เพ่งอยู่ที่ปลาย มิเช่นนั้นอาจบาดเจ็บได้
ดินสอเป็นประดิษฐกรรมที่ยอดเยี่ยมชนิดหนึ่งของมนุษย์ ง่าย และใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ จึงไม่แปลกที่แทบไม่มีวิวัฒนาการของดินสอ มันสมบูรณ์แบบมาตั้งแต่แรกแล้ว
ชีวิตก็เหมือนดินสอ ใช้ไปนาน ๆ ก็สั้นลง ๆ
ชีวิตคนเราสำคัญที่หัวและหัวใจ
หัวใจต้องอ่อนโยน แต่หัวต้องแหลมคมเสมอ
นี่คือเหตุผลที่เราต้อง ‘เหลา’ หัวเป็นระยะ ให้สมองคมเสมอ
หาความรู้ เปิดรับความรู้ใหม่ ๆ ครุ่นคิดพิจารณา วิเคราะห์เพื่อต่อความความคิดออกไป
คนที่ปล่อยชีวิตไหลไปเรื่อย ๆ โดยไม่คิดเรียนรู้อะไรใหม่ ก็เท่ากับปล่อยชีวิตให้ทู่ ขีดเขียนอะไรก็ไม่แหลมคม
1
และไม่มีสิ่งใดน่าเบื่อเท่าลายเส้นชีวิตที่ทู่แสนทู่
1
จาก 1 เปอร์เซ็นต์ของความเป็นไปได้
61 บทความ 190.- บทความละ 3.1 บาท
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
ทำไมควรซื้อหนังสือเล่มนี้: https://www.facebook.com/photo/?fbid=1207283390760350&set=a.208269707328395
โฆษณา