26 มี.ค. เวลา 07:45 • ข่าวรอบโลก

☢️ คิม จองอึน ยิ้มลึก! USA ถล่มอิหร่านได้ แต่ไม่กล้าแตะเปียงยาง เพราะนิวเคลียร์คือเกราะสุดท้าย

☢️ เมื่ออิหร่านล้ม เปียงยางยิ้ม
ในขณะที่โลกกำลังจ้องมองสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างตื่นตะลึง มีผู้นำคนหนึ่งที่นั่งดูเหตุการณ์นี้ด้วยรอยยิ้มอย่างเงียบๆ นั่นคือ "คิม จองอึน" แห่งเกาหลีเหนือ
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ผู้นำสูงสุดแห่งเปียงยางได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาประชาชนสูงสุด โดยประกาศอย่างมั่นใจว่า สถานะมหาอำนาจนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเป็นสิ่งที่ "ย้อนกลับไม่ได้และถาวร"
พร้อมชี้ให้เห็นว่าสงครามที่เกิดขึ้นกับอิหร่านคือ "บทพิสูจน์" ที่ชัดเจนที่สุดว่าประเทศใดก็ตามที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ในมือ คือประเทศที่เปราะบางและพร้อมถูกทำลายได้ทุกเมื่อ
สิ่งที่ "คิม จองอึน" พูดนั้นไม่ใช่การอวดอ้างเปล่าๆ แต่คือการส่งสารถึงทั้งโลกว่า เกาหลีเหนือจะไม่มีวันเดินซ้ำรอยอิหร่าน เปียงยางถือครองหัวรบนิวเคลียร์กว่า 50 หัว พร้อมวัสดุเสริมสมรรถนะสำหรับผลิตเพิ่มเติม ซึ่งแตกต่างจากเตหะรานที่ยังอยู่ในขั้นพัฒนา และนั่นคือเส้นแบ่งที่ทำให้ชะตากรรมของสองประเทศนี้ต่างกันสิ้นเชิง
"คิม" ยังเดินหน้าโจมตีเกาหลีใต้ด้วยการประกาศอย่างเป็นทางการว่า โซลคือ "ชาติที่เป็นศัตรูมากที่สุด" พร้อมเตือนว่าหากมีการยั่วยุใดๆ จะได้รับการตอบโต้อย่าง "ไม่ปรานี" ถ้อยคำเหล่านี้ฟังดูแข็งกร้าว แต่ในความเป็นจริงแล้วมันสะท้อนความมั่นใจของผู้นำที่รู้ดีว่าตัวเองมีไพ่ใบใหญ่อยู่ในมือ
🤔 ทำไม USA ถึงถล่มอิหร่านได้ แต่ไม่กล้าแตะเกาหลีเหนือ?
คำถามนี้ดูเหมือนง่าย แต่คำตอบซับซ้อนกว่าที่คิดมาก ความแตกต่างหลักอยู่ที่ว่าอิหร่านกำลัง "จะมี" นิวเคลียร์ ในขณะที่เกาหลีเหนือ "มีแล้ว" จริงๆ
การโจมตีเกาหลีเหนือจึงไม่ใช่แค่เสี่ยงสงคราม แต่คือเสี่ยงว่าจะมีหัวรบนิวเคลียร์บินกลับมาจริงๆ ซึ่งอาจทำลายกรุงโซลที่มีประชากรกว่า 10 ล้านคนได้ภายในชั่วโมงเดียว
นอกจากนิวเคลียร์แล้ว เกาหลีเหนือยังมี "ป้อมปราการธรรมชาติ" ที่อิหร่านไม่มี นั่นคือภูเขาสูงชันที่ซ่อนฐานทัพและคลังอาวุธไว้ใต้ดินหลาย 100 เมตร อาวุธที่มีอยู่ในปัจจุบันแทบไม่สามารถทำลายมันได้
ยิ่งไปกว่านั้น เกาหลีเหนือยังมีปืนใหญ่จำนวนมหาศาลที่เล็งตรงไปที่กรุงโซลตลอดเวลา ซึ่งนักวิเคราะห์ระดับโลกชี้ว่านี่คือ "ตัวประกัน" ที่ทรงพลังกว่าอาวุธนิวเคลียร์เสียอีก เพราะใช้งานง่ายกว่าและโต้ตอบได้เร็วกว่า
รัฐบาลคลินตันในอดีตเคยพิจารณาแผนโจมตีเกาหลีเหนือแบบจำกัดเป้าหมายแล้วปฏิเสธ หลังจากประเมินว่าจะมีผู้เสียชีวิตทั้งในเกาหลีเหนือและใต้รวมกันกว่า 1 ล้านคน รวมถึงชาวอเมริกันอีกเกือบ 1 แสน
ตัวเลขเหล่านี้คือเหตุผลที่ทำให้ผู้นำสหรัฐฯ ทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน ต่างเลือกที่จะ "อยู่ร่วมกัน" มากกว่า "เผชิญหน้า" กับเปียงยาง
🇨🇳🇷🇺 "จีน" และ "รัสเซีย" : โล่มนุษย์ที่ "อิหร่าน" ไม่เคยมี
หากนิวเคลียร์คือดาบของเกาหลีเหนือ จีนและรัสเซียก็คือโล่ที่แข็งแกร่งที่สุดที่ปกป้องเปียงยางอยู่ จีนมองเกาหลีเหนือเป็น "รัฐกันชน" ที่ขาดไม่ได้ เพราะไม่ต้องการให้กองทัพสหรัฐฯ มาตั้งฐานอยู่ติดชายแดนตัวเอง
ในสงครามเกาหลีปี 2493 ปักกิ่งส่งทหารหลายแสนนายเข้าสู้รบเพื่อกันสหรัฐฯ ไม่ให้รุกถึงชายแดน และปักกิ่งพร้อมทำแบบนั้นอีกครั้งหากจำเป็น
ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและรัสเซียก็เติบโตขึ้นอย่างน่าตกใจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา "คิม จองอึน" ส่งกระสุนปืนใหญ่ ลูกจรวด และกองทหารหลายพันนายไปช่วยรัสเซียในสงครามยูเครน และในทางกลับกันก็ได้รับอาหาร เชื้อเพลิง และเทคโนโลยีทางทหารชั้นสูงมาตอบแทน
ยิ่งเมื่ออิหร่านหันมาใช้อาวุธในสงครามของตัวเอง รัสเซียก็ยิ่งต้องพึ่งพาเกาหลีเหนือเป็นซัพพลายเออร์หลัก ทำให้เปียงยางได้อิทธิพลและอำนาจต่อรองมากขึ้นอีก
ภายใต้สนธิสัญญาหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างเกาหลีเหนือและรัสเซียที่ "คิม" และ "ปูติน" ลงนามร่วมกัน รัสเซียมีพันธะต้องเข้าแทรกแซงหากเกาหลีเหนือถูกโจมตี
นั่นหมายความว่าการที่สหรัฐฯ จะโจมตีเปียงยาง ไม่ใช่แค่เสี่ยงสงครามกับเกาหลีเหนือเพียงประเทศเดียว แต่คือเสี่ยงเผชิญหน้ากับ 2 มหาอำนาจนิวเคลียร์พร้อมกัน ซึ่งไม่มีรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดไหนกล้าลองดูทั้งนั้น
🌍 บทเรียนที่น่ากลัวที่สุดของสงครามอิหร่าน
สิ่งที่นักวิเคราะห์ทั่วโลกกังวลมากที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่สงครามที่กำลังเกิดขึ้น แต่คือ "บทเรียน" ที่ประเทศต่างๆ กำลังเรียนรู้จากมัน สงครามครั้งนี้กำลังส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากว่า ประเทศที่ไม่มีนิวเคลียร์คือประเทศที่สามารถถูกโจมตีได้ และประเทศที่มีนิวเคลียร์แล้ว แม้แต่สหรัฐฯ ก็ยังต้องคิดหนักก่อนเปิดฉาก
ความกลัวที่แท้จริงของนักวิเคราะห์ คือ สงครามครั้งนี้กำลังตอกย้ำความเชื่อในหมู่ผู้นำอิหร่านที่เหลืออยู่ว่า พวกเขาต้องการอาวุธนิวเคลียร์มากกว่าที่เคยต้องการมาก่อน และหากความเชื่อนี้แพร่กระจายออกไปสู่ประเทศอื่นๆ ที่รู้สึกว่าตัวเองถูกคุกคาม โลกอาจเข้าสู่ยุคแห่งการแข่งขันนิวเคลียร์ครั้งใหม่ที่ควบคุมไม่ได้
เกาหลีเหนือได้พิสูจน์แล้วว่า การมีนิวเคลียร์ในมือนั้นทำให้แม้แต่สหรัฐฯ ต้องมาเจรจาแทนที่จะโจมตี ในขณะที่อิหร่านซึ่งยังไม่สำเร็จกลับถูกถล่มก่อน นั่นคือ "สมการ" ที่เรียบง่ายแต่อันตรายมาก และโลกกำลังรอดูว่าจะมีประเทศไหนอีกบ้างที่ตัดสินใจเดินตามเส้นทางของเปียงยาง
🔮 โลกหลังจากนี้จะปลอดภัยสำหรับใคร?
สงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ ปี 2569 ไม่ได้สอนโลกว่าสงครามนั้นน่ากลัว แต่กลับสอนว่า "การไม่มีนิวเคลียร์" นั้นน่ากลัวกว่า
"คิม จองอึน" นั่งยิ้มอยู่ในเปียงยางด้วยเหตุผล เพราะเขารู้ดีกว่าใครว่าการตัดสินใจไม่ยอมแลกนิวเคลียร์ไม่ว่าจะเผชิญแรงกดดันใดๆ นั้น คือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในประวัติศาสตร์ของเกาหลีเหนือ
คำถามที่โลกต้องตอบให้ได้ตอนนี้ไม่ใช่ว่า "ใครจะชนะสงครามอิหร่าน?" แต่คือ "ระบบระหว่างประเทศที่เราสร้างขึ้นมา มันยังทำงานได้จริงอยู่ไหม?"
🔖 Hashtags
#คิมจองอึน #เกาหลีเหนือ #สงครามอิหร่าน #นิวเคลียร์ #USA #ภูมิรัฐศาสตร์ #ข่าวรอบโลก #TrendRider
โฆษณา