26 มี.ค. เวลา 09:36 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

อัปเดตสถานการณ์ค่า Ft จาก กกพ. งวด พ.ค. – ส.ค. 69

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ทาง กกพ. (คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน) ได้มีมติสำคัญในการเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนด “ค่าเอฟที” (Ft) สำหรับงวดเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาวิกฤตที่ราคาก๊าซโลกพุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยมี 3 ฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้นกับบิลค่าไฟของเรา ดังนี้ค่ะ
กรณีที่ 1 การสะท้อนต้นทุนจริงและชำระหนี้คืน กฟผ. ทั้งหมด (ค่าไฟ 4.59 บาท) หากเลือกทางนี้ ค่า Ft ขายปลีกจะพุ่งไปถึง 80.60 สตางค์ต่อหน่วย เพื่อคืนสภาพคล่องให้กับ กฟผ. ที่แบกรับภาระแทนประชาชนมานาน ซึ่งจะทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นถึง 18% จากปัจจุบันที่ 3.88 บาททันทีค่ะ
กรณีที่ 2 สะท้อนต้นทุนปัจจุบันแต่ยังคงภาระหนี้สะสมไว้ (ค่าไฟ 4.08 บาท) กรณีนี้จะคิดค่า Ft ตามต้นทุนจริงในงวดปัจจุบัน (29.66 สตางค์) โดยให้ กฟผ. รับภาระต้นทุนคงค้างสะสมกว่า 35,928 ล้านบาทต่อไปก่อน วิธีนี้จะทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 5% ค่ะ
กรณีที่ 3 ใช้กลไก Claw back เพื่อตรึงราคาให้ต่ำที่สุด (ค่าไฟ 3.95 บาท) นี่คือทางเลือกที่ถูกที่สุดค่ะ โดย กกพ. จะนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) จำนวนประมาณ 9,472 ล้านบาท มาช่วยบรรเทาผลกระทบ ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยขยับขึ้นเพียง 2% หรือเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 7 สตางค์ต่อหน่วยเท่านั้นเอง
ทาง กกพ. จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนร่วมกันใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน เพื่อช่วยลดจำนวนหน่วยไฟและบรรเทาภาระค่าครองชีพในช่วงวิกฤตพลังงานครั้งนี้ค่ะ ทั้งนี้ กกพ. จะเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ตั้งแต่วันที่ 25 – 31 มี.ค. 2569 นี้ ก่อนจะสรุปและประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไปค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก https://sgeenergy.co.th/article/high-electricity-bill-causes/
โฆษณา