26 มี.ค. เวลา 13:06 • กีฬา
Anfield

"M.Salah คำอำลาแห่งฟาโรต์"

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฤดูกาลนี้
เป็นอีกห้วงเวลาที่แสนวุ่นวาย
และไม่น่าจดจำเท่าไหร่นักสำหรับ
แฟนๆ หงส์แดง “Liverpool” 🇪🇬🏴󠁧󠁢󠁥󠁮󠁧󠁿⚽
กับสถานการณ์ของทีมที่วนลูป
แพ้ชนะสลับกันจนไบโพลาร์เลิกถามหา
อยากรู้แค่ว่าเมื่อไหร่จะเกิดการเปลี่ยนแปลง
โดยเฉพาะตำแหน่งเฮดโค้ชที่ชวนขมวดคิ้ว
กับการทำทีม พยายามมากเหลือเกิน
ที่จะติดตั้งระบบ “ครองเกม” ซึ่งไม่ได้ใกล้เคียง
กับการ “ครองใจ” เดอะค็อปเอาเสียเลย
(แม้สุดท้ายอาจจะได้แชมป์ UCL หรือ FA Cup
มาปลอบประโลม ก็คงไม่อาจเลียแผลใจได้
ยิ่งในระยะยาวที่ยังชวนเครียด)
อย่างไรก็ดี ในช่วงพักเบรกทีมชาติเช่นนี้
อาจเป็นโอกาสดีให้เราทั้งหลายได้พักใจ
มานั่งจับเข่าคุย วิเคราะห์เรื่องราวระหว่างทาง
หลังจากล่าสุด “M.Salah” ปีกยอดดาวยิงระดับตำนาน
ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าเขาจะอำลาทีม
หลังจบฤดูกาลนี้ไป สร้างความใจหายและ
อารมณ์ความรู้สึกร่วมอีกมากมายเกินบรรยายได้
ซึ่งก่อนหน้านี้ ผมได้มีโอกาสเปิดประเด็นพูดคุย
แชร์มุมมุมกับ “คุณก้อง” เจ้าของเพจ FILMMENT
เพจพาร์ตเนอร์และสหายผู้ร่วมทางในแวดวงภาพยนตร์
แน่นอน เรื่องราวหลักที่เราคุยย่อมไม่พ้นการวิเคราะห์หนัง
กะเทาะเปลือกแง่มุมต่างๆ ทั้งบนจอและในใจ
แต่ทุกครั้งที่หนังสั่งคัต ปิดกล้อง ขึ้นเครดิตจบไป
เรามักจะสวมหัวใจ “คอบอล” จำลองสนามผ่านแชท
คุยกันอย่างเต็มอรรถรสสดๆ หลังเกม
แม้จะเชียร์กันอยู่คนละฟากฝั่ง
ระหว่างพรีเมียร์ลีกกับกัลโช่ เซเรียอา
แต่บอลก็คล้ายหนังตรงที่ว่ามันไร้พรมแดน
ขอแค่เราคุยกันอย่างสร้างสรรค์ แลกเปลี่ยนมุม
และประสบการณ์มองเกมกันไปมา ทุกเวลาที่คุย
มันคือความรู้ใหม่ๆ ที่แม้แต่ AI ก็มิอาจทดแทน
จุดนี้เลยอยากชวนอ่านบทสัมภาษณ์พิเศษ
ระหว่างคอบอลสองคนที่เคยคุย
เรื่องโปรเจกต์คอลแลปแบบนี้มานาน
พร้อมสรุปทุกอินไซต์ทำไมคิงโมถึงอยู่ในใจ
และเป็นมากกว่าตำนานของเดอะค็อปทุกคน
.
.
.
.
.
1. ถ้าให้คุณก้องนิยาม M.Salah ในประโยคเดียว เขาเป็นยังไงในมุมแฟน Liverpool นับจาก Day 1
- ความหวังที่มักจะเป็นจริงเสมอครับ
2. คิงโมต่างจากนักเตะระดับตำนานคนอื่นของสโมสรตรงไหนบ้าง?
- สิ่งที่ทำให้ M.Salah พิเศษเสมอคือความสม่ำเสมอของเขา นับตั้งแต่ถูกดึงตัวเข้าสู่สโมสรในฐานะ “ตัวเลือกรอง” ในตลาดซื้อขายที่ถูกค่อนขอดมาโดยตลอด ทั้งคำว่า “One Season Wonder” ทั้ง “M.Salah หมดแล้ว” หรือ “นักเตะเห็นแก่ตัว”
แต่ดาวเตะทีมชาติอียิปต์ผู้นี้ก็ยังคงพิสูจน์และเอาชนะคำครหาเหล่านั้นได้เสมอ ซึ่งนักเตะหรือตำนานบางคนอาจสร้างสถิติสุดพิเศษขึ้นมาเป็นของตัวเอง แต่การที่ผมไม่สามารถจำสถิติใดสถิติหนึ่งของ M.Salah ได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่เพราะเขาไม่เคยสร้างมัน แต่เพราะเขาทุบสถิติมากเสียจนผมจำมันไม่ได้แล้วมากกว่านั่นเอง
3. ถ้าต้องยก 1 โมเมนต์ที่ทำให้คุณรู้สึกว่า “นี่แหละ M.Salah ของลิเวอร์พูล” จะเป็นช็อตไหน?
- โมเมนต์ยิงประตูสุดสวยใส่ Man City ในฤดูกาล 2021/2022 และทุกประตูที่กระซวกตาข่าย Man United ครับ (ฮ่าาา)
4. คิดว่าเขาห์ยกระดับมาตรฐานของสโมสรในด้านไหนมากที่สุดครับ?
- แน่นอนว่าสิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือผลการแข่งขันจากทุกประตูที่เขาทำได้ แต่อีกหนึ่งแง่มุมที่น่าสนใจคือ “ทัศนคติของผู้ชนะ” ที่เขานำพามาสู่ทีม ทั้งการแสดงอาการหงุดหงิดทุกครั้งที่โดนเปลี่ยนตัวออก และการตะบี้ตะบันยิงประตูจนบางครั้งก็บดบังโอกาสของเพื่อน
แต่ยิ่งเขาโตขึ้น ก็มีนิยามของชัยชนะที่เปลี่ยนไป จากชัยชนะในการยิงประตูเพื่อสร้างสถิติ (หรือพยายามแข่งกับ S.Mane ในบางฤดูกาล) กลายเป็นการมองที่ชัยชนะของทีม เขาจ่ายบอลมากขึ้น สนับสนุนเพื่อนมากขึ้น และดีใจไปกับทีมแม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนทำประตูก็ตาม การที่นักเตะที่ทรงอิทธิพลที่สุดของทีมมีทัศนคติเชิงบวกระดับนี้ มันส่งผลต่อทุกคนในทีมอย่างมหาศาลจริงๆ ครับ
5. สำหรับคุณ สามประสาน “S.Mane–R.Firmino–M.Salah มีความหมายต่างจากแนวรุกชุดอื่นยังไง?
- “ความดุดัน” คือสิ่งแรกที่ผมผุดขึ้นมาเมื่อคิดถึง 3 ประสานชุดนี้ โดยเฉพาะเมื่อมองจากองค์ประกอบของทีมภายใต้การคุมทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ปลุกเครื่องจักรสีแดงให้กลับมาทำงานเต็มสูบด้วยระบบ Gegenpressing ที่บีบคู่ต่อสู้ตั้งแต่แดนหน้า แย่งบอลภายในเวลาอันรวดเร็ว จู่โจมคู่ต่อสู้ภายในเสี้ยววินาที และจบสกอร์ภายในไม่กี่จังหวะด้วยทีมเวิร์กที่แม่นยำ ความลงตัวและทีมเวิร์กแบบนี้เป็นสิ่งที่ยังหาไม่ได้อีกเลยนับตั้งแต่พวกเขาไม่ได้เล่นร่วมกัน
6. เมื่อถึงเวลาตำนานผู้นี้โบกมือลาไป คิดว่าลิเวอร์พูลเสียอะไรไปมากที่สุด?
- เสียนักเตะที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของทีมไป หากเจอร์เก้น คล็อปป์คือผู้ที่เปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความเชื่อ M.Salah ก็คือคนที่เปลี่ยนความเชื่อให้กลายเป็นความจริง!
7.ใครพอจะรับภาระแบบ M.Salah ได้บ้าง (เช่น F.Chiesa?)
- ถ้ามองจากนักเตะในทีมตอนนี้ ยังไม่มีใครที่เทียบชั้นของ M.Salah ได้ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือแนวทางการเล่นที่อาร์เน่อหรือทีมผู้บริหารต้องการ เพราะจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่าทีมยังจะมีตำแหน่ง Winger อยู่ไหม
บวกกับแผนการซื้อตัวในตลาดที่ผ่านมา มันคล้ายกับทีมอยากจะเดินต่อแบบไม่มีตัวรุกริมเส้น (หรือไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าเดิม) แต่เลือกจะขึ้นด้วย Wingback และเจาะเกมตรงกลางด้วยระบบ Playmaker หรือ Double-10 มากกว่า ดังนั้นคงยังต้องรอต่อไปว่าทีมอยากจะวางบทบาทเกมรุกในยุคใหม่เอาไว้ยังไงครับ
8. หลังยุคคิงโม หงส์แดงควรสร้างทีมแบบไหน? หรือรอเคลียร์อนาคตอาเน่อก่อน?
- ปัจจัยสำคัญคือทีมต้องรีบตามหาความชัดเจนในแนวทางการเล่น ซึ่งมันส่งผลโดยตรงต่อตลาดซื้อขาย (หรือตัวเลือกผู้จัดการทีมในกรณีที่ต้องการจะเปลี่ยน) แต่ไม่ว่า Formation จะเป็นแบบไหน สิ่งที่ทีมควรจะดึงกลับมาเป็นอันดับแรกคือ “DNA” ในการเล่นเกมรุก ทั้งการ Pressing, การเข้าทำเร็ว, บอล Direct, เกมสวนกลับ
หรือการเล่นเกมรับด้วยการสร้างเกมบุกตั้งแต่แดนบน (ดังที่เห็นในเกมถลุง Galatasaray ไป 4-0) ซึ่งผมเชื่อว่าในฤดูกาลหน้า หาก A.Isak ฟิตสมบูรณ์และสามารถจูนเข้ากับบอลสุดท้ายของ F.Wirtz ได้ ลิเวอร์พูลน่าจะมีเกมรุกที่อันตรายบริเวณ Half-Space และการเข้าทำตรงกลางระหว่างเซนเตอร์แบคของคู่ต่อสู้มากขึ้นครับ
9. ทีมควรหานักเตะแบบ M.Salah หรือควรเปลี่ยนสไตล์ไปเลย?
- คำตอบยังคงเป็นปริศนาเนื่องจากแฟนบอลอย่างเราคงไปกำหนดแนวทางการทำทีมไม่ได้ แต่โดยส่วนตัวแล้วผมยังคงหลงใหลเกมฟุตบอลที่โดดเด่นบริเวณริมเส้น การได้เห็นนักเตะเชิงสูง มีความเร็ว มีเทคนิคจัดจ้าน และจบสกอร์ได้ดี ซึ่งเป็นเสน่ห์ของเกมรุกหงส์แดงมาตลอด 9 ปีของคิงโม
แต่ถ้าต้องเดา การที่ตอนนี้ทีมหวังพึ่งกองหน้าตัวเป้าอย่าง H.Ekitiké - A.Isak (ไม่ใช่ False-9 เหมือนยุค 3 ประสาน) พร้อมมีตัวแทงบอลตรงกลางอย่าง F.Wirtz ผมเชื่อว่าลิเวอร์พูลอาจจะไม่ได้ซื้อริมเส้นสไตล์ Cut Inside มาเสริมทีม แต่อาจจะเป็นริมเส้นฝั่งขวาที่ถนัดเท้าขวา และสามารถ Early Cross ได้อย่างแม่นยำ หากเป็นเช่นนั้น ทีมจะสามารถทดแทนการขาดหายไปของ Trent Alexander-Arnold ในแง่ของการวางบอลยาวในเกมสวนกลับ และการเปิดบอลจากริมเส้นเพื่อเข้าทำประตูด้วยกองหน้าครับ
10. M.Salah ทำให้คุณเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับการเป็นแชมป์? หรือในวันที่เพลี่ยงพล้ำ?
อะไรคือ “มรดก” ของซาลาห์ที่สำคัญกว่าตัวเลขประตู?
- หากมองจากระยะเวลา 9 ปีที่ซาลาห์อยู่กับทีม มันสามารถบอกอะไรเราได้หลายอย่างในฐานะมนุษย์ ถ้าเปรียบเป็นดั่งภาพยนตร์ชีวประวัติสักเรื่อง มันก็คงเป็นโครงเรื่องแบบ Rise and Fall ที่พาเราไปพบเจอกับช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุด สร้างความทรงจำที่งดงามมากที่สุด ก่อนจะกระตุกเราให้หันมามองปัจจุบัน เวลาเกือบหนึ่งทศวรรษคือช่วงชีวิตหนึ่งที่มนุษย์ย่อมค้นพบความเปลี่ยนแปลงไม่มากก็น้อย การจากลาของเขาจึงเป็นสัจธรรมที่ทำให้เราเรียนรู้ถึงจุดสูงสุด และการคืนสู่สามัญของชีวิต
11. ถ้าคุณได้พูดกับ M.Salah สัก 1 ประโยค คุณอยากบอกอะไร?
Thank you for the best 9 years of football.
FILMMENT
12. รู้สึกยังไงกับการอำลาแบบฉับพลัน แม้ฟอร์มเขาจะตกลงมากจนโดนวิจารณ์หนักก็ตาม และอยากให้ฉากอำลาเป็นแบบไหน เช่น แชมป์ UCL หรืออย่างน้อย FA Cup?
- ผมเชื่อว่าแฟนลิเวอร์พูลทุกคนไม่มีใครไม่เสียใจกับการอำลาทีมของเขา โดยส่วนตัวแล้วผมเชื่อ (และหวัง) ว่าเขาจะยังได้เล่นฟุตบอลในระดับสูงในลีกชั้นนำต่อไป ส่วนฤดูกาลนี้ เดอะค็อปคงรู้ดีว่าการคาดหวังถึงแชมป์เป็นฝันที่ยากเหลือเกิน ถ้าสวยที่สุดคงเป็นการคว้า UCL อีกสักครั้ง แต่น่าเสียดายที่นัดชิงชนะเลิศไม่มีทางเป็นลิเวอร์พูลเจอกับเรอัล มาดริดแล้ว มิเช่นนั้นหากได้แชมป์จริงๆ คงเป็นการสั่งลาที่สมบูรณ์แบบเลยทีเดียวครับ
13. ถ้าเปรียบโลกลูกหนังเป็นโลกภาพยนตร์ รางวัล “Ballon d'Or” คงเทียบได้กับ “Oscars” หรือสำหรับชาวแอฟริกันคงเป็นถ้วย “AFCON (Africa Cup of Nations)” ซึ่งการที่ M.Salah ไม่เคยได้เกียรติยศเหล่านี้มาครอง คุณก้องมองว่าอาชีพนักบอลของเขายังสมบูรณ์อยู่มั้ย?
- จุดร่วมอย่างหนึ่งของรางวัลบัลลงดอร์กับรางวัลออสการ์คือการที่มันเป็นรางวัล Popular Vote แน่นอนว่าเราทุกคนย่อมยินดีกับผู้ชนะ เช่นเดียวกับยอมรับในความยอดเยี่ยมของบุคคลหรือภาพยนตร์เรื่องนั้นอย่างไม่มีข้อกังขา ขณะเดียวกัน เราก็ไม่สามารถลดทอนคุณค่าของผู้ที่ไม่ได้รับรางวัลเหล่านั้นได้เหมือนกัน
เพราะหากว่ากันที่ความเป็นจริง คะแนนโหวตของผู้โหวตแต่ละคนนั้นเป็นเอกเทศ ซึ่งมีปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้องมากมาย อันเป็นสาเหตุให้คะแนนโหวตเหล่านั้นอาจจะไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงเสมอไป อันนี้ผมไม่ได้กำลังบอกว่า M.Salah ควรได้บัลลงดอร์นะครับ แต่สิ่งที่เขาทำมันพิสูจน์ได้มากเกินพอแล้วว่าเขาควรค่าแก่การเป็นตำนาน
เช่นเดียวกับแชมป์ AFCON ซึ่งประจักษ์ชัดว่าการจะได้มานั้นต้องฝ่าด่านหินๆ มากมาย แต่บางครั้ง ผู้แพ้ก็ควรค่าแก่การจดจำเหมือนกัน และถ้าจะวกกลับมาหาหนังสักเรื่อง ผมคิดถึง “Rocky” ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของร็อคกี้ บัลบัว นักมวยรองบ่อนที่ได้รับโอกาสในการชิงแชมป์โลกกับอพอลโล่ ครี๊ด แน่นอนว่าร็อคกี้แพ้บนเวทีครับ แต่การที่เขาสามารถยืนอยู่ได้ครบ 12 ยก โดยที่ทุกคนคิดว่าเขาน่าจะแพ้น็อกตั้งแต่ยก 3 ทำให้เขากลายเป็นผู้แพ้ที่น่าจดจำและชนะใจคนดูแบบขาดลอย ซึ่งผมรู้สึกแบบเดียวกันกับคิงโมครับ
14. สมมติถ้าให้รางวัล Oscars กับ M.Salah ได้สักสาขา อยากมอบให้เขาในหมวดไหนครับ?
- ถ้าจะเอาแบบเล่นคำสักหน่อยคงจะเป็นรางวัล “การตัดต่อยอดเยี่ยม” เพราะเขาคือ “ปีกตัดใน” ที่เข้ามา “ต่อเกม” กับเพื่อนหรือทำประตูชัยอยู่เสมอ แต่ถ้าจะให้มอบจริงๆ ผมคงยกรางวัล “นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม” ให้กับเขา ไม่ใช่เพราะปีนี้เขามีผลงานที่ดีที่สุด แต่มันก็เหมือนกับรางวัลออสการ์นั่นแหละครับ ที่เมื่อถึงจุดหนึ่ง พวกเขาก็มักจะมอบรางวัลใหญ่ให้กับใครสักคนที่สร้างคุณูปการให้แก่วงการมานาน และควรค่าแก่การได้รางวัลนี้สักครั้งในชีวิต ซึ่ง M.Salah อยู่ในขอบข่ายนี้อย่างชัดเจนครับ
15. ถ้าฟุตบอลคือภาพยนตร์ชุดหนึ่งที่ถูกเขียนบทไว้โดยเบื้องบน สำหรับลิเวอร์พูล คุณอยากให้บทเรื่องราวในฤดูกาลถัดไปเป็นแบบไหนบ้างครับ (หรือจะมี ผกก. คนใหม่นามว่า X.Alonso?)
- ลิเวอร์พูลในซีซั่นหน้าน่าจะเป็นเหมือน “ภาพยนตร์ปฐมบทของซูเปอร์ฮีโร่” กล่าวคือพวกเขาต้องเริ่มต้นใหม่ ค้นหาพลังพิเศษของตัวเอง ปรับตัวเข้ากับพลังพิเศษนั้น ต่อสู้ฝ่าฟันเพื่อเป้าหมาย ก่อนที่หนังจะนำพาตัวละครมาสู่ช่วงไคลแมกซ์ นั่นคือการก้าวขึ้นสู่สถานะการเป็นฮีโร่อย่างแท้จริง
ซึ่ง ณ ตอนนี้ตอนจบยังไม่ได้ถูกเขียน เพราะหนังเรื่องนี้ยังไม่มีนักแสดงนำ (นักเตะศูนย์กลางของทีม), ยังไม่มีชื่อของผู้กำกับที่ชัดเจน (Head Coach ของสโมสร), ยังไม่นิ่งในตำแหน่งของผู้อำนวยการสร้าง (มีข่าวลือว่าสโมสรจะเปลี่ยนผู้อำนวยการกีฬาอีกครั้งเมื่อจบฤดูกาลนี้)
ยังไม่ได้เคาะอย่างชัดเจนว่าจะเป็นหนังฟอร์มเล็กหรือหนังบล็อกบัสเตอร์ (เงื่อนไขต่างๆ ในการเสริมทัพตลาดซัมเมอร์) รวมถึงยังเป็นโปรเจกต์ที่ยังไม่ได้ถูกวางแพลนให้เป็นแฟรนไชส์ (ทิศทางของการสร้างยุคสมัยใหม่) และคำตอบเหล่านั้นเราจะได้รู้กันเมื่อฤดูกาลนี้จบลงครับ
บางทีการที่ตำนานบางคน ถึงเวลาอำลาไป ก็ไม่ได้หมายถึงบทสรุปแห่งเรื่องราวดีๆ มากมายขอให้รู้ว่าคุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย แต่จะกลายเป็นความทรงจำอันงดงามที่ไม่เคยจางหายไป ขอบคุณ M.Salah จากใจ สำหรับการเดินทางตลอด 9 ปี และพวกเราจะ 9 ต่อไปให้ดีกว่าเดิมในส่วนของคุณ
ทั้งนี้ขอบคุณ “คุณก้อง สรวิศ” นักเขียนและเจ้าของเพจ FILMMENT อีกครั้งมากๆ นะครับ ที่ให้เกียรติสละเวลาและพลัง ผละจากโรงหนังมาอยู่ริมสนามด้วยกันแบบนี้
เป็นการสัมภาษณ์ที่ทั้งสนุก ได้อรรถรส และได้สัมผัสอินไซต์เดอะค็อปอย่างแท้จริง
ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตอนพวกเราคุยเรื่องหนังกันเลย
สำหรับใครที่ชื่นชอบการรีวิวหนังแบบจัดเต็ม แนะนำพาร์ตเนอร์ผมคนนี้เลยครับ เป็น 1 ในสื่อน้ำดีไม่กี่เจ้าที่เล่าวิเคราะห์หนังอย่างสุภาพ ใส่ใจรายละเอียด และมีจรรยาบรรณสูง ดูฟังเพลินในแอปฯ แดง ในเพจก็อ่านเพลินเช่นกัน
โฆษณา